เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1208

ตอนที่ 1208-2 ผมนี่แหละคือกำแพงของคุณ (2)

ความคิดของหลินเยวียนยังค่อนข้างตรงไปตรงมา

ที่เขาเคยปะทะกับปู้ลั่วก็เพราะอุบัติการณ์อิ่งจือเท่านั้น ผ่านมาหลายปีเข้า เรื่องนั้นก็เลือนรางไปจากใจ เขาแทบไม่เคยลงมือโจมตีคู่แข่งเก่าเจ้านี้อีกเลย

“มันไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดน่ะสิครับ”

จินมู่ได้แต่ยิ้มขื่น “แค่การมีตัวตนของคุณ ก็ไปกระทบผลประโยชน์ของใครหลายต่อหลายคนแล้ว เอาเรื่องใกล้ตัวสักหน่อยก็ได้ แค่แอนิเมชันของอิ่งจือ ก็เล่นเอาบริษัทบันเทิงห้าเจ้าใหญ่ถึงกับปวดหัวไม่หาย ไหนจะแฮร์รี่ พอตเตอร์ของคุณอีก ดูก็รู้แล้วว่าเป็นเครื่องดูดเงินชั้นดี นิยายมีตั้งกี่เล่ม เวอร์ชันหนังมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของแบบนี้พอออกสู่ตลาดก็ทำเงินถล่มทลายแน่นอน บริษัทห้าเจ้ายักษ์ใหญ่ไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้หรอกครับ”

หลินเยวียนขมวดคิ้ว

คนอยู่ที่ไหน ย่อมมีศึกที่นั่น

แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจทั้งหมดว่าแท้จริงแล้วคำพูดของจินมู่ซ่อนความหมายลึกซึ้งแค่ไหน แต่อย่างน้อยก็พอเข้าใจเหตุผลในนั้นได้

บางทีเมื่อคนเราเดินทางมาถึงจุดหนึ่ง ย่อมต้องเจอเรื่องทำนองนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เว้นเสียแต่ว่า คุณจะก้าวขึ้นไปให้สูงกว่า และเดินไปให้ไกลกว่าทุกคน จนไม่มีใครกล้าชี้มือชี้ไม้ใส่อีกต่อไป

“ยังมีอีกเรื่องที่คุณอาจไม่รู้”

จินมู่หัวเราะเบาๆ ก่อนเอ่ยว่า “ตอนนี้สตาร์ไลท์ใหญ่โตมาก ใหญ่จนเกือบจะเท่าห้าบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่เลยละครับ คุณเข้าใจใช่ไหมว่าผมหมายความว่ายังไง?”

คนคนนี้ชอบให้ไขปริศนาอยู่เรื่อย

หลินเยวียนเบ้ปาก แต่แล้วก็พลันชะงัก เพราะนึกถึงประเด็นสำคัญออก

ใช่ สตาร์ไลท์ในฉินโจวคือบริษัทใหญ่จริง ทว่าเดิมทีเป็นเพียงค่ายเพลงใหญ่เท่านั้น แต่หลังจากผ่านการพัฒนามาหลายปีเข้า ดูเหมือนจะไม่หยุดอยู่แค่วงการเพลงแล้ว

ห้าบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่มีวันอยากเห็นการถือกำเนิดของบริษัทยักษ์ใหญ่ ‘รายที่หก’ อย่างแน่นอน

ต้นไม้ปรารถนาจะหยุดนิ่ง แต่ลมก็กลับไม่ยอมหยุดพัด

หลินเยวียนชอบแนวทางเล่นเกมที่ค่อยๆ สะสมกำลังอย่างมั่นคง

แต่ถึงกระนั้น คู่แข่งคงไม่อยากปล่อยให้เกมเดินไปแบบไร้กลิ่นดินปืนอย่างนั้นหรอก

“เข้าใจแล้ว”

“เข้าใจก็ดีแล้วครับ แต่ไม่ต้องกังวลเกินไปหรอก ไม่ว่าใครจะงัดลูกเล่นอะไรออกมา สุดท้ายทุกคนก็ต้องเล่นตามกติกาอยู่ดี วิธีสกปรกที่เอาไปโชว์ต่อสาธารณะไม่ได้ ไม่มีทางถูกหยิบมาใช้หรอก ยิ่งไปกว่านั้น แต่ไหนแต่ไรมาเราก็ไม่เคยเดินคนเดียวสักหน่อย”

จินมู่กำลังพยายามเตือนหลินเยวียน

และความจริงก็พิสูจน์แล้วว่าคำเตือนของจินมู่นั้นไม่ได้ไร้เหตุผล

สามวันต่อมา

ข่าวใหญ่ก็ระเบิดออกมาอย่างกะทันหัน!

จี๋เค่อกำลังอยู่ระหว่างเจรจาความร่วมมือกับปู้ลั่ว

แถมยังมีข่าวลือเล็ดลอดออกมาว่า จี๋เค่ออาจเข้าซื้อกิจการบางส่วนของปู้ลั่วอีกด้วย!

และล่าสุด หลิงคงที่เพิ่งถูกลากไปซัดเละเพราะอุบัติการณ์อิ่งจือ อาจจะได้เลื่อนขึ้นนั่งเก้าอี้ผู้จัดการใหญ่ของปู้ลั่วในอีกไม่นานนี้!

หลิงคง

คนคนนี้คือบุคคลผู้เต็มไปด้วยประเด็นถกเถียง

ทั้งคนในปู้ลั่วเอง และคนในวงการไม่น้อย ต่างก็รู้ดีว่าเขาเคยถูกเซี่ยนอวี๋ ฉู่ขวง และอิ่งจือซัดยับมาแล้วทั้งนั้น

แต่แปลกตรงที่

เวลาที่หลิงคงไม่ไปท้าต่อยกับสามคนนั้น แล้วหันไปจับเรื่องอื่นแทนทีไร ก็มักประสบความสำเร็จทุกครั้ง!

นี่แหละคือเหตุผล ที่ถึงแม้ชื่อเสียงของหลิงคงในบริษัทจะไม่สู้ดีนัก แต่เขากลับยังมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการใหญ่คนใหม่ของปู้ลั่วได้

และก็ในวันเดียวกับที่มีข่าวว่าจี๋เค่ออาจจับมือกับปู้ลั่วนั่นเอง หลินเยวียนเดินทางมายังสตาร์ไลท์เอนเตอร์เทนเมนต์

ห้องทำงานประธานกรรมการ

หลี่ซ่งหวายิ้มพลางชงชาให้เขาหนึ่งถ้วย

“ชาข้าวบาร์เลย์ ลองชิมดูสิ”

“ครับ”

หลินเยวียนนั่งลงจิบชาช้าๆ

การที่หลี่ซ่งหวาโทรมาเชิญเขามานั่งคุยแบบนี้ หลินเยวียนก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องมีเรื่องอยากพูด

เป็นดังคาด

เมื่อดื่มชาหมดถ้วย

หลี่ซ่งหวายิ้มอย่างขมขื่น ก่อนเอ่ยว่า

“ผมต้องขอบใจคุณจริงๆ ที่ทำให้สตาร์ไลท์พัฒนามาได้ถึงวันนี้ คุณคือผู้มีพระคุณสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นด้านแอนิเมชัน ภาพยนตร์ หรือดนตรี ถ้าไม่มีคุณ พวกเราไม่มีทางทำผลงานได้โดดเด่นถึงขนาดนี้แน่นอน”

“แต่ว่า?”

หลินเยวียนเอ่ยต่อให้แทนอีกฝ่าย

หลี่ซ่งหวารินชาเพิ่มให้อีกถ้วย แต่ไม่ได้ตอบตามทางที่หลินเยวียนเปิดไว้ ทว่าเขากลับเล่าความลับออกมาแทน

หลินเยวียนก็เข้าใจทันที

ที่หลี่ซ่งหวาเรียกเขามาวันนี้ ก็เพื่อจะวางสองทางเลือกไว้ให้เขา

สู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับหลี่ซ่งหวา

หรือไม่ก็ เข้าร่วมกับกลุ่มทุนจงโจว

“ชานี่ใช้ได้เลย”

หลินเยวียนพูดพลางลุกขึ้นยืนทันที

หลี่ซ่งหวาผุดยิ้มบางอย่างสุภาพ

“ผมไปส่ง”

หลินเยวียนเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ส่งผมกลับ แล้วจะส่งชามาด้วยไหม?”

รอยยิ้มของหลี่ซ่งหวาเริ่มนิ่งค้างไปเล็กน้อย

“จะส่งอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ”

ไหนไลยจะมีคนที่ยืนนิ่งได้ แม้เขาไท่ซานถล่มตรงหน้า?

ถ้ามีจริง นั่นก็เพราะขุนเขายังถล่มแรงไม่พอเท่านั้นเอง

“ขอบคุณครับ”

หลินเยวียนหันหลังจะก้าวเดินออกไป

ในจังหวะที่หลี่ซ่งหวายังคงฝืนยิ้มอยู่นั้นเอง หลินเยวียนพลันเอ่ยขึ้นเบาๆ

“อันที่จริง กำแพงมันอยู่รอบด้านมาตลอด ไม่เคยหายไปไหนเลย”

หลี่ซ่งหวาชะงัก “ผมหมายถึงกำแพงอีกแบบหนึ่ง”

หลินเยวียนหัวเราะเบาๆ “ผมเองก็ไม่ได้หมายถึงกำแพงแบบนั้นเหมือนกัน”

ใครกันแน่ที่ชอบเล่นทายปริศนา?

“คุณ…”

“ผมนี่แหละคือกำแพงของคุณ กำแพงที่ต้านทัพนับหมื่นได้”

……………………………………………….

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน