ตอนที่ 1208 ผมนี่แหละคือกำแพงของคุณ (1)
จ้าวโจว
“ไม่อยากเชื่อเลยว่าเทพอิ่งผู้ยิ่งใหญ่จะเคยผ่านเรื่องแบบนี้มาก่อน?”
“ตอนนี้ผมมีคำถามเดียว ไอ้คนที่บีบให้อิ่งจือต้องหนีออกมาน่ะ ตอนนี้รู้สึกยังไงกันนะ?”
“ถ้าเป็นผมเป็นประธานปู้ลั่วนะ ผมคงอยากจะเชือดเขาทิ้งให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!”
“ตอนนั้นผมก็เคยได้ยินมานิดหน่อย ว่าคนนั้นเป็นลูกชายแท้ๆ ของประธานปู้ลั่ว”
“ลูกชายแท้ๆ !?”
“พ่อล่มจม ลูกยิ้มร่า!”
…
เว่ยโจว
“สามสหายนี่อย่างโหด ฉู่ขวงกับเซี่ยนอวี๋ถึงขั้นยอมประกาศสงครามกับแพลตฟอร์มโซเชียลที่ใหญ่ที่สุดในตอนนั้น เพียงเพื่อปกป้องอิ่งจือ!”
“เดาว่าปู้ลั่วเองก็คงไม่คิดเหมือนกัน ว่าเรื่องจะบานปลายไปขนาดนี้”
“ถ้าปู้ลั่วรู้แต่แรกว่าความสัมพันธ์ระหว่างอิ่งจือกับอีกสองคนนั้นแน่นแฟ้นขนาดนี้ ยังไงก็คงไม่กล้าเดินหมากพลาดแบบนี้แน่ เพราะตอนนั้นฉู่ขวงกับเซี่ยนอวี๋ก็คือตัวท็อปของวงการในสาขาตัวเองแล้ว!”
“ทั้งสามคนสนิทกันมากจริงๆ !”
“ถ้าสามสหายยังอยู่กับปู้ลั่วละก็ ทุกวันนี้แพลตฟอร์มที่ครองอันดับสอง คงไม่ใช่บล็อกหรอก แต่ต้องเป็นปู้ลั่วแน่ๆ !”
“พูดตรงๆ บล็อกควรจะขอบคุณปู้ลั่วนะ!”
…
จงโจว
“ว่าแล้วเชียว ทำไมสามสหายถึงไปอยู่บล็อกกันหมด ที่แท้ก็เป็นเพราะปู้ลั่วนั่นแหละที่ยกพวกเขาไปให้เอง คนที่ไล่อิ่งจือออกไปน่ะ บอกเลยว่าเป็นสายลับขั้นเทพที่บล็อกส่งมาแน่นอน!”
“คุณยังเสพข่าวไม่ครบนะ”
“ได้ยินว่าคนที่เป็นหัวหน้าแผนกการ์ตูนของปู้ลั่วตอนนั้น เป็นลูกชายแท้ๆ ของเจ้าของปู้ลั่ว”
“เฮือก!”
“มอบรางวัลลูกชายทำพ่อซวยแห่งปีเลยดีไหม?”
“ขำลั่นเลยสิครับพี่น้อง!”
…
สามทวีปนี้ก็กำลังเพลิดเพลินกับข่าวเมาท์เก่ากันอย่างสนุกสนาน บางคนก็ยิงมุกกันไม่หยุดไม่หย่อน จนลากเอาเพื่อนๆ จากทวีปอื่นๆ ที่เคยเสพข่าวนี้ไปแล้วให้กลับมาร่วมประสมโรงกันอีกระลอก
เพราะเรื่องนี้ดราม่าจนเรียกได้ว่ามีสีสันสุดๆ
ยังไม่ต้องพูดถึงตอนที่เซี่ยนอวี๋กับฉู่ขวงประกาศแตกหักกับปู้ลั่วเพราะอิ่งจือ
แค่เพียงอิ่งจือซึ่งเคยถูกไล่ตะเพิด กลายร่างเป็นราชาแห่งวงการการ์ตูน และทุกวันนี้โด่งดังจนถูกยกให้เป็นอันดับหนึ่งแห่งวงการจิตรกรรมบลูสตาร์ ก็ทำให้เรื่องนี้มีเปี่ยมไปด้วยความตื่นตาตื่นใจของตำนาน!
อิ่งจือคนนี้!
นี่คือตัวอย่างของการลุกขึ้นกลับตอกหน้าแบบเต็มๆ !
และที่ปู้ลั่วในเวลานี้ เสียงก่นด่าที่เงียบหายไปนานก็ดังก้องขึ้นอีกครั้ง
“หลิงคง ไอ้หมาบ้า!”
“ถ้าไม่ใช่เพราะมัน ปู้ลั่วของพวกเราจะตกต่ำถึงขนาดนี้เหรอ!?”
“กล้าดีไล่คนที่เป็นจิตรกรอันดับหนึ่งของบลูสตาร์ไปได้ยังไงกัน!?”
“แกไม่ได้ไล่แค่อิ่งจือไปนะ แต่ยังซื้อหนึ่งแถมสอง ไล่ฉู่ขวงกับเซี่ยนอวี๋ไปให้บล็อกอีกต่างหาก ทั้งสามคนนี่คือยอดฝีมือสิบอันดับแรกบนการจัดอันดับระดับสูงของบลูสตาร์นะโว้ย แค่ได้ใครมาคนเดียวก็สร้างยอดเข้าชมได้มหาศาลแล้ว!”
“เจ็บใจจริงๆ !”
“ต่อไปห้ามให้ปู้ลั่วตกไปอยู่ในมือหลิงคงอีกเด็ดขาด ถึงจะเป็นลูกชายแท้ๆ ก็เถอะ ประธานก็ใช่ว่าจะมีลูกอยู่คนเดียวซะหน่อย!”
“สมัยก่อนบล็อกสู้เราไม่ได้เลย!”
“เพราะหลิงคงแท้ๆ ตอนนี้กลับกลายเป็นเราที่โดนบล็อกกดซะเงยหน้าไม่ขึ้น!”
ในปู้ลั่ว
การด่าหลิงคงนับเป็นเรื่องที่ ‘ถูกต้องทางการเมือง’ ไปแล้ว
ทว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา อันที่จริงผู้คนก็ไม่ค่อยได้ก่นด่าเขากันสักเท่าไรนัก
สาเหตุมีอยู่สองประการ
หนึ่ง ไม่มีใครอยากไปขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆ อีก ถึงอย่างไรหลิงคงก็เป็นถึงทายาทตัวจริงของบริษัท
สอง หลังจากถูกสามสหายสั่งสอนอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง หลิงคงก็เปลี่ยนไปมาก ทำงานรอบคอบกว่าที่เคย ไม่เคยไปล้ำเส้นสามคนนั้นอีกเลย
และที่สำคัญที่สุดคือ
แผนกที่หลิงคงรับผิดชอบ ดันทำให้ผลประกอบการของบริษัทพุ่งขึ้นเรื่อยๆ อย่างเห็นได้ชัด จนพิสูจน์ได้ว่าแท้จริงแล้วความสามารถในการทำงานของเขานั้นโดดเด่นมาก ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของหลิงคงในสายตาทุกคน ค่อยๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมาก
ถึงขั้นที่ผู้บริหารระดับสูงบางคนยังมองว่า
หลิงคงมีคุณสมบัติพร้อมจะรับช่วงบริหารปู้ลั่วต่อในอนาคตแล้ว
ใครจะคิดล่ะว่า ในปีนี้สามสหายพากันทะยานขึ้นไปติด 10 อันดับแรกในการจัดอันดับระดับสูงสุดของบลูสตาร์กันหมด แถมอิ่งจือยังผงาดขึ้นครองบัลลังก์แห่งวงการจิตรกรรม ศัตรูเก่าที่เคยถูกปู้ลั่วข่มเหง กลับกลายเป็นผู้กดหัวปู้ลั่วเสียเอง เรื่องนี้แหละที่ไปกระตุ้นโทสะของเหล่าผู้บริหารของปู้ลั่วให้พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง!
…
การที่ชาวเน็ตขุดเรื่องเก่ามาพูดถึง เขาเพียงแค่อ่านผ่านตาแล้วก็ปล่อยผ่านไป เพราะยังมีงานสำคัญอีกมากที่ต้องทำ
งานแรก ต้องเขียนนิยายเล่มใหม่เพื่อช่วยให้ฉู่ขวงก้าวขึ้นคว้าอันดับหนึ่งในการจัดอันดับนักเขียน
งานที่สอง ต้องติดตามการถ่ายทำแฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคสอง บางครั้งยังต้องไปที่กองถ่ายด้วยตัวเอง
งานที่สาม ต้องทำอัลบั้มพิเศษที่แต่งขึ้นมาให้ซย่าฝานโดยเฉพาะ
งานของฉู่ขวงจึงต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก
ตอนนี้หลินเยวียนก็กำลังครุ่นคิดว่าจะเขียนเรื่องไหนดี
แล้วทันใดนั้นเอง
จินมู่ก็โทรเข้ามา “เห็นผลจัดอันดับการสำรวจปริมาณการเข้าชมแพลตฟอร์มโซเชียลหรือยังครับ?”
หลินเยวียนตอบกลับไปว่า
“เห็นแล้วครับ”
ตอนนี้บล็อกกลายเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลที่ใหญ่เป็นอันดับสองของบลูสตาร์แล้ว
เรื่องนี้หลินเยวียนย่อมไม่อาจเมินเฉยได้ เพราะเขาเองก็เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของบล็อก
จินมู่กล่าวกลั้วหัวเราะ “ตอนนี้บล็อกกำลังเติบโตพุ่งแรงไม่หยุด ส่วนปู้ลั่วที่เคยเป็นคู่แข่ง ตอนนี้ก็ใกล้ร่วงโรยเต็มทีแล้วละครับ แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ต้องหันไปเผชิญหน้ากับคู่แข่งรายใหม่”
“จี๋เค่อ?”
หลินเยวียนคาดเดา
จินมู่พูดขึ้นว่า
“จะบอกว่าเป็นจี๋เค่อก็ใช่ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก เรื่องมันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ คุณก็น่าจะรู้นะว่าที่จงโจวมีบรรดากลุ่มทุนการเงินยักษ์ใหญ่เต็มไปหมด?”
“อื้ม”
หลินเยวียนเคยได้ยินซุนเย่าหั่วพูดถึงเรื่องนี้ตอนกินข้าว
จินมู่จึงอธิบายว่า “กลุ่มทุนพวกนี้ จริงๆ แล้วมีองค์กรร่วมกันอยู่องค์กรหนึ่ง สมาชิกก็คือหัวเรือใหญ่ของกลุ่มทุนแต่ละเจ้า องค์กรนี้ควบคุมบริษัทบันเทิงห้าอันดับแรกของบลูสตาร์ ไม่ใช่แค่ผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มทุนที่เชื่อมโยงกันอย่างสลับซับซ้อน แต่ยังโยงใยกับจี๋เค่อแบบแนบแน่นอีกด้วย เรียกได้ว่าพวกเขาแทบจะควบคุมเส้นเลือดใหญ่เศรษฐกิจหลักของทั้งจงโจวรวมถึงบลูสตาร์เลยทีเดียว นี่คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้จี๋เค่อกลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้มากที่สุดในบลูสตาร์ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วพวกเขาเป็นเจ้าที่เปิดตลาดระดับบลูสตาร์ช้าที่สุดด้วยซ้ำ”
“แบบนี้เองสินะ”
“ตอนนี้บล็อกมีตัวตนของคุณอยู่ ดึงแฟนๆ จำนวนมหาศาลให้หลั่งไหลเข้ามา ถึงจะยังไม่เท่าจี๋เค่อ แต่ก็กลายเป็นภัยคุกคามสำหรับพวกเขาแล้ว ดังนั้นเราจำเป็นต้องรักษาฐานผู้ใช้ให้มั่นคง คุณถ้าว่างก็ช่วยทำตัวให้แอคทีฟขึ้นหน่อย”
“เช่นทำอะไร?”
“อย่างฉู่ขวงก็เคยเขียนนิยายลงบล็อก อิ่งจือก็เคยลงการ์ตูน แบบนี้จะช่วยดึงปริมาณการเข้าชมให้เข้ามาได้สม่ำเสมอ เมื่อก่อนพวกเรากับบล็อกก็เคยรบกันหนักในสมรภูมินี้อยู่หลายครั้ง ตอนนี้ก็ไม่ต่างกันหรอก เพียงแต่คู่ต่อสู้เปลี่ยนเป็นจี๋เค่อแทน สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ตัวจี๋เค่อเองหรอกครับ ขนาดแพลตฟอร์มจริงๆ ก็ไม่ได้ทิ้งห่างกันขนาดนั้น แต่ที่น่ากลัวจริงๆ คือมหาอำนาจที่ยืนหนุนหลังพวกเขาต่างหาก!”
“ต่างคนต่างไม่ไปหาเรื่องกันก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ”
………………………………………………

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...