เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1199

ตอนที่ 1199 ขึ้นครองบัลลังก์เทพ (1)

คำพูดของหลี่เหยียนเฟิงเปรียบดั่งสายฟ้าฟาดลงแสกหน้า!

ทันทีที่นักข่าวทั้งหลายได้ยิน ต่างก็มีสีหน้าตะลึงพรึงเพริด!

อิ่งจือ?

อันดับหนึ่งของบลูสตาร์?

ถ้าเป็นใครคนอื่นพูดแบบนี้ คงถูกหัวเราะเยาะว่าไร้สาระไปแล้ว แต่ประโยคนี้กลับออกมาจากปากของหลี่เหยียนเฟิง หนึ่งในจิตรกรระดับปรมาจารย์อันดับต้นๆ ของบลูสตาร์ ใครได้ยินก็ต้องหยุดคิดอีกครั้ง

คือว่า…

อาจารย์หลี่เหยียนเฟิงที่เคารพ ถ้าท่านถูกอิ่งจือจับตัวไว้ละก็ ช่วยขยิบตาให้พวกเราหน่อย?

ขณะที่นักข่าวยังอยู่ในอาการเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

บรรดาศิลปินชั้นครูที่ยืนอยู่ข้างๆ หลี่เหยียนเฟิงก็เริ่มเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าซับซ้อน

ทั้งที่พวกเขาต่างก็รู้ดีว่าคำพูดต่อไปนี้ จะส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวงการจิตรกรรมของบลูสตาร์…

“ถูกต้องแล้ว”

“ที่หลี่เหยียนเฟิงพูดมาก็ไม่เกินจริง”

“ฝีมือวาดภาพของอิ่งจือใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบ”

“จะเรียกว่าอันดับหนึ่งของบลูสตาร์ก็ไม่ถือว่าเกินไป”

“อย่างน้อยพวกเราก็ยอมรับว่าเทียบไม่ติด”

“จะว่าไป ตอนนี้ผมยังเป็นเบอร์หนึ่งอยู่หรือเปล่านะ?”

“คุณไปอยู่ที่สองเถอะ”

“ไม่ใช่แค่คุณหรอก พวกผมอีกหลายคนก็คงต้องถอยไปคนละก้าว”

“อันดับหนึ่งคนใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว”

ครืน!

นักข่าวถึงกับตะลึงสุดขีด!

เพราะหากมีแค่หลี่เหยียนเฟิงพูดว่าอิ่งจือคืออันดับหนึ่งของบลูตาร์ ก็ยังพอถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของจิตรกรชื่อดังคนหนึ่งเท่านั้น

นั่นก็เท่ากับเป็นเจตจำนงร่วมของทั้งวงการจิตรกรรมบลูสตาร์!

ใช่แล้ว

เมื่อจิตรกรระดับปรมาจารย์ทั้งสิบคนรวมพลังกันเอ่ยปาก ก็เพียงพอจะเป็นตัวแทนของทั้งวงการจิตรกรรมบลูสตาร์ได้อย่างไม่มีข้อโต้แย้งใด!

คงไม่มีใครกล้าไปพูดว่าบรรดาจิตรกรชื่อดังทั้งสิบคนนี้รับเงินจากอิ่งจือแล้วถึงพูดแบบนี้กระมัง?

ในชั่วขณะนั้น

นักข่าวต่างตะลึงงันอย่างสุดขีด

วงการจิตรกรรมของบลูสตาร์ เกรงว่าจะถึงคราวผลัดแผ่นดินเสียแล้ว!

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง

ทั้งนักข้าวซึ่งอยู่ด้านหลัง

ฝูงชนนับไม่ถ้วนต่างพากันอึ้งตาค้าง!

เนื่องจากการเข้าชมงานนิทรรศการในครั้งนี้ถูกจัดเป็นรอบๆ

ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้เดินเข้าไปในพื้นที่จัดแสดง

ดังนั้นเมื่อเหล่าจิตรกรชื่อดังทั้งสิบคนเดินออกมา

ฝูงชนทั้งหมดจึงหันไปมองตามนักข่าวด้วยความสนใจ

ตั้งใจฟังว่าเหล่ายอดฝีมือแห่งวงการจิตรกรรมบลูสตาร์ทั้งสิบท่าน

จะมีความเห็นอย่างไรต่อผลงานของอิ่งจือ

ปรากฏว่า เมื่อทุกคนพูดจบ

คนทั้งสนามถึงกับไม่กล้าเชื่อหูตัวเอง!

ปรมาจารย์แห่งวงการจิตรกรรมทั้งสิบคนของบลูสตาร์

กลับยกให้อิ่งจือเป็นศิลปินอันดับหนึ่งของทั้งวงการ!

ชื่อเสียงของคน เปรียบได้กับเงาของต้นไม้

และสำหรับศิลปินแล้ว

แทบไม่มีใครที่ลึกๆ ในใจแล้วไม่โหยหาชื่อเสียง

หากไม่ใช่เพราะมีเหตุผลที่หนักแน่นเด็ดขาดจริงๆ

บรรดาศิลปินระดับแนวหน้าของบลูสตาร์ ผู้ซึ่งยืนอยู่บนยอดสูงสุดของพีระมิดแห่งวงการศิลปะ จะยอมรับกันง่ายๆ ได้อย่างไรว่าตนเองสู้ไม่ได้?

เกิดอะไรขึ้นภายในนิทรรศการนั้นกันแน่?

เซี่ยนอวี๋มีดีอะไร

ถึงสามารถทำให้สิบผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการศิลปะบลูสตาร์ยอมสยบให้?

ทั้งตกตะลึง

ทั้งงุนงง

ทั้งสงสัย

ทั้งอยากรู้จนใจจะขาด!

ตอนนี้นักข่าวและผู้ชมทุกคน ล้วนรู้สึกราวคันยุบยิบอยู่ในอก อยากจะพุ่งเข้าไปดูนิทรรศการนั้นด้วยตาตัวเองเดี๋ยวนี้ให้รู้แล้วรู้รอด!

ทางเดินด้านหลังที่บรรดาศิลปินชั้นครูทั้งสิบเดินผ่าน

ผู้เข้าชมรอบแรกก็เริ่มทยอยออกมาทีละคนในที่สุด

นักข่าวและผู้ชมคนอื่นๆ ต่างมองไปยังพวกเขาด้วยสัญชาตญาณ แต่แล้วก็สังเกตเห็นปรากฏการณ์ประหลาดบางอย่าง

คนกลุ่มแรกที่เพิ่งออกมาจากห้องจัดแสดง แต่ละคนดูเหมือนเพิ่งถูกฟ้าผ่ามาอย่างไรอย่างนั้น สีหน้าท่าทางล่องลอยไร้จิตวิญญาณ ปากก็พร่ำพึมพำอะไรบางอย่างเหมือนโดนของ!

“คุณเป็นแฟนผลงานการ์ตูนของเทพอิ่งหรือครับ?”

“ฉันไม่เคยอ่านการ์ตูนของพ่อเพลงอวี๋เลยนะ แต่หลังจากนี้อาจจะลองบ้างก็ได้ ที่ฉันชื่นชมเขาเพราะภาพภูผาธาราพันลี้ ต่างหาก ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครสามารวาดภาพออกมาได้ขนาดนี้!”

“ยอดเยี่ยมถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”

“นี่คือผลงานชิ้นเอกสูงสุดของจิตรกรร่วมสมัยเลยนะ! ตั้งแต่อดีตกาลมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากจิตรกรอัจฉริยะจากสี่ร้อยปีก่อน ก็ไม่มีใครอีกแล้วที่สามารถทัดเทียมกับอิ่งจือได้!”

เฮือก!

ยอดจิตรกรจากจ้าวโจว?

นั่นมันอริยบุคคลที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นจิตรกรอันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์บลูสตาร์เลยนะ ระดับฝีมือของเขาน่ะ เหนือกว่าระดับปรมาจารย์ไปไกล และเข้าสู่ระดับสมบูรณ์แบบแล้วด้วยซ้ำ!

มหาเศรษฐีคนหนึ่งถูกนักข่าวสัมภาษณ์

“ผมไม่ได้สนใจเรื่องเงินเลย สมบัตินับล้านต่อให้มีไปแล้วอย่างไร บ้านผมยังไม่มีภาพวาดดีๆ สักภาพด้วยซ้ำ”

“บ้านคุณไม่มีภาพระดับปรมาจารย์เลยหรือครับ?”

“ถ้าไม่ใช่ภาพชุดจิตรวิญญาณ ต่อให้สะสมไว้เยอะแค่ไหนก็เป็นแค่ของไร้ค่า”

“ภาพชุดจิตรวิญญาณ?”

“ผลงานของอาจารย์อิ่งจือมีอยู่สองประเภท หนึ่งคือภาพวาดทั่วไป แบบที่คุณเรียกว่าระดับปรมาจารย์นั่นแหละ อีกประเภทก็คือภาพชุดจิตรวิญญาณ ซึ่งมีแค่ไม่กี่ภาพในบลูสตาร์ และในนิทรรศการครั้งนี้บังเอิญมีอยู่หนึ่งภาพด้วย ถ้าเป็นไปได้ละก็ ผมยินดีควักเงินมหาศาลเพื่อซื้อมันมาเลย”

ภาพชุดจิตรวิญญาณงั้นเหรอ!?

ในที่สุดก็เจออะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันบ้างแล้ว!

นักข่าวทั้งหลายรีบจดจำชื่อนี้เอาไว้ทันที และเริ่มเดาเค้าลางได้ว่า ความตกตะลึงทั้งหมดนี้ คงมาจากสิ่งที่เรียกว่าภาพวาดจากชุดจิตรวิญญาณของอิ่งจือนี่เอง แล้วภาพเหล่านั้น เป็นอย่างไรกันแน่!?

การสัมภาษณ์ยังดำเนินไปได้ไม่นาน

ผู้เข้าชมรอบที่สองก็เริ่มทยอยเดินเข้าสู่งานแสดง

และทันทีที่พวกเขาได้เห็นภาพชุดจิตรวิญญาณ คำถามทั้งหลายที่สงสัยก่อนหน้านี้ก็ได้รับคำตอบจนกระจ่าง!

“พระเจ้าช่วย!”

“นี่มันภาพอะไรกันเนี่ย!?”

“ทำไมรู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังจะถูกดูดเข้าไปในนั้นเลย!”

“งดงามเกินบรรยาย!”

“นี่มันภาพระดับตำนานชัดๆ !”

“นี่คือภาพชุดจิตรวิญญาณที่ผู้เข้าชมรอบแรกพูดถึงกัน!?”

“ชื่อนี้เหมาะมากเลย ภาพที่ดึงดูดได้ถึงจิตวิญญาณแบบนี้ จะเรียกว่าอะไรได้อีก!?”

“ฉันไม่เข้าใจจิตรกรรมแบบดั้งเดิมหรอก ฉันอ่านแต่การ์ตูน แต่ภาพนี้ ต่างออกไปจริงๆ !”

………………………………………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน