เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1198

ตอนที่ 1198 อิ่งจือควรคู่แก่การเป็นอันดับหนึ่งของบลูสตาร์

ภาพภูผาธาราพันลี้!

ตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนด้วยพู่กันอย่างทรงพลัง เส้นสายพริ้วไหวราวมังกรและพยัคฆ์ แรงหมึกทะลุผ่านกระดาษ แผ่รัศมีแห่งจักรพรรดิผู้ยืนเหนือฟ้าดิน แค่ปรากฏลงมา ก็กลบรัศมีทั้งงานอย่างไม่เกรงใจใคร!

จิตรวิญญาณ!

นี่คือท่วงท่าของราชัน!

ทันทีที่ภาพนี้ปรากฏต่อสายตาทุกคน ไม่ต้องพูดให้มากความ ภาพวาดอีกเก้าสิบเก้าภาพก่อนหน้าก็ต้องยอมศิโรราบ ราวกับมีไว้เพียงเพื่อเป็นฉากหลังเสริมส่งให้ภาพนั้นโดดเด่นขึ้นเท่านั้น

และในวินาทีนั้นเอง

ทันทีที่ภาพนี้เผยโฉมต่อหน้าสาธารณชน ก็เปล่งประกายอย่างไม่ซ่อนงำ สะท้อนเสน่ห์อันไร้ผู้เทียมทานอย่างสง่าผ่าเผย!

ผู้ชมตะลึง!

เหล่ามหาเศรษฐีตะลึง!

จิตรกรระดับแนวหน้าสิบอันดับแรกของบลูสตาร์ถึงกับตะลึง!

แม้แต่จู่เฟิง ผู้ซึ่งเคยได้เห็นภาพนี้มาหลายวันแล้ว ก็ยังไม่อาจปิดบังแววตาคลั่งไคล้ที่ฉายชัดออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจได้!

ทั่วทั้งห้องเงียบกริบ

และท่ามกลางความเงียบงันประหนึ่งความตายนี้ แม้แต่ผู้ชมที่อยู่แถวหลังซึ่งมองเห็นภาพได้ไม่ถนัดนัก ก็ยังแย่งกันเขย่งปลายเท้าขึ้นมาอย่างร้อนรน

ตู้จัดแสดงกระจกใส

เบื้องหลังกระจกใสนั้น ภาพวาดม้วนยาวได้ถูกคลี่ออก

ภาพทิวเขาสลับซับซ้อน และสายน้ำกว้างใหญ่แต่งแต้มไปด้วยสายหมอกสีเงินจางๆ รวมกันเป็นภาพทิวทัศน์แบบเสี่ยอี้ที่งดงามจับใจ!

หมู่บ้านชาวประมงในชนบท

ศาลาริมน้ำ

กระท่อมหญ้า

สะพานโค้งริมธาร

ในทิวทัศน์อันเงียบสงบของขุนเขาเขียวขจีและสายน้ำใสราวมรกต ยังมีรายละเอียดเล็กๆ ที่แทรกเข้ามาอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นภาพการหาปลา การพายเรือ การเล่นสนุก หรือการเดินตลาด

ความเคลื่อนไหวและความนิ่งงันผสานกัน

งดงามถึงขีดสุด!

ในส่วนของการวาดองค์ประกอบมนุษย์ภายในภาพ ก็ประณีตละเอียดลออไม่แพ้กัน อิริยาบถนับพันดูมีชีวิตชีวาราวกับมีชีวิตจริง แม้แต่ภาพนกที่โบยบิน ก็เพียงแค่แต้มปลายพู่กันเบาๆ ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกของปีกที่กำลังแผ่กางทะยานสู่เวหา นี่คือสุดยอดของผลงานแนวทิวทัศน์อย่างแท้จริง!

ในห้วงแห่งความเลื่อนลอย

ความรู้สึกเกินจะพรรณนาได้ก็พลันก่อตัวขึ้นในใจของผู้คน ผู้คนและสรรพสิ่งรอบกาย ราวกับกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วต่อหน้าต่อตา

ราวกับเวลาไหลย้อนกลับ

เมื่อผู้ชมจดจ่ออยู่กับภาพนี้อย่างสมบูรณ์ สติสัมปชัญญะของพวกเขาก็เหมือนจะถูกกลืนกิน ราวกับได้ข้ามมิติมายังโลกอีกใบหนึ่ง

โลกที่งดงามเหลือเกิน!

เปิดฉากด้วยภาพยอดเขาสูงตระหง่านทะลุเมฆา เบื้องหลังคือแนวเขาสลับซับซ้อนทอดยาวสุดสายตา เผยให้เห็นภูมิทัศน์ของขุนเขาแม่น้ำอันยิ่งใหญ่ประหนึ่งถูกสลักโดยเทพเจ้า!

แค่เพียงก้าวเดิน ก็ได้พบเห็นทิวทัศน์ใหม่

อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ ภูเขาสูงตระหง่านสงบนิ่ง ทอดตัวคดเคี้ยวราวกับมังกรยักษ์นอนหมอบ ส่วนเชิงเขา แม่น้ำสายใหญ่ก็ยังคงเชี่ยวกราก กระเพื่อมซัดอย่างไม่สิ้นสุด

เป็นคลื่นยักษ์อันน่าสะพรึง!

เป็นเกลียวคลื่นอันเกรี้ยวกราด!

เป็นสุ้มเสียงแห่งธรรมชาติที่กระแทกสะท้อนก้องอยู่ในหุบเขาอย่างไม่รู้จบ!

กลางหุบเขา

ละอองคลื่นฟองน้ำพลิ้วไหวอยู่ในม่านสายน้ำสีขาวราวกับวิญญาณแห่งสายน้ำกำลังเริงระบำ เสียงน้ำตกพลันขานรับสอดประสานกัน

ท่ามกลางสายน้ำนั้น

มีโซ่เหล็กพาดขวางลำน้ำ และเรือใบโต้ลมตัดคลื่นโต้ลม

วิหคเสรีโผบินตัดผ่านนภาเหนือยอดผาสูงนับหมื่นฟุต กางปีกอันใหญ่โตทะลุทะลวงกลุ่มเมฆ ไม่ไหวเอนแม้สายลมจะแรงกรรโชกเพียงใด โบยบินเคียงข้างสนเขียวบนหน้าผาชันที่แผ่กิ่งแข็งแกร่งต้านพายุ อาจหาญและสง่างาม

ริมฝั่ง

สะพานไม้ทอดยาวเชื่อมผืนน้ำกับท้องฟ้าเข้าด้วยกัน ราวกับสายรุ้งที่ทอดตัวเหนือทะเลหมอก กลางคลื่นควันบางเบา มีศาลาริมน้ำพอมองเห็นได้ลางๆ

และไกลออกไปหลังเทือกเขาสองชั้น คือเคหาสน์กลางหุบผาลึก มีเส้นทางแคบเลาะเลี้ยวขึ้นเขาคดโค้งเก้าระลอก ทอดยาวนำสู่สวนด้านในสุดอันรกครึ้ม

นี่คือแดนสวรรค์หรือ?

แต่แล้วเมื่อมุมหนึ่งของภาพค่อยๆ คลี่ออก

กลับปรากฏสะพานข้ามแม่น้ำทอดยาวสู่ฝั่ง

เดินผ่านวัดร้าง ผ่านเรือนมุงจากและศาลาไม้ที่ตั้งห่างกันอย่างกระจัดกระจาย เดินผ่านขุนเขา ข้ามหุบผา และหมู่บ้านแห่งหนึ่งก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น

ในหมู่บ้านเล็กริมธาร

บ้านเรือนเรียงรายลดหลั่น ริมหมู่บ้านมีสะพานไม้และกังหันน้ำ บนตลิ่งมีเรือประมงลำเล็กๆ จอดอยู่สองสามลำ คล้ายกับได้ยินเสียงชาวประมงตะโกนอย่างแหบพร่าดังแว่วมาเป็นระยะ

ไม่นานนัก

เรือประมงลำน้อยแล่นลับสายตาไปในระยะไกล เห็นแนวเขาสองลูกประจันหน้ากันข้ามแม่น้ำ

ดั่งคู่รักที่ถูกขวางกั้นด้วยทางช้างเผือก ต่างโน้มตัวเข้าหากันด้วยแรงใจ แต่ก็ไม่อาจแตะต้องถึงกันได้

ใช่แดนสวรรค์ที่ไหนกันเล่า

หากแต่คือโลกมนุษย์

คือขุนเขาใต้ฝ่าเท้า

คือฟ้าดินในหัวใจ

ภาพภูผาธาราพันลี้ งดงามดั่งจิตรกรรมแห่งแผ่นดิน

ไม่มีใครรู้ตัวเลยว่าเริ่มหลงเข้าไปในโลกของภาพวาดตั้งแต่เมื่อไหร่ บางทีอาจเพียงชั่วลัดนิ้วมือ

เช่นเดียวกับที่ไม่มีใครอธิบายได้ว่าตนเองรู้สึกตัวกลับมาเมื่อไหร่ อาจเป็นเพียงตอนที่ดวงตาเริ่มแห้งและเมื่อยล้าอย่างฉับพลัน

ไม่แปลกที่ดวงตาจะแห้ง

ไม่แปลกที่ดวงตาจะเมื่อยล้า

ใครจะไปทนจ้องภาพโดยไม่กระพริบตาได้นานนักกันเล่า

หมื่นผาสิบพันหุบเขาเรียงรายดุจดาราบนท้องฟ้า

ในแง่ของการถ่ายทอดความยิ่งใหญ่และอลังการของภูมิประเทศแล้ว

ภาพนี้เรียกได้ว่า ไม่เคยมีผู้ใดทำได้มาก่อน และไม่มีใครทำได้อีกในภายหลัง

สิ่งที่ยิ่งทำให้ใจรู้สึกยำเกรงและยกย่องยิ่งกว่าเดิมคือ แค่เพียงจ้องมองภาพนี้ ก็เหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง

โลกใบนั้นคือโลกในภาพ

โลกที่ใครๆ ก็เฝ้าฝันหา”

อารมณ์ของหลี่เหยียนเฟิงเต็มไปด้วยความซับซ้อน

และในขณะที่เขาเอ่ยวาจาแสดงความเห็น

ฝูงชนรอบข้างก็ค่อยๆ เงียบเสียงลง

ผู้คนกำลังดื่มด่ำกับคำพูดของจิตรกรชั้นนำของบลูสตาร์ผู้นี้

แต่กลับไม่มีใครรู้สึกว่าเขาพูดเกินจริง

หากยังไม่ได้เห็นภาพนี้ด้วยตาตนเอง

บางคนอาจไม่มีใครคิดว่าประโยคว่า ‘ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน และไม่มีใครทำได้อีกในภายหลัง’ นั้นเกินจริง

โดยเฉพาะเมื่อคำพูดนี้ออกจากปากของหลี่เหยียนเฟิงที่เป็นหนึ่งในปรมาจารย์แห่งวงการ

ทว่า ณ ขณะนั้น ณ สถานที่แห่งนี้ ท่ามกลางอารมณ์เช่นนี้

ใครจะกล้ากล่าวว่าหลี่เหยียนเฟิงพูดผิด?

โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายของเขา

แค่เพียงมองภาพนี้ ก็เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกในภาพ

แล้วจะมีใครไม่รู้สึกเช่นเดียวกันเล่า?

เมื่อย้อนคิดถึงอารมณ์ที่ถาโถมเข้ามา ย้อนนึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่กระทบจิตใจ นี่คือสิ่งที่ไม่มีภาพวาดใดในโลกนี้สามารถลอกเลียนแบบได้

แล้วเมื่อเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง

ขณะที่หลี่เหยียนเฟิงและเหล่าจิตรกรระดับแนวหน้าหลายสิบคนเดินออกมาจากหอจัดแสดง

กลุ่มนักข่าวที่ยืนรออยู่เนิ่นนานก็กระโจนเข้ามาโอบล้อมด้วยความอยากรู้อยากเห็น

แต่ปรากฏว่าจิตรกรทั้งสิบคนกลับมองหน้ากันไปมา ไม่มีใครเอ่ยปากก่อนแม้แต่คนเดียว

นักข่าวต่างรู้สึกงุนงง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นด้านในนิทรรศกาล

พวกเขาไม่มีสิทธิ์เข้าไป เพราะงานนิทรรศการในครั้งนี้ไม่อนุญาตให้ใครถ่ายภาพได้แม้แต่ภาพเดียว

ในที่สุด

หลี่เหยียนเฟิงก็เป็นผู้ทำลายความเงียบงันนั้นลง

เขากล่าวออกมาราวกับคำพิพากษาสุดท้าย ‘อิ่งจือควรคู่แก่การเป็นอันดับหนึ่งของบลูสตาร์!’

เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมา

ผู้คนทั่วทุกสารทิศพลันตื่นตะลึง!

…………………………………………………….

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน