ตอนที่ 1194-2 สะเทือนลั่นทุกสารทิศ (2)
ในวงการจิตรกรรมดั้งเดิมของบลูสตาร์
แน่นอนว่า ข่าวว่ากับอิ่งจือจะจัดนิทรรศการภาพวาดพู่กันโบราณเดี่ยว ย่อมแพร่สะพัดมาถึงที่นี่เช่นกัน
“นิทรรศการเดี่ยวงั้นเหรอ!?”
“ที่หอจัดแสดงศิลปะแห่งจงโจวเลยเนี่ยนะ!?”
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวันนี้จะมาถึงจริงๆ อิ่งจือกำลังจะเข้าสู่วงการจิตรกรรมดั้งเดิมของบลูสตาร์อย่างเป็นทางการแล้ว!”
“วงการจิตรกรรมบลูสตาร์กำลังจะสั่นสะเทือน!”
“พอเห็นอันดับของอิ่งจือในตารางจัดอันดับจิตรกรของบลูสตาร์ ฉันก็รู้เลยว่าเรื่องมันต้องไปกันใหญ่แน่ๆ นี่เหมือนบีบให้เขาก้าวเข้ามาในวงการจิตรกรรมดั้งเดิมเพื่อประกาศศักดา ใครจะไปต้านเขาได้ล่ะ!”
“เดี๋ยวๆๆ !”
“นี่พวกคุณพูดจริงหรือประชดกันแน่?”
“อยู่ดีๆ ผมก็แยกไม่ออกเลยว่านี่พวกคุณกำลังเหน็บแนมว่าอิ่งจือเป็นแค่นักวาดการ์ตูนที่ไม่เจียมตัว ถึงขั้นกล้าเปิดนิทรรศการภาพวาดของตัวเอง หรือพวกคุณเชื่อจริงๆ ว่าเขาจะมาล้างบางวงการจิตรกรรมดั้งเดิมของบลูสตาร์กันแน่…”
“แน่นอนว่าหมายถึงอย่างหลัง!”
“คุณยังไม่รู้ถึงความน่ากลัวของอิ่งจือ ผมเคยเห็นภาพม้าควบที่เขาวาดในนิทรรศการครั้งหนึ่ง ภาพนั้นฝีมือระดับปรมาจารย์เลยนะ ไม่แพ้บรรดาศิลปินที่ติดสิบอันดับแรกเลยด้วยซ้ำ!”
“จริงหรือเปล่า?”
“คุณคงเป็นหน้าใหม่ในวงการสินะ ถึงได้คิดว่าอิ่งจือมีดีแค่เขียนการ์ตูนกับทำแอนิเมชัน คนเขาเล่นภาพวาดพู่กันโบราณมาตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว ถ้าไม่เชื่อก็ไปค้นข่าวในเน็ตดูได้ ตอนนั้นยังมีคนพูดถึงกันเพียบ!”
เห็นได้ชัดว่า
เมื่อเทียบกับบรรดาชาวเน็ตในแต่ละทวีปที่ยังดูนิ่งเฉยกับข่าวนี้ คนในวงการจิตรกรรมดั้งเดิมของแต่ละทวีปในบลูสตาร์กลับแสดงปฏิกิริยาตื่นตัวกันอย่างชัดเจนเมื่อได้ข่าวว่าอิ่งจือจะจัดนิทรรศการ
ทำไมน่ะหรือ?
ก็เพราะหลายคนในวงการยังจำภาพ ‘ม้าคึก’ ที่อิ่งจือเคยวาดไว้ได้ดี ภาพนั้นเได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามในวงการจิตรกรรมแนวดั้งเดิมของบลูสตาร์!
อะแฮ่ม
ในตอนที่ 785 ก็เคยพูดถึงภาพนั้นไว้แล้วละ
…
จ้าวโจว
ผู้เฒ่าสองคนกำลังนั่งดื่มชาอยู่ด้วยกัน
ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า
“ช่วงนี้ฉันว่าจะไปจงโจว พี่หลี่สนใจไปด้วยกันไหม?”
อีกฝ่ายชะงัก “พี่เฉวียนจะไปทำไมหรือ”
ชายแซ่เฉวียนพูดต่อ “นายยังจำที่ฉันเคยพูดเรื่องภาพชุดจิตรวิญญาณของอิ่งจือได้ไหม ตอนนั้นนายไม่เชื่อว่าโลกนี้จะมีภาพวาดที่มหัศจรรย์ขนาดนั้น
พอดีตอนนี้อิ่งจือกำลังจะจัดนิทรรศการเดี่ยวที่หอจัดแสดงศิลปะแห่งจงโจว
อาจมีภาพในชุดจิตรวิญญาณไปจัดแสดงด้วยก็ได้
ถึงตอนนั้นเราสองคนไปดูให้เห็นกับตาจะได้รู้กันเสียทีว่าข้าที่พูดไว้นั้นเป็นคำเกินจริงหรือไม่”
ชายแซ่หลี่เงียบไปชั่วขณะ
เขายังจำได้ดีว่าเมื่อปีที่แล้ว เพื่อนคนนี้เคยพูดอย่างตื่นเต้นว่า
ตัวเองได้เห็นภาพวาดระดับตำนานในแวดวงภาพวาดพู่กันโบราณ เรียกว่าภาพชุดจิตรวิญญาณของอิ่งจืออะไรสักอย่าง
ตอนนั้นเขาไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่นัก
เขาเข้าใจดีว่าอิ่งจือมีฝีมือด้านจิตรกรรมระดับปรมาจารย์ แต่ถึงขั้นมีภาพว่าที่เขากล้าเรียกว่าระดับตำนานเชียวหรือ?
แต่ไม่นานมานี้ จงโจวก็ดูเหมือนจะมีสิ่งที่เรียกว่าภาพชุดจิตรวิญญาณของเงาอีกเช่นกัน เรื่องนี้ทำให้ผู้เฒ่าแซ่หลี่เริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมา
“ย่อมได้”
เมื่อได้ยินเพื่อนตอบรับ ผู้เฒ่าแซ่เฉวียนก็คลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย “พวกเราสองคนก็อยู่ในสิบอันดับแรกของวงการจิตรกรรมบลูสตาร์ แต่ฉันเชื่อว่า ในนิทรรศการครั้งนี้ของอิ่งจือ น่ากลัวว่าเราอาจได้พบปะกับมิตรสหายเก่าแก่คนอื่นๆ ในสิบอันดับแรกอีกหลายคนที่นั่น”
“พวกเขาก็รู้เรื่องภาพชุดจิตรวิญญาณด้วยหรือ?”
“คนพวกนั้นทุ่มเททุกอย่างเพื่อไล่ตามความสมบูรณ์แบบ แน่นอนว่าต้องเคยชมภาพชุดจิตรวิญญาณของอิ่งจือมาแล้ว และเคยนั่งสนทนากันกับฉันทั้งคืน จะมีก็แต่นายคนเดียวที่ปลีกวิเวกจนแทบไม่รับรู้ข่าวสารจากโลกภายนอก แม้แต่ฉันมาเล่าให้ฟัง นายก็ยังไม่ยอมเชื่อสักที”
บนโลกนี้ไม่มีความลับที่เก็บงำไว้ได้ตลอดไป
อันที่จริง ภาพชุดจิตรวิญญาณไม่ได้เป็นเพียงตำนานในหมู่มหาเศรษฐีเท่านั้น แต่ในวงการจิตรกรรมดั้งเดิมบลูสตาร์ จิตรกรแถวหน้าหลายคนก็ได้รู้จักผลงานเหล่านี้ผ่านช่องทางของพวกเศรษฐีด้วยเช่นกัน
โดยเฉพาะกลุ่มที่ติดสิบอันดับแรก
ถึงอย่างไร
ก่อนที่ภาพชุดจิตรวิญญาณของอิ่งจือจะถือกำเนิด พวกเขานี่แหละ คือกลุ่มศิลปินที่บรรดามหาเศรษฐีต่างเทใจและยกย่องว่าเป็นเพชรยอดมงกุฎของวงการ
…
แวดวงมหาเศรษฐี!
หากจะพูดถึงคนที่มีปฏิกิริยารุนแรงที่สุดต่อข่าวนี้ ก็คงหนีไม่พ้นเหล่ามหาเศรษฐีแห่งดาวบลูสตาร์ที่คอยติดตามความเคลื่อนไหวของอิ่งจืออย่างใกล้ชิด!
“ใครจะไปรู้ว่าเขาทำอะไรในนั้น”
“งั้นถามดูหน่อยละกัน”
“แต่คุณต้องระวังนะ มีคนเคาะไปก่อนหน้านี้ โดนด่ากลับมายับเลย”
ระหว่างคุยกัน
คนหนึ่งก็เคาะประตูเบาๆ
เสียงจู่เฟิงดังออกมาจากข้างใน
“ใคร?”
“เหล่าโจวครับ”
“มีอะไร?”
“เลิกงานแล้วครับ…”
ประตูถูกเปิดออก
จู่เฟิงยืนขวางประตู ไม่ให้ทั้งสองคนมองเข้าไปด้านใน “วันนี้ผมจะทำโอที”
หัวหน้าระดับกลางทั้งสองคนยิ้มอย่างขมขื่น “วันนี้เหมือนจะไม่มีงานอะไรนะครับ”
จู่เฟิงโบกมืออย่างรำคาญ “ดูพวกคุณสิ ไม่มีใจรักงานกันเลย ต่างจากผมที่เป็นผู้อำนวยการ วันนี้จำเป็นต้องอยู่ทำงานทั้งคืน!”
ใช่แล้ว!
ทำโอที!
แม้ว่าเขาจะดูภาพภูผาธาราพันลี้มาทั้งวัน จนตาล้าไปหมดแล้ว แต่ไม่รู้ทำไม จู่เฟิงกลับรู้สึกว่า เขายังดูไม่หนำใจสักที ความรู้สึกที่ได้รับระหว่างชื่นชมภาพนี้ช่างชวนให้เคลิบเคลิ้มเกินบรรยาย
จะว่าไปแล้ว
โรงแรมของราชวงศ์ปลาก็มีภาพในชุดจิตรวิญญาณของอิ่งจือเหมือนกัน
ห้องที่แขวนภาพเหล่านั้น ราคาคืนละห้าแสนหยวน!
แต่ตอนนี้ตัวเขาไม่ต้องจ่ายสักบาท ก็สามารถอยู่ในห้องที่มีภาพจิตรวิญญาณของอิ่งจือได้เหมือนกัน บอกเลยว่าคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม ตอนนี้ใครจะโง่กลับบ้านไปนอนล่ะ?
ผมรักงาน!
งานทำให้ผมมีความสุข!
………………………………………………………

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...