เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1190

ตอนที่ 1190 ความดี ความชั่ว และความเป็นมนุษย์ (1)

Îอิชิงามิผู้ซึ่งตอนเปิดตัวแลดูเหนียมอายและไม่มีพิษภัย กลับพลิกโฉมไปอย่างสิ้นเชิงในฉากนี้ จากครูมัธยมปลายธรรมดาๆ กลายเป็นอัจฉริยะผู้มีไหวพริบเฉียบแหลมราวกับนักวางแผนสมองเพชร!

ทั้งที่อยู่ห้องข้างๆ

แต่อิชิงามิที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ กลับสามารถวิเคราะห์จากรองเท้าคู่หนึ่งและปฏิกิริยาของยาสึโกะ จนสรุปได้ว่าเหตุฆาตกรรมครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากฝีมือของยาสึโกะแค่คนเดียว แต่มิซาโตะลูกสาวของเธอก็มีส่วนรู้เห็นด้วย!

และตอนนี้

อิชิงามิกำลังจะใช้การอนุมานย้อนหลัง เพื่อช่วยให้ยาสึโกะและลูกสาวมีหลักฐานอ้างว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ และตบตาตำรวจอย่างแนบเนียน!Î

“เชี่ย!”

“สุดยอด!”

“ตอนแรกก็นึกว่าเป็นแค่ครูมัธยมจืดชืดธรรมดา ที่ไหนได้ อิชิงามินี่อัจฉริยะชัดๆ !”

“หมาป่าหน้าซื่อ!”

“ตอนไปเคาะประตูก็ใส่ถุงมือแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการทิ้งลายนิ้วมือไว้ แปลว่าตอนนั้นเขาก็ตัดสินใจจะช่วยยาสึโกะกับลูกอำพรางศพแล้วตั้งแต่แรก!”

“เท่ชะมัด!”

“แรงจูงใจชัดเจนมาก อิชิงามิทำทั้งหมดก็เพราะความรัก ก็ในบทแรกของนิยายก็บอกแล้วว่าเขาชอบยาสึโกะมากแค่ไหน”

“ที่แท้ครั้งนี้ไม่ใช่นิยายที่ให้คนอ่านเดาใครคือฆาตกรเหรอ?”

“งั้นต่อจากนี้ก็ต้องมาดูว่าอิชิงามิจะใช้การอนุมานย้อนหลังช่วยยาสึโกะกับลูกแก้ปัญหานี้ยังไง”

“ฉู่ขวงเก่งจริงๆ !”

“แค่สองตอนก็ทำให้ฉันติดเรื่องนี้จนหยุดอ่านไม่ได้แล้ว!”

ฉินโจว

จู่ ๆ หลู่หยางก็รู้สึกใจสั่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ตอนนี้เขาเพิ่งอ่านถึงบทที่สามของนิยายเท่านั้น “งั้นเนื้อหาต่อจากนี้ ก็คงเป็นการห้ำหั่นกันระหว่างตำรวจกับคนร้ายสินะ?”

ดูเหมือนว่าเขาจะเดาถูก

เรื่องราวเปลี่ยนไปเล่าจากมุมมองของตำรวจ

ศพของโทงาชิถูกพบในที่สาธารณะ

ตัวละครหลากหลายเริ่มทยอยปรากฏตัว

โดยเฉพาะคนที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด คือชายที่ชื่อยุคาวะ มานาบุ เขาเป็นศาสตราจารย์สาขาฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยชื่อดังในฉู่โจว ถึงขนาดที่แม้แต่ตำรวจยังต้องมาขอคำปรึกษาเวลาทำคดี เพียงเท่านี้ก็บ่งบอกได้ถึงความน่าเกรงขามของเขาแล้ว

ข้อมูลของอิชิงามิก็ถูกเปิดเผย

ผ่านการเล่าของยุคาวะ มานาบุ

แท้จริงแล้ว สมัยเรียนมหาวิทยาลัย อิชิงามิเป็นอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์ ถึงขนาดที่แม้แต่ยุคาวะ ซึ่งตอนนี้เป็นถึงศาสตราจารย์สาขาฟิสิกส์มหาวิทยาลัยชื่อดังก็ยังเอ่ยปากชื่นชมไม่หยุด

อัจฉริยะระดับนี้

ทำไมตอนนี้ถึงได้ตกอับถึงขนาดนี้กัน?

ที่แท้เป็นเพราะพ่อแม่ของอิชิงามิต่างมีอาการป่วยเรื้อรัง ทำให้ฐานะทางบ้านย่ำแย่มาก

แม้ว่าอิชิงามิจะต้องใช้ชีวิตอย่างปากกัดตีนถีบ ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย แต่สุดท้ายก็ยังหาเงินมาเลี้ยงดูทั้งครอบครัวไม่พอ แน่นอนว่า เขาจึงหมดสิทธิ์เรียนต่อในระดับปริญญาโท

มาถึงจุดนี้ต้องพูดถึงฉากหลังของนิยายสักหน่อย

ฉากหลังที่ฉู่ขวงเลือกใช้ในเรื่องนี้คือเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งตอนนั้นบลูสตาร์ยังล้าหลังกว่าปัจจุบันพอสมควร หากไม่มีเงินก็ต้องยอมทิ้งการเรียน ต่างจากทุกวันนี้ที่ยังพอมีทุนสนับสนุนอยู่บ้าง ยิ่งไปกว่านั้น อิชิงามิยังถูกมองว่าเป็น ‘ตัวประหลาด’ ในโรงเรียน ไม่รู้วิธีเข้าสังคมหรือสร้างความสัมพันธ์กับใคร

สรุปแล้ว

เพราะชะตาชีวิตที่ย่ำแย่ กอปรกับระบบในแวดวงวิชาการเส็งเคร็ง และอุปสรรคต่างๆ ในโลกแห่งความเป็นจริง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้อิชิงามิกลายเป็นคนตกอับเช่นทุกวันนี้

การประลองปัญญาระหว่างยุคาวะกับอิชิงามิ?

สวีผิงนักเขียนชื่อดังจากจงโจว จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เขม็ง ดวงตาไม่กระพริบ เผลอกัดริมฝีปากจนซีดเผือดโดยไม่รู้ตัว

นี่มันคือการสงครามไอคิวอย่างแท้จริง

ตอนแรกยุคาวะไม่ได้สนใจคดีที่ตำรวจมาขอคำปรึกษาสักเท่าไหร่ แต่พอได้ยินว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกับอิชิงามิ เขาก็พลันกระตือรือร้นขึ้นมาทันที ถึงขั้นนัดเจออิชิงามิเป็นการส่วนตัวเลยทีเดียว

และทันทีที่เจอกัน

ยุคาวะก็หยิบข้อสันนิษฐานทางคณิตศาสตร์ชิ้นหนึ่งออกมาทดสอบอิชิงามิ ข้อสันนิษฐานนี้เคยทำให้นักคณิตศาสตร์ระดับโลกหลายคนต้องปวดหัวมาแล้วไม่น้อย

แต่ถึงอย่างนั้น

อิชิงามิใช้เวลาเพียงหกชั่วโมงก็ไขโจทย์นั้นได้สำเร็จ! พรสวรรค์ทางคณิตศาสตร์ของเขาจึงเผยออกมาอย่างเด่นชัด!

แต่ดูเหมือนว่า ความเก่งในเชิงคณิตศาสตร์จะเทียบไม่ได้กับความสามารถด้านอาชญากรรม

หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ อัจฉริยะทางคณิตศาสตร์แบบอิชิงามิ อาจไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการก่ออาชญากรรม

แม้ว่าเขาจะช่วยยาสึโกะในการอำพรางศพและเบนความสนใจได้อย่างแนบเนียน แต่ตำรวจกลับค่อยๆ จับพิรุธบางอย่างได้

หรือว่าทุกอย่างจะถูกเปิดเผย?

ขณะที่สวีผิงกำลังคิดแบบนั้น

เนื้อเรื่องกลับหักมุมอย่างจัง

ยาสึโกะพ้นข้อหาฆาตกรรมได้ เพราะมีหลักฐานยืนยันว่าเธอไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ!

‘ตั๋วหนังใบนั้นก็มีอยู่จริงนะ แล้วแม่ลูกบ้านยาสึโกะก็ไปดูหนังจริงๆ ด้วย เรื่องนี้มันยังไงกันแน่?’

‘ฉันเริ่มตามไม่ทันแล้ว…’

‘รู้สึกเหมือนโดนเจ้าแก่ฉู่ขวงนั่นหลอกเล่นอยู่ฝ่ายเดียวเลย’

‘พวกคุณลองอ่านต่อดูสิ ยุคาวะเหมือนจะเจอเบาะแสบางอย่างแล้วนะ’

ยุคาวะเจอเบาะแสจริงๆ

ชายผู้เป็นคนเดียวในเรื่องที่สามารถตามความปราดเปรื่องของอิชิงามิได้ทัน ไม่ได้ไปอธิบายอะไรให้ตำรวจฟัง และก็ไม่พูดอะไรกับผู้อ่านที่กำลังลุ้นกันอย่างตื่นเต้น เขาไปหายาสึโกะโดยตรง

ยาสึโกะมีท่าทีลนลาน

เธอเพิ่งรู้ว่าอิชิงามิไปมอบตัวแล้ว

ยุคาวะคลี่ยิ้ม “ดูเหมือนคุณจะคิดว่าผมมาที่นี่เพื่อโน้มน้าวคุณ”

ยาสึโกะพยายามสงบสติอารมณ์ “เปล่าค่ะ ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น ฉันไม่มีอะไรให้คุณต้องมาโน้มน้าว”

ยุคาวะเกาท้ายทอยด้วยความเก้อเขิน “นั่นสินะ ผมพูดผิดเอง ต้องขอโทษด้วย แต่ที่จริงผมแค่อยากให้คุณรู้บางอย่างเท่านั้น ผมถึงได้มาหาคุณ”

“เรื่องอะไรกันแน่คะ”

“เรื่องนั้นน่ะหรือ”

ยุคาวะเว้นวรรคไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง สายตาจับจ้องไปที่ยาสึโกะ “ผมอยากบอกคุณว่า คุณไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับความจริงทั้งหมด”

ขณะนั้นเอง

ยังไม่ต้องพูดถึงปฏิกิริยาของยาสึโกะ

เพราะบรรดาผู้อ่านนับไม่ถ้วนต่างก็เบิกตากว้างกันพร้อมเพรียง!

หลู่หยางจากฉินโจว และสวีผิงจากจงโจว ถึงกับรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่อย่างเจ็บแสบ!

อะไรคือ คุณไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับความจริง?

มองผิวเผิน ดูเหมือนประโยคที่ยุคาวะพูดกับยาสึโกะ

แต่เอาเข้าจริง ผู้อ่านทุกคน รวมถึงหลู่หยางกับสวีผิง ต่างรู้สึกเหมือนถูกเจ้าแก่ฉู่ขวงถากถางเข้าให้เต็มแรง!

เวรเอ๊ย!

เจ้าแก่สารเลว!

แล้วความจริงมันคืออะไรกันแน่ฟระ!?

……………………………………………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน