เจี่ยนอันอันรีบผละออกจากอ้อมกอดของฉู่จวินสิง
นางประคองเหยียนเซ่าให้ลุกขึ้น
“ข้าไม่ได้ลำบากอะไร เจ้าไม่ต้องเก็บไปใส่ใจหรอก ตอนนี้พวกเราหาวิธีออกไปจากที่นี่ก่อนค่อยว่ากันเถิด”
เหยียนเซ่าลุกขึ้นแล้วประสานมือขอบคุณเจี่ยนอันอันอีกครั้ง
ผู้ที่เดินนำสำรวจเส้นทางด้านหน้ายังคงเป็นเหยียนเซ่าเหมือนเดิม
ครานี้เหยียนเซ่าระมัดระวังมากขึ้น เขาตื่นตัวต่อความเคลื่อนไหวที่นี่ในทุกฝีก้าว
โชคดีที่นอกจากเปลวไฟลูกนั้นแล้ว ที่นี่ก็ไม่ได้มีกลไกอาวุธลับอย่างอื่นอีก
ทั้งสี่คนเดินอยู่นานมากก่อนจะมาหยุดอยู่หน้าประตูหินบานหนึ่ง
พวกเขาพบว่าหน้าประตูหินมีคนจำนวนหนึ่งที่กลายร่างเป็นกระดูกไปแล้วยืนอยู่
แต่คนเหล่านี้หันหน้าไปทางประตูหิน ขณะที่ด้านหลังมีดาบหลายเล่มปักอยู่
เวลานี้ เจี่ยนอันอันรู้สึกว่าพวกเขาไม่เหมือนคนที่คอยดูแลปกป้องที่นี่
แต่เหมือนเข้ามาตามหาอะไรบางอย่างมากกว่า
นอกจากนี้ก็ไม่มีชีวิตรอดออกไปเช่นกัน
ในเมื่อร่างของคนเหล่านี้หยุดอยู่หน้าประตูหินบานนี้ เช่นนั้นก็หมายความว่าต้องมีของล้ำค่าอยู่ด้านหลังประตูแน่นอน
และของสิ่งนั้นก็เป็นของที่พวกเขาต้องคว้ามาให้ได้แม้ต้องตาย
ทันใดนั้นเอง มีความคิดอย่างหนึ่งผุดคิดในหัวเจี่ยนอันอัน
นางรีบหันไปถามเซิ่งฟาง “พี่เซิ่ง ยามที่ท่านเป็นเจ้าเมืองเมืองอินเป่ย ท่านไม่เคยได้ยินเรื่องที่เมืองอินเป่ยมีคลังสมบัติจริงหรือ?”
เซิ่งฟางผงะไปครู่หนึ่งแต่ก็ได้สติอย่างรวดเร็ว
เขาตอบด้วยความงุนงง “ข้าดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองมาหลายปี ไม่เคยได้ยินผู้ใดพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน”
เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดจู่ๆ เจี่ยนอันอันถึงถามเรื่องนี้
ทว่าฉู่จวินสิงกลับเข้าใจความหมายของเจี่ยนอันอัน
เขาเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “อันอัน เจ้าหมายความว่าด้านในนี้มีคลังสมบัติหรือ?”
เจี่ยนอันอันพยักหน้า “ข้าเพียงแต่คาดเดา ไม่รู้เช่นกันว่ามีคลังสมบัติจริงหรือไม่”
เซิ่งฟางฟังดังนี้ก็ส่ายมือโดยพลัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ
ทำไมปลดล็อคไม่ได้ เป็นแบบนี้มานานแล้วเมื่อไหร่จะแก้ไข...
ใช้เหรียญ◌ำม่ได้...
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ...