อวี๋ว่านเดินเข้ามาแล้วกล่าวแนะนำกับเจี่ยนอันอัน “แม่นาง นี่คือภรรยาของข้า หลิวซื่อ”
“เมื่อวานนางยังต่อว่าข้าอยู่เลย ว่าเหตุใดถึงรับค่าแรงจากท่านมากมายขนาดนั้น”
เจี่ยนอันอันฟังแล้วก็ส่งยิ้มให้กับหลิวซื่อ
“ค่าแรงนั้นเป็นสิ่งที่พี่อวี๋สมควรได้รับ พวกท่านเก็บไว้ใช้เถิด อย่าโทษพี่อวี๋อีกเลย”
หลิวซื่อฟังแล้วก็ยิ้มอย่างเขินอาย นางเริ่มรู้สึกมีไมตรีต่อเจี่ยนอันอันมากขึ้น
ขณะที่ซ่างตงเยว่เห็นว่าเจี่ยนอันอันมาแล้ว นางรีบก้าวลงจากเตียงอุ่นแล้วโผเข้ามากอดเจี่ยนอันอันแน่น
“ท่านอา ท่านพ่อของข้าถูกคนจับตัวไปแล้ว ข้าจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ?”
ซ่างตงเยว่ที่กำลังโศกเศร้า พอได้เห็นเจี่ยนอันอัน ก็ร้องไห้หนักขึ้น
เจี่ยนอันอันลูบหลังนางเบาๆ พลางเอ่ยปลอบด้วยเสียงอ่อนโยน “เรื่องนี้ข้าได้ยินมาแล้ว เจ้าอย่าเพิ่งร้องไห้ ข้าจะหาทางช่วยเอง”
ตอนนี้ซ่างตงเยว่เชื่อใจเจี่ยนอันอันมากที่สุด
ฟังนางบอกว่าจะคิดหาทางช่วย ซ่างตงเยว่ก็หยุดร้องทันที
นางใช้ปลายแขนเสื้อเช็ดน้ำตาบนใบหน้า แล้วเงยหน้ามองเจี่ยนอันอัน
“ท่านอา ท่านจะช่วยหาท่านพ่อของข้ากลับมาได้จริงๆ ใช่ไหมเจ้าคะ?”
เจี่ยนอันอันพยักหน้าอย่างหนักแน่น “เจ้าอย่าได้กังวล พ่อของเจ้ามิได้ทำสิ่งผิด ข้าจะต้องพาเขากลับมาให้ได้แน่”
อวี๋ว่านและหลิวซื่อที่ได้ยินเจี่ยนอันอันพูดว่าจะพาซ่างชิวกลับมา
พวกเขาต่างรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้
ในที่ว่าการอำเภอ จางต้าผู้เป็นสามีของอวี้เฟิ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของที่ว่าการ อีกทั้งเขายังเป็นน้องเขยของนายอำเภอ
พวกเขาสามารถหาเหตุผลนับหมื่นนับพันมาโยนความผิดให้ซ่างชิวได้
นายอำเภอเองก็เป็นขุนนางที่โง่เขลา มักจะเชื่อฟังแต่คำพูดของน้องเขยตัวเองอยู่เสมอ
แม้จางต้าเป็นคนจากหมู่บ้านชิงสุ่ย เขากลับมีวาจาฉะฉาน รู้ว่าควรพูดอย่างไร
ทุกครั้งก็พูดจนอวี้เฟิ่งแยกไม่ออก
จางต้าก็ใช้ปากหว่านล้อมจนอวี้เฟิ่งยอมแต่งจากในอำเภอมายังหมู่บ้านชิงสุ่ย
เขาอาศัยตำแหน่งพี่ชายของอวี้เฟิ่งที่เป็นนายอำเภอ เพื่อก้าวขึ้นเป็นเจ้าหน้าที่ทางการ และยิ่งทำตัวหยิ่งผยองในหมู่บ้านมากขึ้น
ยามนี้เหล่าสาวใช้ได้จัดเตรียมอาหารไว้พร้อมแล้ว
เนื่องจากในลานบ้านไม่สะดวกให้คนอยู่ พวกนางจึงยกอาหารทั้งหมดเข้าไปในเรือน
โชคดีที่ตัวเรือนหลักมีพื้นที่กว้างพอ สามารถจัดวางโต๊ะได้สองตัว
เมื่อทุกคนเข้ามานั่งประจำที่แล้ว ทุกสายตาก็หันไปมองยังซ่างตงเยว่
ฮูหยินใหญ่เอ่ยถามขึ้นว่า “แล้วซ่างชิวเหตุใดจึงไม่ได้มาด้วยเล่า?”
เจี่ยนอันอันเล่าเรื่องที่ซ่างชิวถูกคนของที่ว่าการอำเภอจับตัวไปให้ฟัง
ฉู่จวินสิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “นายอำเภอผู้นี้ เป็นขุนนางนานเสียจนลืมไปแล้วกระมังว่าตนเองเป็นใคร”
เซิ่งฟางรีบลุกขึ้นยืนทันที พลางพูดกับเจี่ยนอันอันว่า “ข้าจะไปหานายอำเภอเพื่อทวงคนคืนเดี๋ยวนี้”
เจี่ยนอันอันรีบคว้าแขนเซิ่งฟางไว้ แล้วบอกเขาว่า “พี่เซิ่ง ใจเย็นๆ ก่อนเถิด เรากินข้าวกันให้เรียบร้อยก่อน พอท้องอิ่มแล้วจึงจะมีเรี่ยวแรงไปทวงคนกลับมาไงเล่า”
เซิ่งฟางคิดว่าที่นางพูดก็มีเหตุผล จึงนั่งลงแล้วเริ่มกินข้าวคำโตด้วยความเร่งรีบ
ภายในใจของเขาอัดอั้นไปด้วยความโกรธ ในฐานะอดีตเจ้าเมืองแห่งเมืองอินเป่ย เขาจะยอมเห็นนายอำเภอจับคนโดยไร้เหตุผลเช่นนี้ได้อย่างไร

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ
ทำไมปลดล็อคไม่ได้ เป็นแบบนี้มานานแล้วเมื่อไหร่จะแก้ไข...
ใช้เหรียญ◌ำม่ได้...
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ...