หลังจากที่เฉินชางถอดความคำพูดติดปากของเหล่าหม่า เขาก็พลันโล่งใจขึ้นมา นี่สมกับบุคลิกของเหล่าหม่า เวลานี้หลี่เยวก็อยู่ข้างหลังได้ยินคำพูดนี้พอดี เขาเงียบเป็นนานก่อนกดไลก์ให้เฉินชาง!
เฉินชางสงสัยมากว่าทำไมเหล่าหม่าไม่เคยถูกร้องเรียน ไม่สิ! ไม่ถูก! หลัวโหยวไฉ… นี่ไง… ถูกแล้ว! หลัวโหยวไฉแผนกฝ่ายกิจการแพทย์ก็ไม่ใช่พี่ชายของภรรยาเหล่าหม่าหรือ!
เฉินชางตาสว่างทันที ที่แท้… เจ้าหมอนี่โชคดีจริงๆ นึกถึงรถหรู คฤหาสน์ สาวงาม ทรัพย์สิน ฐานะสังคมของเหล่าหม่า… คีย์เวิร์ดของหม่าเยวฮุยพลันสามารถบรรยายได้ด้วยคำหนึ่ง “คาบช้อนทองมาเกิด!”
แต่จำต้องพูดว่าการราวน์วอร์ดเป็นงานที่ค่อนข้างยุ่งยากแต่จำเป็นมาก ไม่ว่าแพทย์คนไหนไม่ว่าแผนกอายุรศาสตร์หรือแผนกสูตินรีเวช ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือการราวด์วอร์ด อย่างไรแพทยศาสตร์ก็คือศาสตร์ที่เกี่ยวกับการดูแลคน จำเป็นต้องมีการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์กันระหว่างคน
ตอนที่ดูแลคนป่วย ท่าทีของแพทย์แต่ละคนจะแตกต่างกัน ความเย็นชาสูงส่งของเหล่าอวี่ทำให้คนไข้รู้สึกห่างเหินและหนาวเย็น แต่ก็เพราะแบบนี้กลับดูมีอำนาจถึงขั้นเกิดความสงสัยน้อยมาก ความเอาใจใส่และเป็นกันเองของเหล่าหม่าทำให้คนไข้ค่อนข้างรู้สึกสบายใจ แต่โดยทั่วไปสำหรับเฉินชาง เขาชอบยกมุมปากเล็กน้อยรักษารอยยิ้ม พยายามใช้น้ำเสียงนุ่มนวลสุดความสามารถ ดูอ่อนโยนและสงบสุข
แต่ไม่ใช่คนไข้ทุกคนที่ทำให้เขาเป็นมิตรได้ บางครั้งเขาก็จะเจอคนไข้ที่อดชวนให้โมโหไม่ได้ หลังเฉินชางตรวจชายชราเตียงยี่สิบแปดเสร็จก็ยิ้มกำชับหนึ่งรอบ จากนั้นก็มองคนหนุ่มที่เตียงยี่สิบเก้า!
หวงปินไหรายงานอาการป่วยอย่างเป็นลำดับขั้นตอน
“ความดันเลือดหลังตื่นนอน 170/120 mmHg ผลการทดสอบความทนต่อกลูโคสพบว่าเป็นเบาหวาน ค่าน้ำตาลในเลือดตอนท้องว่างหลังตื่นนอน 19.1 คนไข้มีหลอดเลือดหัวใจค่อนข้างร้ายแรง…”แต่คนไข้กลับรำคาญปรับเตียงขึ้นมา เขาพิงอยู่ข้างบน นั่งไขว่ห้าง มือข้างหนึ่งหยิบบุหรี่มาดม อย่างไรก็ห้ามสูบบุหรี่ในห้องผู้ป่วย เขามองพวกเฉินชางอย่างรำคาญเล็กน้อยสุดท้ายก็อดพูดขึ้นมาไม่ได้
“ตรวจเสร็จหรือยัง วันนี้ออกไปได้แล้วสินะ ฉันก็แค่ดื่มมากไปหน่อยจนหลับ แต่พวกคุณดันร่ายปัญหาซะยาว อีกอย่างเมื่อคืนบอกว่าฉันน้ำตาลในเลือดต่ำจนสลบไป วันนี้มาบอกว่าฉันเป็นเบาหวาน เห็นเป็นตัวตลกของพวกคุณหรือไง รีบให้ฉันออกโรงพยาบาลเลยนะ!”หลังชายคนนั้นพูดจบก็อดหันหน้าพึมพำเสียงเบาไม่ได้
“หมอเด็กเอาๆ หัวหน้าพวกคุณล่ะ พี่ชายพวกเราจ่ายเงินมาหาหมนะ เงินที่จ่ายก็ไม่ได้น้อยกว่าคนอื่นละมั้ง ทำไมฉันถึงเลือกหมอเจ้าของไข้ไม่ได้ล่ะ ฉันอยากเลือกหมอที่ประสบการณ์สูงหน่อยไม่ได้เหรอ”

เฉินชางก็เงียบลงหลายวินาที จากนั้นเฉินชางก็ไม่ส่งเสียง บอกตามตรงถูกหาเรื่องแบบนี้ใครจะไม่โกรธบ้าง เขาถือประวัติคนไข้มองผลตรวจแล็บเล็กน้อย อารมณ์ก็สงบลง จากนั้นก็พูดกับชายคนนั้นว่า
“ผมเข้าใจความต้องการของคุณแล้ว เดิมทีอยากคุยเรื่องอาการป่วยของคุณ แต่เหมือนคุณไม่อยากรู้ งั้นผมก็ไม่พูดแล้ว แต่ผมขอเตือนคุณหนึ่งประโยค โรคของคุณเกิดจากตัวเอง ไม่ได้ตรวจเจอออกมา คุณจำเป็นต้องเข้าใจในจุดนี้ ถึงยังไงผมก็ไม่มีความสามารถทำให้คุณป่วยได้”จากนั้นเฉินชางก็มอบหมายสถานการณ์ให้หวงปินไหหนึ่งรอบ มอบหมายการตรวจติดตามผลกับข้อควรระวังรวมถึงต้องใช้ยาอะไร สุดท้ายก็บอก
“เขียนพวกนี้ลงในประวัติคนไข้แล้วเอาไปให้เขาเซ็นว่าเขายินยอมออกจากโรงพยาบาลเอง หลังออกไปแล้วหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นจะไม่รับผิดชอบ!”พูดจบเฉินชางก็ลุกขึ้นจากไป ไม่ได้มองผู้ชายคนนั้นแม้แต่น้อย แต่เจอบทสนทนาของเฉินชางกับหวงปินไห เขาพลันพูดไม่ออก
“ฉัน… ฉันจะฟ้องคุณ นี่มันทำทีอะไรกัน”เฉินชางไม่สนใจแม้แต่น้อย ลุกขึ้นจากไป ชายชราอีกคนในห้องเห็นดังนั้นก็อดพูดไม่ได้
“ไอ้หนุ่ม เธอจะฟ้องอะไร ประการแรกศาสตราจารย์เฉินเขาเป็นมิตรแล้ว ต่อให้เป็นแบบนั้นเขาก็แจกแจงอาการป่วย รับผิดชอบราวน์วอร์ด เธอก็ได้ยินแล้ว ประการที่สองคุณอยากออกโรงพยาบาล คนเขาก็ตกลงแล้ว ทำเรื่องที่ควรทำแล้ว ไม่ได้มาตรฐานตรงไหน อีกอย่างนะ เธอนึกว่าโรงพยาบาลเป็นร้านนวดเลือกหมอได้ตามใจหรือไง พอเลย โรงพยาบาลไม่ใช่สถานบริการ หมอก็ไม่ใช่คนขายบริการ เธอเป็นคนไข้ไม่ใช่เจ้าพ่อ!”ชายคนนั้นหน้าแดงสลับเขียว เขาถลึงตาใส่ชายชราคนนั้น จงใจโชว์รอยสักที่แขน
“ลุงเป็นใครฮะ ใครขอให้ลุงมายุ่งหรือไง ฉันอยู่โรงพยาบาล ฉันจ่ายเงิน หมอก็ต้องบริการฉันไม่ใช่เหรอ”ชายชราได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้ตกใจกลัวรอยสัก กลับยิ้มเยาะบอก
“เธอก็ไม่ต้องมาขู่ฉัน ถ้าเธอเป็นนักเลงจริงๆ ลองออกไปถามลูกพี่เธอซะว่ามีนักเลงคนไหนล่วงเกินหมอบ้าง ถ้าเธอไม่ใช่นักเลงแต่ใช้รอยสักขมขู่คนทั้งวัน ในโลกเมืองหลวงนะ ทำตัวเองขายหน้าง่ายจะตาย ศาสตราจารย์เฉินเขาเป็นคนดี ไม่ได้หมายความว่าเขาโมโหไม่เป็น”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ