ขั้นตอนการเฝ้ารอผลช่างน่ากระสับกระส่าย!
แต่ก็ตั้งตารอด้วย!
ถ้าเป็นอย่างที่เฉินชางว่ามาจริงๆ คดีฆาตกรรมทั้งสามคดีล้วนใช้วิธีเดียวกัน แถมยังเป็นการตายเพราะถูกพิษด้วย…
เรื่องนี้จะกลายเป็นคดีใหญ่!
ฆาตกรรมต่อเนื่อง…
พอคิดมาถึงตรงนี้ สัญญาณเตือนภัยดังลั่นขึ้นภายในใจของสวีฉู่ไฉ่
ที่นี่คือเมืองหลวง ไม่ใช่เขตอื่น ย่อมให้ความสำคัญกับปัญหาด้านความปลอดภัยอย่างยิ่ง!
ในสังคมปัจจุบันนี้ สถานการณ์ที่จะต้องใช้ความรุนแรงเข้าควบคุมเหตุรุนแรงพบเห็นได้น้อยมาก แต่อาชญากรที่ก่อคดีอย่างชาญฉลาดเป็นมืออาชีพกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อปรากฏสถานการณ์ประเภทนี้ขึ้นจะเกิดแรงกดดันต่อระบบความมั่นคงมากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนนี้ม่านราตรีเข้าครอบคลุมแล้ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคนภายในห้องประชุมค่อนข้างง่วงงุนแล้ว
การวิเคราะห์คดีแบบนี้ทำให้สมองล้ามากจริงๆ
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มเปิดฉากขึ้นมาก่อน เขาจุดบุหรี่สูบมวนหนึ่ง จากนั้นทุกคนก็ทำตาม
สวีฉู่ไท่โยนบุหรี่มวนหนึ่งให้เฉินชาง “ดึกไปหน่อยแล้ว เสี่ยวหลิว สั่งมื้อดึกมาที หมอเฉิน กินอะไรสักหน่อยไหมครับ”
เฉินชางยังคงก้มหน้าอ่านผลแลปกับบันทึกประวัติผู้ป่วยต่อไปเรื่อยๆ เอ่ยตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาเลย “อะไรก็ได้ครับ”
เฉินชางไม่ค่อยสูบบุหรี่นัก แทบจะไม่สูบเลย แต่ก็ไม่ได้ต่อต้านที่คนอื่นจะสูบ
สวีฉู่ไท่ส่งสายตาให้เจียวหลิงเล็กน้อย พวกเขาเดินกลับไปที่ห้องทำงานหัวหน้าเขตด้วยกัน
ภายในห้องมีเจ้าหน้าที่สองสามคนคุยเล่นกันไปเรื่อยๆ
ควันบุหรี่ลอยอวล
เหมือนเมฆครึ้ม
การเสี่ยงอันตราย ความหนักหน่วงของงาน รวมถึงแรงกดดันในทีมตำรวจอาชญากรรมไม่ด้อยไปกว่าหมอเลย บางครั้งก็อาจจะเลวร้ายกว่าด้วย
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศของที่นี่ผ่อนคลายกว่าที่โรงพยาบาลมาก
โดยเฉพาะหลังจากหัวหน้าเขตอย่างสวีฉู่ไท่ออกไปแล้ว ทุกคนถึงขั้นที่เริ่มคุยหยอกล้อกันขึ้นมา
“จัดการคดีนี้ได้เร็วพอๆ กับหมอนิติเวชฉินหมิงเลย!”
“ฮ่าๆ ศาสตราจารย์เฉินใช้แซ่เฉิน ไม่ได้แซ่ฉินสักหน่อย”
เฉินชางเอ่ยยิ้มๆ ว่า “ภรรยาผมแซ่ฉินนะครับ”
ทุกคนไม่คิดเลยว่าเฉินชางก็ล้อเล่นเป็นเหมือนกัน หัวเราะกันขึ้นมาทันที
ตำรวจอาชญากรรมวัยหนุ่มคนหนึ่งมองเฉินชาง เริ่มเอ่ยหยอกว่า “หมอเฉิน ถ้าเจอตัวฆาตกรคุณจะกลัวไหม”
เฉินชางจ้องมองอีกฝ่าย เอ่ยอย่างจริงจังว่า “ชีวิตที่เคยหลุดลอยไปภายใต้มือผมน่าจะเกินเลขสองหลักไปแล้ว คนที่ตายไปต่อหน้า…อาจจะมีมากยิ่งกว่านั้นด้วย”
เพียงประโยคเดียวก็ทำให้ทั้งห้องเงียบงันลง
ทุกคนมองเฉินชาง เพิ่งจะรู้ตัวขึ้นมา…
ใช่แล้ว!
พูดเรื่องความตายกับหมอ
นี่ไม่ใช่การหาเรื่องใส่ตัวหรอกเหรอ
…
ในเวลาเดียวกันนี้ สวีฉู่ไท่กับเจียวหลิงนั่งตรงข้ามกันในห้องทำงาน
“หมอเฉินคนนี้หนุ่มมากเลย”
“อืม เป็นคนหนุ่มมีความสามารถ!”
“เหล่าเจียว นายให้ความสำคัญกับเขาขนาดนี้เชียว เก่งกาจมากขนาดที่นายว่าจริงๆ เหรอ”
“อีกเดี๋ยวนายก็จะรู้เอง”
ในเวลานี้ ตำรวจหญิงคนหนึ่งมาเคาะประตู
สวีฉู่ไท่เอ่ยว่า “เข้ามาได้!”
“หัวหน้าเขตคะ ข้อมูลของศาสตราจารย์เฉินอยู่นี่แล้วค่ะ” ตำรวจหญิงยื่นเอกสารในมือให้
เดิมทีตำรวจหญิงคิดจะเรียกชื่อเฉินชางตรงๆ แต่ว่า…หลังจากได้อ่านข้อมูลของเฉินชางจบ เธอจำเป็นต้องเรียกอย่างให้เกียรติว่าศาสตราจารย์เฉิน
เพราะคนคนนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ!
คนหนุ่มมีความสามารถงั้นเหรอ
ไม่ใช่เลย!
ใช้คำว่าคนหนุ่มมีความสามารถถือว่าหมิ่นเกียรติเขา
คำนี้มีค่าน้อยเกินไป
แต่คุณค่าของศาสตราจารย์เฉินมีมากเหลือเกิน
หลังจากตำรวจหญิงออกมาก็ยื่นมือปิดประตูห้องทำงานหัวหน้าเขตด้วย
พอเห็นเฉินชางที่อยู่ห่างออกไป ในใจเธอก็เกิดความรู้สึกดีขึ้นมา ความรู้สึกดีนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงเป็นความนับถือได้เลย
“เอาล่ะ พวกนายสูบบุหรี่ให้น้อยๆ หน่อยเถอะ ไม่ง่ายเลยกว่าจะหาเงินได้สักหยวน แก่ไปจะเอาไปใช้ที่โรงพยาบาลกันหมดหรือไง” ตำรวจหญิงอดบ่นไม่ได้ “ศาสตราจารย์เฉินเขาไม่สูบบุหรี่ พว วกนายก็ไม่เกรงใจซะบ้างเลย!”
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ