หลังจากหมอนิติเวชวัยห้าสิบกว่าปีอธิบายรายละเอียดสถานการณ์ของชายคนนั้นจบ
หัวหน้าทีมตำรวจอาชญากรรมก็เริ่มวิเคราะห์คดี
สะสางหาสาเหตุการตายและลำดับความสัมพันธ์ส่วนบุคคลของผู้ตายทันที สร้างเป็นผังความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างชัดเจนขึ้นมา
แต่ว่า!
หลังจากเฉินชางฟังจบก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด
ในเมื่อผู้ตายสุขภาพแข็งแรงดีมาตลอด จะวินิจฉัยว่าหมดสติจากภาวะโรคตับได้หรือ
เรื่องแบบนี้จะเป็นไปได้อย่างไร
แล้วอะไรคือสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการตับวายเฉียบพลันล่ะ
ตอนนี้เฉินชางไม่ได้มองผังพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล สาเหตุการตาย และใครคือผู้ต้องสงสัยที่ฉายอยู่บนจอเลย…
ปัญหาข้อเดียวที่เขาขบคิดอยู่คือสาเหตุการหมดสติของผู้ตายคืออะไร
เขาคิดว่าขอเพียงหาสาเหตุนี้พบก็จะสืบสาวไปถึงสาเหตุการตายของผู้เสียชีวิตได้
บางครั้ง งานของหมอนิติเวชกับหมอทั่วไปก็ไม่ได้ต่างกันเลย
พวกเขาล้วนจำเป็นต้องหาสาเหตุโรคของผู้ป่วย หรือสาเหตุการตายของผู้เสียชีวิตเหมือนกัน
เพียงแต่สายงานหนึ่งทำเพื่อรักษา
แต่อีกสายงานหนึ่งทำเพื่อสืบหาความจริง
ไม่นานนัก หลังจากทางนี้อธิบายกันเสร็จเรียบร้อย สายตาของทุกคนก็หันมาทางเจียวหลิงและเฉินชาง
“หัวหน้าเจียว คนนี้คือใครกัน”
รองหัวหน้าเขตเทศบาลมองเฉินชาง เอ่ยถามอย่างค่อนข้างฉงน
เจียวหลิงเอ่ยแนะนำ “หัวหน้าเขต นี่คือศาสตราจารย์เฉินครับ เป็นหมอแผนกฉุกเฉินจากศูนย์ฉุกเฉิน เรื่องครั้งก่อนก็เป็นเขาที่ช่วยคลี่คลายให้ ดังนั้นผมเลยเชิญมาด้วย”
หลังจากชายวัยกลางคนได้ยินก็ขมวดคิ้วนิดๆ แต่ก็ยังพยักหน้ารับ
ที่ขมวดคิ้วเพราะกังวลว่าข้อมูลจะรั่วไหล แต่พอนึกถึงนิสัยของเจียวหลิงแล้ว เขาคิดว่าเจียวหลิงคงไม่ถึงขนาดจะทำพลาดกับเรื่องแบบนี้ได้
ชายคนนั้นเหลือบมองเฉินชางแวบหนึ่ง อดถามไม่ได้ “ดูจบแล้วศาสตราจารย์เฉินมีความเห็นอะไรบ้างไหม”
เฉินชางส่ายหน้า “ผมขอดูประวัติแอดมิทของผู้ป่วยได้ไหมครับ”
พอเขาเอ่ยประโยคนี้ออกมา ทีมบุคลากรรอบข้างพากันมองไปที่เฉินชาง รอคอยคำสั่งจากหัวหน้าเขต
หลังจากสวีฉู่ไท่ขมวดคิ้วใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า “ให้เขาไป”
เฉินชางรับชาร์ตผู้ป่วยมาดู
มีความเป็นไปได้หลายกรณีที่เป็นเหตุให้เกิดการหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ
มีทั้งภาวะจากโรคหัวใจ โรคทางปอด โรคทางตับ โรคทางไต โรคทางตับอ่อนหรือระบบโลหิต ฯลฯ
ถึงแม้จะดูยุ่งเหยิงวุ่นวาย แต่ถ้าลองคิดดูให้ละเอียดสักหน่อยจะต้องพบเส้นสนกลในมากมายแน่นอน
ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของเฉินชางที่มีต่อผลทดลองทางแล็บคือสิ่งที่คนอื่นไม่อาจเข้าใจได้
ความสามารถในการวิเคราะห์ผลแล็บในระดับสมบูรณ์แบบประกอบกับการถ่ายทอดที่ได้รับมาจากศาสตราจารย์ฝาง สิ่งนี้ทำให้เฉินชางมีความคิดเห็นด้านดัชนีชี้วัดต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ในแบบเฉพาะตัว
หลังจากอ่านจบ เฉินชางมุ่นคิ้วนิดๆ
เขาเอ่ยถาม “ก่อนผู้ตายจะเสียชีวิตมีการดื่มสุราไหมครับ”
พอเขาเอ่ยถามไปแบบนี้ ทุกคนพากันพยักหน้ารับ ในส่วนนี้ไม่มีอะไรน่าแปลกใจ
ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ถูกพูดถึงในตอนแจกแจงคดีไปหมดแล้ว
ทันใดนั้น จู่ๆ เฉินชางก็เอ่ยถามว่า “ผมขอประวัติการรักษาของผู้ตายอีกสองรายด้วยครับ”
ในเมื่อสงสัยว่าจะเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องก็จำเป็นต้องสืบหาคำตอบเชื่อมโยงจากเคสอื่นด้วย
ครั้งนี้ สวีฉู่ไท่ใคร่ครวญอยู่สักพักหนึ่งถึงให้คนไปหยิบแฟ้มคดีของผู้เสียชีวิตอีกสองรายมา
สองคดีนี้ขาดตอนมาค่อนปีแล้ว จนตอนนี้ก็ยังไม่คลี่คลาย
ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องในครั้งนี้ คาดว่าทุกคนคงไม่นึกถึงสองคดีนั้นเลย
เฉินชางให้ทุกคนเคลียร์ของบนโต๊ะออก จากนั้นก็ดำเนินการวิเคราะห์บันทึกคดีและสรุปการเสียชีวิตของทั้งสามราย
ครั้งนี้ ทุกคนเงียบกันหมด
ถึงแม้ทุกคนจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญที่เจียวหลิงเชิญตัวมา
ตอนนี้คดีของพวกเขาก็ทำให้คืบหน้าต่อไปได้ยาก
หาจุดสำหรับลงมือไม่ได้เลย
ไม่แน่ว่าเฉินชางอาจจะสืบหาเบาะแสบางอย่างออกมาได้!
พอคิดแบบนี้ ทุกคนก็เริ่มคาดหวังขึ้นมา
โดยรวมแล้วผลแล็บพวกนี้ปกติมาก!
ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าหมดสติจากโรคทางตับที่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
สามคดีคล้ายคลึงกันจนน่าตกใจ

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ