ไม่นาน หยางเจี๋ยก็พาคนไข้กลับมา
ผล CT ก็ออกมาแล้ว
จ้าวตันเยี่ยนหยิบ CT มา ยืนยันผลในชั่วพริบตา ไม่ได้เลือดออกในสมอง แต่เป็นภาวะสมองขาดเลือดไปเลี้ยง
จากนั้นเธอก็หยิบผลการสร้างภาพด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็ก[1]มา
“มีจุดที่เคยเป็นหลอดเลือดสมองตีบหลายจุด และมีรอยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายใหม่ในบริเวณฐานปมประสาทด้านซ้ายและทางแยกเทมโพรอล[2]”
หลังจากพูดจบ จ้าวตันเยี่ยนรีบพูดกับเฉินชาง “ศาสตราจารย์เฉิน ส่งตัวไปที่ห้องฉุกเฉิน ให้ออกซิเจนระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ติดตามสัญญาณชีพตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ง ฉันขอดูอาการคนไข้หน่อยค่ะ”
เฉินชางรีบพยักหน้า เข็นคนไข้ไปที่ห้องฉุกเฉินพร้อมกับหยางเจี๋ย
ส่วนสวีจื่อหมิงตามอยู่ข้างหลังโดยไม่ได้พูดอะไร
จ้าวตันเยี่ยนไม่แม้แต่จะหันกลับมามองสักแวบ
หลังจากเข้าห้องฉุกเฉิน เฉินชางช่วยคนไข้ดำเนินการเชื่อมสายออกซิเจน ส่วนหยางเจี๋ยตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
คลื่นไฟฟ้าหัวใจแสดงสัญญาณของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด แต่ไม่ส่งผลกระทบต่ออาการ
หลังจากจ้าวตันเยี่ยนดูแล้วก็เริ่มการประเมินระบบประสาท รวมถึงระดับความรู้สึกตัว ความรุนแรงของโรคหลอดเลือดสมองและอื่นๆทันที…
ซึ่งเป็นขั้นตอนของแผนกประสาทวิทยา หลังจากประเมินเสร็จก็จะกำหนดแผนการรักษาที่เกี่ยวข้อง
การรับรู้ของชายชราดีขึ้นกว่าเมื่อครู่นี้ แต่สายตาของเขาดูเลื่อนลอย มีอาการพิการทางสมองบางส่วน สูญเสียความจำระยะสั้น และความสามารถในการใช้ความคิดของเขาก็ลดลงอย่างมากเช่นกั น
การสะท้อนแสงของรูม่านตาทั้งสองข้างเป็นปกติ ลิ้นเบี่ยงไปทางด้านซ้าย ใบหน้ามีอาการปากเบี้ยวและตาเขอย่างเห็นได้ชัด และผลการตรวจกำลังกล้ามเนื้อ[3]ใบหน้าข้างขวาอยู่ที่ระดับ 3+
อาการระคายเคืองเยื่อหุ้มสมอง[4] ไคลน์เฟลเตอร์ซินโดรม[5] …ก็ล้วนปกติ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของคนไข้จะบอกว่าเบาก็ไม่ได้เบาขนาดนั้น จะบอกว่ารุนแรง ก็ไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น แต่คำนึงถึงอายุที่มากขนาดนี้ ทุกคนต่างไม่กล้าชะล่าใจ
หลังจากเชื่อมจอภาพคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นทันที
“ความดันโลหิต 190/120 mmHg!”
จ้าวตันเยี่ยนเห็นความดันโลหิตแล้วสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
ยี่สิบสี่ชั่วโมงหลังจากเกิดภาวะสมองขาดเลือดไปเลี้ยง หากคนไข้ความดันโลหิตสูงขึ้นจะต้องจัดการอย่างรอบคอบ
ควรจัดการกับความเครียด วิตกกังวล ความเจ็บปวด คลื่นไส้อาเจียน และความดันในกะโหลกศีรษะที่เพิ่มขึ้นก่อน
แต่ตอนนี้ความดันโลหิตของคนไข้ยังคงเพิ่มขึ้น อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหลายอย่างได้ง่าย
เช่น ภาวะฉุกเฉินเนื่องจากความดันโลหิตสูงเป็นต้น
จ้าวตันเยี่ยนใคร่ครวญครู่หนึ่ง “ให้ลาบีทาลอล[6]ทางหลอดเลือดดำ”
อีกด้านได้เจาะเลือดคนไข้เสร็จแล้ว รอคอยการรักษาในขั้นต่อไป
ส่วนหญิงชราเดินไปเดินมาอย่างกังวลอยู่หน้าประตู
ดำเนินการรักษาด้วยการให้ยาสลายลิ่มเลือดในวัยแปดสิบสองปีมีความเสี่ยงมาก แม้จ้าวตันเยี่ยนไม่พูด แต่ก็กำลังเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องแล้ว
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้อาการกระสับกระส่ายของคนไข้ยังไม่ดีขึ้น
ทำให้ทั้งสามร้อนใจเล็กน้อย
เห็นเพียงว่าแม้ชายชราจะหลับตาอยู่ แต่ปากกลับยังพึมพำไม่หยุด ไม่มีใครฟังที่เขาพูดรู้เรื่อง สองมือยิ่งคว้ากลางออากาศไม่หยุด
ทำให้หยางเจี๋ยที่เปลี่ยนหลอดเลือดให้คนไข้กังวลขึ้นมา
ขอให้คนไข้อย่าได้เป็นอะไรเลย!
ตอนนี้เอง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยฉีผิงวิ่งเข้ามา “หมอเฉิน หัวหน้าสวีครับ คุณป้าบอกว่า ถ้าเธออยู่ข้างๆ คุณลุงจะสบายใจขึ้นครับ”
ทั้งสามได้ยินแบบนี้ต่างชะงักไปทันที
จ้าวตันเยี่ยนพยักหน้า “ได้ค่ะ ให้คุณป้าเข้ามา”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยักหน้า ก่อนจะเดินออกไป
โดยทั่วไปหน้าห้องฉุกเฉินจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเฝ้าอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้คนไข้หรือคนอื่นๆ บุกรุกเข้ามา
ฉีผิงอายุยังน้อย อายุเพียงยี่สิบสองปีเท่านั้น แต่กลับทำงานที่นี่มาสามปีแล้ว ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนเก่าคนแก่
หญิงชราถือไม้เท้าเข้ามา พอเห็นสภาพของชายชราก็อดกล่าวโทษไม่ได้ “คุณดูคุณสิ มาถึงโรงพยาบาลแล้วจะสงบเสงี่ยมหน่อยไม่ได้เลยเหรอ”
ได้ยินคำพูดของหญิงชรา จู่ๆ ชายชราที่ยกมืออยู่ก็วางมือลง
เขาพยายามบ่นอะไรสักอย่าง เพราะถึงอย่างไรก็ไม่มีใครฟังรู้เรื่อง แต่…ไม่ได้โวยวายแล้ว มุมปากก็เริ่มค่อยๆ ยกขึ้น

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ