หลังจากเฉินชางสั่งให้พยาบาลไปแจ้งร่วมวินิจฉัยอย่างเร่งด่วนแล้วก็รีบเดินไปที่ประตูห้องฉุกเฉิน
สวีจื่อหมิงเดินตามหลังเฉินชาง ในฐานะหัวหน้าใหญ่ของแผนกศัลยกรรมหัวใจ เขาย่อมมีประสบการณ์รับมือสถานการณ์ฉุกเฉินพรั่งพร้อมมาก
ที่สำคัญคือความรู้ด้านประสาทวิทยาของเขาก็ใช้ได้จริงๆ!
ถึงอย่างไรภรรยาก็เป็นถึงหัวหน้าแพทย์แผนกประสาทวิทยา รองหัวหน้าแผนกศัลยกรรมประสาทของศูนย์ฉุกเฉิน จึงได้เรียนรู้ซึมซับมาไม่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้นคือสมัยก่อนเพื่อจะตามจีบจ้าวตันเยี่ยน สวีจื่อหมิงทำการบ้านไปไม่น้อยเลยเพื่อจะวางตัวเป็นหัวกะทิ จึงพอมีความเข้าใจในโรคทางระบบประสาทพอสมควร
หลังจากแต่งงานกัน การสะสางข้อพิพาทในบ้านก็ผิดแผกไม่ธรรมดา ทุกครั้งที่จ้าวตันเยี่ยนโกรธจะคิดหาแนวทางเขียนเรียบเรียงบทความเกี่ยวกับระบบประสาทบางอย่างออกมา เป็นเช่นนี้บ่อยครั้งเ เข้ายิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่าสวีจื่อหมิงได้เรียนรู้มามากมายจริงๆ
ไม่อย่างนั้นแล้วก่อนหน้านี้จะนึกถึงโรคหลงผิดกับโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติทางระบบประสาทได้อย่างไร
ส่วนทางนี้ เมื่อรถฉุกเฉินจอดนิ่งแล้ว หมอที่มากับรถฉุกเฉินก็ช่วยให้ผู้ป่วยลงมาอย่างปลอดภัยมั่นคง
พยาบาลหยางเจี๋ยรีบเข็นเตียงเข้ามา เคลื่อนย้ายผู้ป่วยขึ้นเตียง เตรียมกู้ชีพ
ตอนนี้ชายชรายังมีสติไม่ได้สลบไป เพียงแต่หลับตาอยู่ เห็นได้ชัดว่าค่อนข้างกระสับกระส่าย ปากพึมพำบางอย่าง สองมือไขว่คว้าเปะปะ
จนเข็นเตียงลงมาแล้ว หญิงชราคนหนึ่งก็ลงมาจากรถฉุกเฉินอย่างระมัดระวัง มองจากรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าเธอก็คงอายุแปดสิบกว่าปีแล้วเช่นกัน
พอสวีจื่อหมิงเห็นก็รีบเข้าไปช่วยพยุงหญิงชรา พาลงมาอย่างระมัดระวัง
หมอที่มากับรถฉุกเฉินเอ่ยกับเฉินชางว่า “ผู้ป่วยล้มพับลงกับพื้นเมื่อสามชั่วโมงก่อน พูดไม่ชัด ร่างกายซีกซ้ายมีอาการชาอ่อนแรง ปากเบี้ยว…”
สีหน้าเฉินชางแปรเปลี่ยนทันที “ล้มแล้วถึงปรากฏอาการหรือว่าปรากฏอาการก่อนล้ม”
หมอที่มาด้วยส่ายหน้า “ทางคุณยายเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”
ประโยคนี้ทำให้ปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นไม่น้อย
หญิงชราเดินเข้ามาหาทางนี้ เอ่ยด้วยสีหน้ากังวลใจ “น่าจะขาอ่อนแรงก่อนแล้วถึงล้ม”
เฉินชางประเมินสถานการณ์แล้วเอ่ยกับหยางเจี๋ยว่า “พาผู้ป่วยไปตรวจซีทีแสกนก่อน ดูว่ามีเลือดออกในสมองไหม”
สำหรับการตรวจอาการทางระบบประสาท หากต้องการตรวจวินิจฉัยให้ได้ภายในเวลาที่กำหนดว่าผู้ป่วยมีภาวะเลือดออกในสมองหรือไม่ ก็ต้องส่งไปทำซีทีสแกนสมอง เนื่องจากในภาวะที่เลือดออกใ ในสมองซีทีสแกนจะตรวจได้แม่นยำกว่า MRI
ดังนั้นในปัจจุบันนี้ เมื่อผู้ป่วยส่วนใหญ่มาถึงโรงพยาบาล หมอส่วนมากมักจะให้ทำซีทีสแกนก่อน เมื่อตัดภาวะเลือดออกในสมองออกได้แล้วค่อยส่งไปทำMRI เนื่องจากการทำ MRI ตรวจสอบภาวะส สมองตายได้แม่นยำกว่า
ภาวะเลือดออกในสมองกับภาวะสมองขาดเลือดเฉียบพลันล้วนถูกเรียกรวมๆ ว่าโรคหลอดเลือดสมอง แต่ปัจจัยการเกิดโรคและแนวทางการรักษายังคงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
อาการแรกคือเส้นเลือดในสมองแตกจำเป็นต้องหยุดเลือดให้ได้ ส่วนภาวะสมองตายจะต้องสลายลิ่มเลือดอุดตันและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
ถ้าเกิดว่าทำการรักษาสลับกัน ไปกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตของภาวะเลือดออกในสมอง แบบนี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่
แม้จะบอกว่าอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยหลอดเลือดสมองไม่สูงนัก แต่ถ้าคุณรักษาสลับกันขึ้นมา แบบนี้ถึงไม่ตายก็จะเป็นอัมพาต
ดังนั้นจำเป็นต้องวินิจฉัยตัดสินอาการของผู้ป่วยหลอดเลือดสมองโดยเร็ว พยายามทำซีทีสแกนและวินิจฉัยเบื้องต้นเพื่อทำการรักษาให้เสร็จสิ้นภายในหกสิบนาทีหลังถูกนำส่งห้องฉุกเฉิน
เฉินชางต่อสายหาแผนกรังสีวิทยาเพื่อเร่งผล กำชับไว้ว่าหากไม่พบเลือดออกในสมองให้ทำ MRI ตรวจสอบต่อได้เลย
ฝ่ายหญิงชราแม้จะมีสีหน้ากังวลใจมาก แต่กลับเปิดถุงผ้าใบหนึ่งอย่างไม่ตระหนกลนลาน ค่อยๆ ยื่นประวัติการรักษาออกมาทีละปึกๆ
“หมอคะ นี่คือประวัติการรักษาในโรงพยาบาลของเขาในปี 2015 ส่วนนี่ของปี 2018 แล้วก็ 2019…”
หลังจากเฉินชางเปิดประวัติแล้วพบข้อมูลที่เป็นระเบียบแบบอยู่ด้านในก็โล่งใจขึ้นมาทันที
มีประวัติพวกนี้อยู่ช่วยลดความยุ่งยากไปได้มากจริงๆ
ประวัติการแอดมิทครบถ้วนมากจริงๆ อีกอย่างประวัติการรักษาพวกนี้ก็มีส่วนช่วยในการวินิจฉัยตัดสินพัฒนาการทางโรคของผู้ป่วยอย่างครอบคลุม
หญิงชรายืนอยู่ด้านข้าง ไม่ได้รบกวนเฉินชางเลย แต่เค้าความหม่นหมองกังวลไม่สลายไปจากใบหน้าเลย



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ