เข้าสู่วันที่สี่ของการหยุดพักผ่อน พิธานใช้ชีวิตอยู่แค่ในเพนท์เฮ้าส์อย่างที่บอกกับดอกแก้วไว้จริงๆ กิจกรรมในแต่ละวันของเขามีแค่กิน ดูหนัง ว่ายน้ำ ยกเวท รังแกดอกแก้ว แล้วก็นอน เขาไม่แตะมือถือ ไม่แตะไอแพด ไม่แตะเอกสารอะไรทั้งนั้น ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง
เช้าวันนี้พิธานตื่นขึ้นมาพร้อมกับที่นอนอีกข้างที่ว่างเปล่า แทนที่จะตกใจ แต่เขากลับหัวเราะแผ่วๆ ขนาดเมื่อคืนเขารังแกจนดอกแก้วหลับคาอก แต่พอเช้ามาเธอก็ยังตื่นนอนก่อนเขาอยู่ดี ตัวก็แค่นี้ ไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน
นอนเล่นอย่างคนว่างงานอยู่ซักพักพิธานก็ได้ฤกษ์ลุกจากที่นอน ร่างกายแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเปลือยท่อนบน อวดสีผิวแทนและร่องรอยที่ดอกแก้วฝากเอาไว้ประปราย เขาลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจจนกล้ามหน้าท้องขึ้นเป็นลอน ก่อนจะก้าวเท้าออกจากห้องไป
เพนท์เฮ้าส์ของพิธานมีขนาดชั้นครึ่ง กว้างกว่าสี่ร้อยตารางเมตร ใหญ่เทียบเท่ากับบ้านราคาหลายสิบล้าน แต่เพราะพิธานไม่ชอบบ้านเดี่ยว เขาจึงใช้ชั้นสูงสุดของตึกบริษัทเป็นบ้านพักแทน และเพราะที่นี่เป็นบ้านหลังเดียวที่เขามีอยู่ เขาจึงสร้างทุกอย่างที่ต้องการไว้จนครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำ ยิมขนาดเล็ก ห้องเธียเตอร์ และห้องที่ตกแต่งคล้ายบาร์เล็กๆ ไว้สำหรับนั่งดื่มในวันที่ร่างกายต้องการแอลกอฮอร์ พิธานหมดกับที่นี่ไปเยอะ แต่มันก็คุ้มค่า เพราะต่อให้ไม่ได้ออกไปไหนเลยก็ใช้ชีวิตอยู่ได้สบายๆ
ร่างสูงใหญ่ก้าวลงจากบันไดชั้นสองที่เป็นห้องนอนลงมาที่ส่วนรับแขกด้านล่าง เขาหยุดมองพระอาทิตย์ในวันใหม่ด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะก้าวเท้าเดินต่อไปในส่วนที่มั่นใจว่าคนที่หายไปคงหมกตัวอยู่ในนั้น
และสิ่งที่พิธานคาดเดาไว้ก็ไม่ผิด
เสี่ยหนุ่มยกแขนขึ้นกอดอก เขาเอนตัวพิงกรอบประตูระหว่างที่มองตามแม่ครัวคนเก่งที่เคลื่อนตัวไปมาอย่างคล่องแคล่ว ดอกแก้วเหมือนยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว เธอถึงได้ทำทุกอย่างอย่างเป็นธรรมชาติ และนั่นก็ทำให้พิธานยิ้มกว้าง
ภาพตรงหน้ามันคับคล้ายคับคลาว่าพิธานเคยเห็นมันเมื่อครั้งสมัยเด็กๆ แม่ของเขามักจะตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมอาหารไว้ให้เขาและพ่อเสมอ เพราะเมื่อก่อนครอบครัวเขาไม่ได้มีฐานะเหมือนในตอนนี้ บ้านที่อยู่ก็เป็นแค่บ้านหลังเล็กๆ ที่ห้องครัวกับห้องกินข้าวอยู่ในที่เดียวกัน แต่นั่นก็ทำให้เขาได้ใช้เวลาที่นั่งรอมื้อเช้ามองดูแม่ที่ขยับกายอย่างคล่องแคล่วไปเพลินๆ
แต่เพียงแค่พริบตาเดียว ภาพตรงนั้นก็หายไป
พิธานหลับตาลงเมื่อความเจ็บปวดพุ่งเข้ามาโจมตี เขาพยายามสลัดภาพในอดีตออกไป รอจนกระทั่งมั่นใจว่ามันจะไม่กลับมาแล้วจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้ง
“เสี่ย”
และภาพแรกที่เขาได้เห็นหลังจากลืมตาขึ้น ก็คือสายตาเป็นกังวลของผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำให้เขาผิดกฎทุกอย่างที่เคยมีกับตัวเอง
“เป็นอะไรไปคะ?” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น เธอเห็นเสี่ยยืนหลับตา มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันเหมือนคนที่เจ็บปวดกับอะไรบางอย่าง “ไม่สบายหรือเปล่าคะ?”
พิธานก้มลงมองมือขาวที่เอื้อมมาจับมือเขาไว้ เธอค่อยๆ แกะมือที่กำเข้าหากันแน่นของเขาออกเบาๆ เมื่อทำสำเร็จ เธอก็จับมือเขาไว้โดยไม่กลัวว่าเขาจะเผลอกำมือแน่นให้เธอต้องเจ็บปวด
“เสี่ย...”
“ไม่ได้เป็นอะไร” พิธานบีบมือเล็กกลับเบาๆ เขาวางหน้าผากลงบนไหล่เล็กอย่างที่ชอบทำ “ไม่เป็นอะไรจริงๆ”
แค่มีเธออยู่ ฉันก็คงไม่เป็นอะไรแล้ว
ภาพความเจ็บปวดแทนที่ด้วยความห่วงใยจากคนตรงหน้า พิธานรู้สึกเหมือนหัวใจของเขาฟูคับอก รู้สึกดีจนอยากให้เวลานี้ผ่านไปช้าๆ
“ถ้าไม่เป็นอะไร งั้นเสี่ยไปนั่งรอที่โต๊ะทานอาหารก่อนนะคะ ดอกแก้วทำซุปใกล้เสร็จแล้ว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เด็กเสี่ย NC-25