ภายในภูเขาหวูหยามีศิษย์อยู่ทั้งหมดสามสิบคน
ในบรรดาพวกเขา มีหลายคนที่โตมากับเซียวอวี้ เวลาพูดจาจึงไม่ได้คิดอะไรมากนัก
วันนั้นเซียวอวี้ที่ไม่ค่อยออกมานอกเรือน ได้ออกมาแล้วพบกับศิษย์น้องผู้หนึ่งเข้า
ฝ่ายหลังที่มาส่งยา คล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่กล้ายิ้ม เขามองจนเซียวอวี้รู้สึกเดือดดาล
“ศิษย์พี่ ยานี้ท่านรีบดื่มตอนร้อน ๆ เถิด”
เซียวอวี้: …
อดทนไว้!
เขารับยามา ยามที่กำลังจะหันกายจากไปนั้นเอง ศิษย์น้องผู้นั้นก็ตะโกนขึ้นเสียงดัง
“ศิษย์พี่ มิน่าเล่าตั้งแต่ท่านขึ้นครองราชย์ก็ไม่เคยมีบุตรหลานเลย ท่านนี่นะ น่าจะรีบกลับมาหาอาจารย์ตั้งนานแล้ว!”
ความโกรธในร่างของเซียวอวี้ที่ลดลงไปพลันพุ่งขึ้นในทันที
พอหันกลับมา ศิษย์น้องผู้นั้นก็วิ่งหนีหายไปจนไม่เห็นแม้แต่เงาแล้ว
สมควรตายนัก!
เขากลับเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าบึ้งตึง ทว่าเมื่อเจอเฟิ่งจิ่วเหยียนก็รีบปรับอารมณ์ของตนแล้วเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มทันที
“จิ่วเหยียน ได้เวลาดื่มยาแล้ว”
คนอื่นล้วนเข้าใจว่ายานี้สำหรับให้เขาดื่ม ทว่าที่จริงแล้วล้วนต้มให้นางทั้งนั้น
เฟิ่งจิ่วเหยียนยกชามยาขึ้นแล้วดื่มคำใหญ่โดยไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว เพียงครู่หนึ่งก็เห็นก้นชาม
ยานี้เซียวอวี้เคยลองชิมดูแล้ว รสขมเป็นอย่างมาก
เห็นนางต้องดื่มเช่นนี้ทุกวัน เขาก็รู้สึกปวดใจ
“ลำบากเจ้าแล้ว”
เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่กลัวยาขม กลัวก็แต่ว่ายานี้จะไม่ได้ผล
นางถามเขา
“องค์หญิงน้อยเองก็ทรมานจากโรคกลัวความหนาวเช่นกัน ท่านเคยพานางมาภูเขาหวูหยาหรือไม่?”
นางรู้สึกสงสัย ถ้าหากเสวียนหลิงเฟิงสามารถรักษาองค์หญิงน้อยได้ล่ะก็ คงจะประหยัดแรงได้เยอะเลย
เซียวอวี้ตอบอย่างไม่ช้าไม่เร็ว
“ตอนนั้นหมอหลวงมีความสามารถพอที่จะรักษาได้ จึงไม่จำเป็นต้องทิ้งสิ่งที่อยู่ใกล้เพื่อสิ่งที่อยู่ไกล
“อีกอย่างโรคกลัวความหนาวของเซียวหย่าก็ต่างจากเจ้า ตัวยาที่นางต้องใช้ ไม่มีในภูเขาหวูหยา ถึงจะมาหาอาจารย์ก็เปล่าประโยชน์
“ยามนี้นางสามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้ก็นับว่าโชคดียิ่งแล้ว เราไม่ได้ต้องการอะไรอีก”
พอพูดถึงสาวน้อยนั่น เซียวอวี้ก็นึกถึงเรื่องที่เฟิ่งจิ่วเหยียนต้องประสบที่ภูเขาเทียนฉือ
เขากุมมือนางแน่น “จิ่วเหยียน ขอบคุณเจ้ามาก”
ขอบคุณที่นางช่วยเซียวหย่า แล้วก็ขอบคุณที่นางยอมรับการรักษาที่ยาวนานและยากลำบากนี้เพื่อเขา
เฟิ่งจิ่วเหยียนจ้องตาเขาอย่างเด็ดเดี่ยว
“หากอยากจะขอบคุณข้าจริง ๆ จากนี้อย่าได้ตัดสินใจแทนข้าโดยพลการอีก”
เซียวอวี้ถอนหายใจเบา ๆ เมื่อย้อนคิดถึงยามนั้นก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก
“เราผิดไปแล้ว จากนี้ไปจะไม่ปิดบังเจ้าอีกแล้ว”
เขาโอบไหล่นางกอดนางแน่น แล้วกดคางลงบนผมของนางเบา ๆ แววตาเต็มไปด้วยความรักความทะนุถนอม
เฟิ่งจิ่วเหยียนปล่อยให้เขากอดแล้วพูดต่อว่า
“อีกอย่าง อย่าได้โวยวายพูดเรื่องต้วนไหวซวี่ขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลอีก”
เซียวอวี้ตกตะลึงโดยพลัน
เขานึกขึ้นได้ว่าตอนที่เพิ่งจะเข้ามาในภูเขาหวูหยา เขาได้พูดถึงต้วนไหวซวี่ขึ้นมาอย่างร้อนรน
ที่แท้เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ยังจำได้
“ได้ เรารับปากเจ้า”
เขาไม่ควรมานั่งคิดเล็กคิดน้อยกับคนที่ตายไปแล้วจริง ๆ
เป็นเขาเองที่มองข้ามความทุ่มเทของจิ่วเหยียนไป
นางไม่เคยปิดบังแล้วปฏิเสธการรักษา ยาที่นางดื่มเป็นประจำเพื่อดูแลร่างกายก็ไม่น้อยเลย นางดื่มยาทั้งหมดลงไป ไม่ว่ายานั้นจะได้ผลหรือไม่ก็ตาม
ยาล้วนมีพิษอยู่สามส่วน แต่นางไม่เคยลังเลที่จะดื่มยาเลย
ทว่าคำพูดเพียงคำเดียวของเขา กลับปฏิเสธความทุ่มเททั้งหมดที่ผ่านมาของนาง เขาไม่ควรทำเช่นนี้เลยจริง ๆ
“มาภูเขาหวูหยาได้หลายวันแล้ว ยังไม่เคยพาเจ้าไปเดินเล่นเลย” เซียวอวี้กุมมือนางเดินออกจากเรือนพัก แล้วเดินขึ้นไปทางด้านบนของภูเขาหวูหยา
ระหว่างทางเซียวอวี้พูดถึงเรื่องในวัยเด็กให้นางฟัง
“สมัยก่อนภูเขาหวูหยาไม่ดูแลเรื่องการกินอยู่ของศิษย์ ตอนที่เรามา เราอายุเพียงหกปีเท่านั้น ไม่เคยทำอาหารเองมาก่อน ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรให้อิ่มท้อง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...