นับตั้งแต่ที่มู่หรงหลันสมคบคิดกับพรรคเทียนหลงนั้น ทั้งยังวางแผนบีบบังคับนางในวัดอีก ตระกูลมู่หรงก็ถูกฝ่าบาทจงเกลียดจงชังในทันที
ไทฮองไทเฮาที่ถูกจองจำอยู่ที่ภูเขาอวี้หยางนั้น ตระกูลมู่หรงย่อมมิมีสิทธิ์อันใดที่จักไปเอ่ยพูดต่อหน้าฮ่องเต้ได้อีก
นับว่าโชคดีที่ฝ่าบาททรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าให้พวกเขาได้เข้ามาเยี่ยมเยียนไทฮองไทเฮาได้บ้าง
ทว่า ไทฮองไทเฮาหาได้ดีใจที่ได้เห็นบุตรหลานเหล่านี้ไม่
ยามที่นางยังเป็นสาวแรกรุ่นอยู่นั้น ก็จำเป็นต้องหาผลประโยชน์เพื่อตระกูลฝ่ายมารดา แม้นางจักแก่ชราแล้วในยามนี้ พวกเขาก็ยังมิวายปล่อยนางไปอีก!
ผู้ที่มาเยือนภูเขาอวี้หยางในวันนี้ คือภรรยาของหลานชายที่ล่วงลับไปแล้วของนาง——ภรรยาเอกของบิดามู่หรงหลันนามว่าอันซื่อ และหลานชายหลานสาวของตระกูลสายรองอีกจำนวนหนึ่ง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับใบหน้าซีดเซียวของเหล่าลูกหลานนั้น ไทฮองไทเฮาหาได้ปล่อยโอกาสให้พวกเขาเอ่ยอันใดออกมาไม่ พลางเอ่ยออกมาตามตรงว่า
“เราถูกมู่หรงหลันทำร้ายจนต้องตกมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ พวกเจ้ายังคิดให้เราทำอันใดเพื่อพวกเจ้าอีกงั้นหรือ!
“แต่นี้ไป พวกเจ้ามิจำเป็นต้องมาที่ภูเขาอวี้หยางอีกต่อไปแล้ว!”
นางเพียงแค่ต้องการกราบไว้บูชาพระพุทธเจ้าในสภาพแวดล้อมที่สงบเงียบเท่านั้น
อันซื่อหาได้ยอมล่าถอยไปไม่ ก่อนจะโค้งกายทำความเคารพพลางนำเสื้อคลุมผ้าฝ้ายออกมา
“ท่านป้าเพคะ หลานสะใภ้เพียงแค่อยากกตัญญูต่อท่านแทนสามีของหม่อมฉัน ท่านที่ต้องอยู่แต่ในภูเขาอวี้หยางนั้น นับว่าลำบากยิ่งนัก นี่คือเสื้อคลุมผ้าฝ้ายที่หม่อมฉันทำขึ้นมาให้ท่านเพคะ อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ หวังว่าท่านป้าจักดูแลตัวเองด้วย
“หากว่าท่านมิอยากเห็นหน้าพวกเราอีก วันหน้าพวกเราจักไม่มารบกวนท่านอีกแล้วเพคะ”
ไทฮองไทเฮาพลันเหลือบมองเสื้อคลุมผ้าฝ้าย พร้อมทั้งอดที่จะรู้สึกหนาวเย็นในใจขึ้นมาไม่ได้
แม้แต่อันซื่อก็ยังเป็นห่วงเป็นใยนาง ทว่า ฝ่าบาทหาได้นึกสนใจว่านางจักเป็นจักตายเช่นไรไม่ จนทุกวันนี้ยังมิเคยส่งคนมาดูดำดูดีนางเลยแม้แต่น้อย มิต้องพูดถึงการเอ่ยถามถึงความเป็นอยู่ของนางเลย
นางเพียงแค่ทำผิดพลาดครั้งเดียว นั่นก็คือผิดที่ไว้ใจมู่หรงหลัน มันเป็นความผิดที่มิอาจให้อภัยนางได้เลยงั้นหรือ?
“ในเมื่อนี่เป็นความความกตัญญูกตเวทีของเจ้า เช่นนั้นก็ทิ้งของไว้ที่นี่เถอะ”
ตกกลางคืน
จวนตระกูลมู่หรง
เมื่ออันซื่อกลับมาถึงจวนแล้วนั้น ข้ารับใช้จึงเข้ามาให้การต้อนรับนางอย่างรวดเร็ว พลางก้มหน้ากล่าวกับนางว่า “ฮูหยินเจ้าคะ ข้ารับใช้ข้างกายของคุณชายเจ็ดมาเจ้าค่ะ”
นายท่านเจ็ดมู่หรงสวี้ เป็นลูกพี่ลูกน้องของสามีนางมู่หรงเหลียน
นางที่เป็นคนเดียวที่ต้องดูแลจวนหลังใหญ่โตเช่นนี้ ทว่า นางกลับมีใจหาได้มีกำลังใด ๆ ไม่ โดยเฉพาะขาดเบี้ยหวัดจากชายแล้ว ย่อมมิอาจสามารถเลี้ยงดูจวนหลังใหญ่แห่งนี้ได้เลย
อย่างไรก็ตาม นางที่เป็นคนใส่ใจในชื่อเสียงและหน้าตาของตนเองนั้น ยอมที่จะกลับบ้านเดิมเพื่อไปหยิบยืมเงินทอง เพื่อมากอบกู้หน้าตาและรักษาศักดิ์ศรีของจวนตระกูลมู่หรงเอาไว้
หลายวันที่ผ่านมานั้น มู่หรงสวี้เองก็แอบให้การช่วยเหลือนางไม่น้อยเลยทีเดียว
เมื่ออันซื่อรีบร้อนเดินเข้าไปไม่กี่ก้าวนั้น ก็เห็นข้ารับใช้ถือภาพวาดในมือเอาไว้
“ฮูหยินขอรับ นายท่านได้ข่าวว่าท่านนำภาพวาดที่นายท่านรองสะสมเอาไว้ออกไปขาย จึงได้สั่งให้ข้าน้อยไปไถ่ถอนภาพวาดเหล่านั้นกลับมา นายท่านยังฝากคำมาบอกท่านอีกว่า นายท่านรองให้ความสำคัญกับภาพวาดเหล่านี้ยิ่งชีพ มิสมควรขายพวกมันออกไป หากว่าท่านมีที่ใดที่ขัดสน สามารถเอ่ยปากบอกกับนายท่านได้ทันทีเลยขอรับ”
อันซื่อรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...