เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 840

หลังออกจากพระราชวังแคว้นซีหนี่ว์ เฟิ่งจิ่วเหยียนยังมิกลับไปที่โรงพักแรมในทันที

คนเก่งกาจเพียงใดก็มิอาจสู้คนท้องถิ่นได้

เพื่อป้องกันมิให้อัครมหาเสนาบดีแคว้นซีหนี่ว์ประพฤติชั่วช้า จักต้องเพิ่มความระมัดระวัง และรอบคอบไว้ดีที่สุด

ดังนั้น นางจึงเดินจากหอคณิกาไปที่หอหนานเฟิง แล้วค่อยวกกลับมาที่หอคณิกาอีกครั้ง ประการแรกเพื่อหาโอกาสปลอมตัวอีกครั้งเพื่อออกไปได้ง่าย ประการที่สองก็เพื่อสืบหาข่าว

อย่างไรเสีย สถานที่เริงรมย์เช่นนี้ ข่าวสารจะรับรู้ได้ไวที่สุด

ภายในหอคณิกา

เฟิ่งจิ่วเหยียนเรียกนางคณิกาที่ขายศิลปะมิขายเรือนร่างผู้หนึ่งมา เพราะรู้ว่าหญิงสาวผู้นี้มิต้องการปรนเปรอลูกค้า จึงจ่ายเงินจ้างนางแบบเหมาครึ่งเดือน เมื่ออยู่ในห้องนางก็แค่เล่นดนตรีและขับร้อง เพื่อเป็นการบังหน้าให้กับนาง

ดังนั้นจึงได้รับประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย

เพียงแต่รู้สึกเสียดายเงินก้อนนั้น

นางคณิกาผู้นี้ตกคืนละสามตำลึงเงิน แพงกว่าค่าโรงพักแรมที่นางพักอยู่ตั้งมากโข

นางใช้เงินก้อนนี้ ก็อดมิได้ที่จะรู้สึกปวดใจ

ยังดีที่นางคณิกาผู้นี้เชื่อฟัง และมีเรื่องพูดคุย

“...คุณชาย ท่านอาจจะยังมิรู้ว่า ประมุขแคว้นของเราเคยได้รับบาดเจ็บสาหัสในช่วงวัยสาว มิอาจมีบุตรได้ นางมีเพียงน้องสาวฝาแฝดแท้ ๆ หนึ่งคน ดังนั้นบัลลังก์นี้ย่อมต้องส่งมอบให้กับใต้เท้าซู่ยวนอย่างแน่นอน”

เฟิ่งจิ่วเหยียนดูเหมือนกำลังครุ่นคิด

“ประมุขแคว้นทรงประชวรหนักหรือ?”

“ใช่เจ้าค่ะ ระยะนี้ประมุขแคว้นมิได้ไปว่าราชกิจ เป็นอัครมหาเสนาบดีที่ดูแลการปกครอง”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเงยหน้าขึ้นและดื่มสุราไปอึกหนึ่ง แสร้งประชดประชันโดยไม่เจตนา

“อัครมหาเสนาบดีผูกขาดอำนาจ? เหตุใด ซู่ยวนผู้นั้นจึงมองดูอยู่เฉย ๆ มิลองต่อสู้แย่งชิง?

นางคณิกามิคิดมีเลศนัย: “ข้าน้อยได้ยินมาจากพี่สาวคณิกาว่า อัครมหาเสนาบดีเป็นคนที่ใต้เท้าซู่ยวนเลือกมา บอกว่าต้องการทุ่มเทให้กับการดูแลประมุขแคว้น มิต้องการรับช่วงปกครองบ้านเมืองเป็นการชั่วคราว จึงปล่อยให้อัครมหาเสนาบดีดูแลบ้านเมือง”

ม่านตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนหดลงเล็กน้อย

นางมิได้ถามให้มากความ กลัวว่าจะดึงดูดให้คนสงสัย

“สุรานี้ไม่เลวเลย ขอเพิ่มอีกหนึ่งกา”

“คุณชายชอบดื่ม ข้าน้อยจะดื่มเป็นเพื่อนท่าน”

ในดวงตาลึก ๆ ของเฟิ่งจิ่วเหยียนซ่อนความหมายที่ลึกซึ้ง จนมิอาจหยั่งถึง

คนหนึ่งคืออัครมหาเสนาบดีผู้มีอำนาจทั้งในและนอกราชสำนัก อีกคนเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประมุขแคว้นในอนาคต เดิมทีมิควรลงรอยกัน แต่กลับปรองดองกันเช่นนี้ ก็สมควรที่ต้องวิเคราะห์

เฟิ่งจิ่วเหยียนมอบหมายองครักษ์ลับ ให้ไปแอบสืบความสัมพันธ์ก่อนหน้านี้ของอัครมหาเสนาบดีกับซู่ยวน

นางมีลางสังหรณ์ว่า สองคนนี้จักต้องมีเรื่องที่ปิดบัง

หลายวันต่อมา เฟิ่งจิ่วเหยียนยังคงอยู่ที่หอคณิกา

ทว่ายามเดินผ่านทุ่งดอกไม้ ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงมิให้กลีบดอกติดตามตัว

ชายหนุ่มมิได้เพ้อฝัน แต่เป็นสตรีที่กลับมีใจ

วันนี้ ขณะที่เฟิ่งจิ่วเหยียนกำลังนึกถึงเรื่องของอัครมหาเสนาบดีแคว้นซีหนี่ว์กับซู่ยวน นางคณิกาผู้นั้นบรรเลงเพลงจบ ก็วางเครื่องดนตรีลง และเดินนวยนาดมาอยู่ด้านหลังนาง และบีบนวดไหล่ให้นาง

เฟิ่งจิ่วเหยียนหลบหลีกทันทีด้วยความรู้สึกต่อต้าน

“ข้าเคยบอกแล้ว มิจำเป็นต้องปรนนิบัติ”

“พี่รอง ท่านตบข้าเพราะเหตุใด...”

หยิ่นเอ้อร์: “ตบเจ้ายังเบาเกินไป! เรื่องทำนองนี้ยังกล้าเขียนลงไปอีก ทั้งยังเขียนจนทำให้คนเข้าใจผิด ข้ามีเหตุผลที่จะสงสัยได้ว่า เจ้าอาจจะเป็นสายลับที่ถูกส่งมาจากแคว้นอื่น!”

หยิ่นฉี: !!!

นี่เป็นการปรักปรำเขา!

......

ณ โรงพักแรม

เหล่ากองทัพอินทรีเหินรู้สึกเป็นกังวล พร้อมกับเตือนเฟิ่งจิ่วเหยียน

“คุณชาย ประมุขแคว้นซีหนี่ว์นานแล้วก็ยังมิได้ข่าวคราว เกรงว่าจะไม่ส่งผลดีต่อท่าน”

“ขอรับท่านแม่ทัพน้อย หนานฉีมอบประโยชน์ที่น่าพึงพอใจเช่นนี้แล้ว แคว้นซีหนี่ว์ก็มิรีบตกลงทันที มีความเป็นไปได้อย่างมากว่าพวกเขากำลังจงใจถ่วงเวลาพวกเรา! ท่านควรจะรีบออกจากแคว้นซีหนี่ว์โดยเร็วเถิด!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเพิ่งจะหนีรอดจาก “ปากเสือ” ยังคงตระหนกตกใจอยู่

หญิงสาวแคว้นซีหนี่ว์ ยังน่ากลัวกว่าหร่วนฝูอวี้เสียอีก

นางนั่งตัวตรง

“สิ่งที่พวกเจ้าพูดมิใช่ว่าไร้เหตุผล

“ทว่า ในเมื่อมาถึงแคว้นซีหนี่ว์แล้ว มิอาจกลับไปมือเปล่าได้ หยิ่นเอ้อร์กับพวกเขาเล่า สืบหาอยู่หลายวันแล้ว ได้ข่าวคราวอะไรบ้าง?”

ทันทีที่พูดจบ หยิ่นลิ่วที่อยู่ในที่ลับก็ปรากฏตัว

“นายท่าน ข้าพบบางอย่าง!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย