ตำหนักหย่งเหอ
เหล่านางสนมมาน้อมคารวะ ต่างครุ่นคิดอยู่ในใจ
พวกนางมิรู้เลยว่าฮองเฮาพระองค์ใหม่จักเป็นมิตรหรือไม่ แต่ละคนคอยระมัดระวังอย่างมาก
หนิงเฟยเอ่ยก่อน
“ได้ยินมาว่าฮองเฮาจักไปเป็นอาจารย์สอนวิทยายุทธ หม่อมฉันคิดว่าเป็นเพียงข่าวลือกระมังเพคะ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนยกชาขึ้นจิบอย่างเฉยเมย ทุกการเคลื่อนไหวแฝงไว้ด้วยอำนาจของผู้เหนือกว่า ทำให้ผู้คนยอมจำนน
หลังจากดื่มชาแล้ว นางก็เอ่ยอย่างไม่ช้าไม่เร็ว
“หากพวกเจ้าหมดธุระแล้ว ก็กลับไปเสีย”
เหล่านางสนมพลันลุกขึ้นยืน แสดงความเคารพโดยพร้อมเพรียง
“เพคะ ฮองเฮา”
หนิงเฟยจ้องมองไปที่ใบหน้าของฮองเฮา ให้มองอย่างไร ก็หาได้แตกต่างจากฮองเฮาพระองค์ก่อนไม่
“หนิงเฟย บนใบหน้าของข้ามีลายบุปผาปักอยู่รึ?” เฟิ่งจิ่วเหยียนเพียงเหลือบมอง หัวใจของหนิงเฟยก็สั่นสะท้านทันที
หนิงเฟยตื่นตระหนกราวกับถูกจับได้ว่ากระทำสิ่งเลวร้ายอยู่
นางรีบลดศีรษะลงทันที
“ไม่ ไม่มีเพคะ ฮองเฮา หม่อมฉันขอทูลลา”
เรื่องที่ฮองเฮาจักไปเป็นอาจารย์นั้น นอกจากหนิงเฟยจะทราบแล้ว ไทเฮาก็ได้ยินมาด้วยเช่นกัน
ณ ตำหนักฉือหนิง
กุ้ยหมัวมัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล
“ไทเฮาเพคะ ฮองเฮาพระองค์ใหม่นี้ร้ายกาจนัก นับตั้งแต่นางเข้าวัง นอกจากคืนวันอภิเษกแล้ว ฝ่าบาทก็ประทับที่ตำหนักหย่งเหอทุกคืนเพคะ
“บ่าวได้ยินด้วยว่า ทางตำหนักหย่งเหอให้เตรียมน้ำอาบเกือบทุกคืนเลย
“ปล่อยตัวอะไรเช่นนี้ จักคู่ควรกับสมญานามฮองเฮาผู้มีคุณธรรมได้อย่างไร?
“ตอนนี้นางยังคิดจะออกไปสอนที่สถาบันทางการทหาร นี่...นี่ดูไม่สมกับเป็นสตรีที่ออกเรือนแล้วจริง ๆ เพคะ”
ไทเฮาหมุนลูกประคำในมือ จิตใจสงบนิ่ง
“มีคุณธรรมหรือไม่นั้น...”
นางเพิ่งจะเปิดปากเอ่ย พลันมีคนผู้หนึ่งพรวดพราดเข้ามาจากด้านนอก และตำหนิกุ้ยหมัวมัวด้วยท่าทางเดือดพล่าน
“ฮองเฮาเป็นถึงวีรสตรีพิทักษ์ชายแดน เจ้าล่ะเป็นตัวอะไร ยังกล้าพูดจาเหลวไหลอีก!”
เมื่อกุ้ยหมัวมัวเห็นว่าเป็นองค์หญิงใหญ่ ก็รีบโค้งคำนับทำความเคารพ
“บ่าวถวายบังคมองค์หญิงใหญ่เพคะ!”
องค์หญิงใหญ่มาเยี่ยมไทเฮาในวังวันนี้ กลับไม่คาดคิดว่าจะได้ยินกุ้ยหมัวมัวพูดจาเหลวไหลขนาดนี้
“กุ้ยหมัวมัว ตอนนี้เจ้าพูดจาเหิมเกริมมากขึ้นทุกที! เสด็จแม่เพคะ อย่าได้ฟังเรื่องเหลวไหลจากนางเชียว ลูกขอเอ่ยคำที่ไม่สุภาพ หากท่านยังต้องการให้ญาติผู้น้องซิ่วหว่านเป็นฮองเฮา เพื่อกำเนิดองค์ชาย จนเป็นปฏิปักษ์กับฮองเฮาแล้วไซร้ ข้าจะไม่มีวันอยู่เคียงข้างท่าน!
“ถูกผิดและมนุษยธรรม ข้ายังแยกแยะได้!
“มีคนเยี่ยงแม่ทัพน้อยเมิ่งเข้าวังมาเป็นฮองเฮา ถือเป็นวาสนาของหนานฉี ท่านอย่าได้เอาไทฮองไทเฮาเป็นเยี่ยงอย่าง และทำลายวาสนานี้ไปเพคะ!”
ไทเฮาไม่มีจังหวะให้พูดแทรก ได้แต่ฟังนางพูดจนจบ
“ฉีเอ๋อร์ เห็นแม่เป็นคนโง่เขลาขนาดนั้นเชียวหรือ”
ไทเฮามิได้สนใจสายตาของนาง ด้วยเกรงว่านางจะสับสนเรื่องฟ้าสูงแผ่นดินต่ำมากขึ้น
กุ้ยหมัวมัวผู้นี้ ดีหมดทุกอย่าง และยังเอาใจใส่ดูแลนางเป็นอย่างดี เสียก็แต่การพูดจาไม่ยั้งคิดเท่านั้น วันนี้นางถูกฉีเอ๋อร์สั่งสอนเสียบ้าง ก็ดีแล้ว
ไทเฮาเหลือบมองกุ้ยหมัวมัวที่อยู่ด้านข้าง “ยังไม่ถอยไปอีกรึ?”
“เพคะ!” เสียงของกุ้ยหมัวมัวสั่นเทา และถอยออกจากห้องโถงอย่างรวดเร็ว
เหลือเพียงสองแม่ลูกอยู่ในห้องโถง องค์หญิงใหญ่โน้มตัวเข้าใกล้ไทเฮา
“เสด็จแม่เพคะ สถาบันทางการทหารจะถูกสร้างขึ้น หม่อมฉันก็อยากจะเข้าเรียนด้วย ทว่าฝ่าบาทไม่อนุญาตเพคะ!”
ไทเฮาได้ยินเช่นนี้ พลันย่นคิ้ว
มาที่นี่เพื่อฟ้องนางหรือ?
ไทเฮาตระหนักรู้ในตนเองได้ดี จึงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“ข้ามิอาจโน้มน้าวฝ่าบาทได้”
“หม่อมฉันเข้าใจเพคะ ท่านเพียงเชิญฮองเฮามา และให้ลูกสนทนากับฮองเฮาเองเถิดเพคะ”
ฮ่องเต้กีดกันนางยิ่งนัก และห้ามให้นางเหยียบเข้าทั้ง ตำหนักจื้อเฉินกับตำหนักหย่งเหอ
บุตรสาวของตนเอง ต้องปรนเปรอเอง
ไทเฮาตอบรับทันที
“กุ้ยหมัวมัว จงไปเชิญฮองเฮามา”
“เพคะ ไทเฮา”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...