เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 797

มีบางอย่างที่เซียวอวี้มิต้องการเก็บมันเอาไว้ในใจ เขาต้องการรู้คำตอบที่ชัดเจน

เซียวอวี้จ้องมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยท่าทีจริงจัง ก่อนจะไล่จี้ถาม

“เรากับต้วนไหวซวี่ เจ้ารักใครมากกว่ากัน? เจ้าปฏิบัติกับเขาอ่อนโยนเช่นนั้น แต่เหตุใดกับเราถึงทำเป็นเย็นชาทั้งยังมิรู้ร้อนรู้หนาวอีกด้วย? จิ่วเหยียน สิ่งที่เจ้าเคยเอ่ยกับต้วนไหวซวี่นั้น เจ้าหาได้เคยเอ่ยวาจาเช่นนั้นกับเราไม่...”

เมื่อมองย้อนกลับไป คำพูดที่นางเคยทำให้เขารู้สึกชอบนั้น คงจะเป็นคำที่นางบอกว่ามีใจต่อเขากระมัง

ในยามนั้น เพียงแค่ได้ยินก็ทำเอาเซียวอวี้นึกพอใจกับมันยิ่งนัก

แต่เขายังอยากได้มากกว่านี้ ทั้งยังอยากรู้อีกว่า นางรักเขามากเพียงใด ถึงขนาดมิอยากจากเขาไปหรือไม่

เซียวอวี้ที่กล่าวออกมามากมายนั้น หากแต่เฟิ่งจิ่วเหยียนเพียงแค่ถามกลับคำเดียว

“ข้าเคยเอ่ยอันใดกับต้วนไหวซวี่กัน?”

นางหาได้รู้เรื่องนี้ไม่ เหตุใดเขาถึงรู้เล่า?

เซียวอวี้เอ่ยออกมาด้วยท่าทีจริงจัง

“เจ้าเรียกเขาว่า ‘ท่านพี่’...”

เฟิ่งจิ่วเหยียนขมวดคิ้วเป็นปมมากไปอีก

จนทำให้นางต้องเอ่ยอธิบายออกมาด้วยท่าทีจริงจัง

“นั่นเพราะท่านแตกต่างจากเขา ท่านเป็นถึงฮ่องเต้ หม่อมฉันจักไปพูดวาจาอออดอ้อนกับท่านเช่นนั้นได้อย่างไรกัน?”

ยามที่ยังมิได้แต่งงานนั้น นางยังพอหยอกล้อกับเขาได้บ้าง ทว่า หลังจากตบแต่งเข้ามาแล้ว นางจำเป็นต้องระมัดระวังในสถานะของตนเองเอาไว้

กฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นมิอาจไปแหกคอกเอาได้

เซียวอวี้มิคิดเลยว่า ที่นางปฏิบัติตัวกับเขาเช่นนี้เป็นเพราะเหตุผลนี้

เซียวอวี้จับมือของนางเอาไว้

“เราเพียงแค่หวังว่า เจ้าจักปฏิบัติต่อเราเหมือนดั่งที่เจ้าปฏิบัติต่อต้วนไหวซวี่ ปฏิบัติต่อเราดั่งบุรุษที่ตนเองชมชอบ หาใช่เพราะฮ่องเต้ไม่”

เซียวอวี้จ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังมากมาย

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเข้าใจในทันที

จู่ ๆ เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ลุกขึ้นยืน พลางโน้มตัวไปข้างหน้า ก่อนจะจับคอเสื้อของเซียวอวี้ขึ้นมา แววตาเต็มไปด้วยความท้าทายมากมาย

“ท่านพี่ ท่านชอบที่ข้าทำตัวเช่นนี้กับท่านใช่หรือไม่เพคะ?”

เซียวอวี้ถูกบังคับให้เอียงหน้าไปอีกด้านหนึ่ง ก่อนจะประหลาดใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปไวของนาง

ทว่า เขาชอบมันยิ่งนัก

ยามที่มือของเซียวอวี้เอื้อมออกไปโอบเอวของนางนั้น นางกลับก้มหน้าลงมาจูบที่ลูกกระเดือกของเขา

ในช่วงเวลานั้น คล้ายกับมีบางอย่างระเบิดอยู่ในหัวสมองของเขา เซียวอวี้พลางครางออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะใช้ฝ่ามือใหญ่จับเอวของนางเอาไว้

จู่ ๆ ก็นึกถึง...

ไม่ใช่สิ!

ที่นางทำกับเขาเช่นนี้ คงมิได้ต้องการจะบอกว่า นางก็เคยทำเช่นนี้กับต้วนไหวซวี่เช่นกันหรอกหรือ? !

เซียวอวี้เงยหน้าขึ้นมาในทันที

“เจ้าเคยจูบกับคนสกุลต้วนด้วยหรือเปล่า?”

ราวกับมีเพลิงไฟปรากฏอยู่ในดวงตาของเซียวอวี้ในทันที

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองดูเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชา ก่อนจะรู้สึกทึ่งไปเล็กน้อย

ยามที่เซียวอวี้คิดจะยอมแพ้และล่าถอยออกไปนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนก็คว้าเข็มขัดของเขาเอาไว้ ก่อนจะกระชากตัวเขาให้เข้ามา

ใบหน้าที่ไร้คลื่นอารมณ์ใด ๆ กลับเอ่ยออกมาด้วยความขบขันว่า

“ทำ...ทำให้ท่านร้องไห้ได้หรือไม่?”

เซียวอวี้:? ?

อารมณ์แปลก ๆ ที่หาได้ยากพลันปรากฏขึ้นมาในดวงตาอันสงบนิ่งของเฟิ่งจิ่วเหยียนในทันที

“หม่อมฉันชื่นชอบที่เห็นบุรุษร้องไห้เพคะ”

เซียวอวี้: ให้เขาร้องไห้งั้นหรือ? แต่บุรุษมิอาจหลั่งน้ำตาออกมาได้ง่ายดาย อีกทั้ง เขายังมิอาจบีบน้ำตาออกมาได้ง่าย ๆ อีก

เฟิ่งจิ่วเหยียนที่มองออกว่าเซียวอวี้กำลังคิดสิ่งใดอยู่นั้น จึงเอ่ยอธิบายให้เขาฟัง

“หาใช่น้ำตาธรรมดาไม่เพคะ หม่อมฉันอยากเห็นท่านร่ำไห้ยามที่อยู่บนเตียง”

เซียวอวี้จึงเข้าใจความหมายของนางในทันที ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง

“เราก็คิดเช่นเดียวกันกับเจ้าเลย”

เขาก็อยากจะทำให้นางร้องไห้เช่นกัน

จู่ ๆ เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันรู้สึกอยากรู้อยากลองขึ้นมา “เช่นนั้น คงต้องมาดูที่ความสามารถของแต่ละคนแล้วเพคะ”

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงถึกทักไปว่าเซียวอวี้ก็เห็นด้วยในเรื่องนี้

เซียวอวี้มีท่าทีงุนงงไปเล็กน้อย ราวกับว่าเขาได้ขุดหลุมฝังตนเองเอาไว้

ขณะที่กำลังจะประชันหน้ากันนั้น เสียงของเฉินจี๋พลันดังขึ้นมาจากข้างนอก

“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ด้านนอกวังมีเด็กคนหนึ่งมาป่าวประกาศว่าท่านเป็นบิดาของเขา”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย