เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 784

จุมพิตอันลึกซึ้ง ผสานกับกลิ่นสุราอันหอมหวานเมื่อครู่

เฟิ่งจิ่วเหยียนปิดตาลง และดื่มด่ำไปกับมัน

มิรู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด เซียวอวี้ก็ผละออกจากนางช้า ๆ และแตะบนหน้าผากนาง พร้อมกับยิ้มอย่างสบายใจ

“นี่ก็ถือเป็นการแลกเปลี่ยนกันดื่มเช่นกัน”

ลำคอของเฟิ่งจิ่วเหยียนแห้งผาก มือหนึ่งคว้าคอเสื้อของเขาไว้ ขนตาตกลงมาครึ่งหนึ่ง “เพคะ”

ขณะอยู่ในอาการเคลิบเคลิ้ม นางมองที่เขา และคิดจะกระโจนใส่เขา

ทว่านางรู้ดีว่า ตามกฏแล้ว ต่อไปเซียวอวี้จักต้องไปที่ท้องพระโรง

เซียวอวี้ยามอยู่กับนาง ในใจรู้สึกสับสนวุ่นวาย

เขาจึงออกคำสั่งกับคนด้านนอกทันที

“ออกไปก่อน”

เหล่าหมัวมัวต่างมองหน้ากัน ก็รีบออกไปนอกตำหนักโดยเร็ว

หลังจากคนอื่นออกไปหมดแล้ว เขาก็ช่วยนางถอดมงกุฎหงส์ออกด้วยตนเอง เมื่อถือไว้ในมือ ถึงรู้ว่ามันหนักเพียงใด

เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่มี “พันธนาการ” นี้แล้ว พลันรู้สึกหายใจได้โล่งขึ้น

เซียวอวี้โอบกอดนางไว้ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“ลำบากแล้ว”

เฟิ่งจิ่วเหยียนผลักเขาออก

“ท่านควรจะไปที่ท้องพระโรงได้แล้ว”

เซียวอวี้เงยคางนางขึ้นมา แสร้งเอ่ยอย่างไม่พอใจ

“แต่งงานกันแล้ว เหตุใดยังห่างเหินเช่นนี้?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้ว่าเขาอยากได้ยินอะไร ทว่าคำนั้นติดอยู่ที่ปากแล้ว แต่ก็พูดไม่ออก

เซียวอวี้จูบที่มุมปากของนาง ดูเหมือนเร่งเร้า

“ฮองเฮา เจ้าควรจะเรียกเราว่าอย่างไร?”

“ฝ่าบาท...”

“ไม่ใช่” เซียวอวี้หันศีรษะไปกัดที่ติ่งหูของนาง “ลองคิดดูอีกครั้ง”

ลมหายใจของเขาเริ่มหนักหน่วง ใช้มือเกี่ยวสายรัดเอวของนางให้คลายออก เอนกายลงไป ผลักคนให้ล้มลงบนเตียงนุ่ม ๆ

จากนั้น จูบกัดที่ต้นคอของนาง จูบไปพลาง พร้อมถามด้วยน้ำเสียงคลุมเครือไปพลาง

“จิ่วเหยียน เจ้ารู้ เราอยากได้ยินเจ้าเรียกเราเช่นนั้น”

เฟิ่งจิ่วเหยียนลำคอตีบตัน “ท่าน...พี่”

เซียวอวี้หยุดชะงัก จากนั้นถูไถคางไปมาที่ต้นคอของนาง “เราได้ยินไม่ชัด”

“ท่านพี่” เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า น้ำเสียงฟังดูเหมือนหมดความอดทนอยู่บ้าง

ครั้งนี้เซียวอวี้ถึงรู้สึกพึงพอใจ บนใบหน้าหล่อเหลาปรากฏรอยยิ้มอย่างเต็มที่

“อืม เราเป็นสามีของเจ้า เป็นสามีคนเดียวของเจ้า”

......

ณ ท้องพระโรง

ฮ่องเต้ยังไม่เสด็จมา เหล่าขุนนางก็มิกล้าเริ่มงานเลี้ยงฉลอง

ทว่ารอแล้วรอเล่า รอจนกระทั่งหลิวซื่อเหลียงนำพระบัญชามาแจ้งว่า

“ฝ่าบาททรงมีรับสั่งว่า ใต้เท้าทุกท่านมิจำเป็นต้องรอแล้ว เชิญตามสบายเถิด!”

เหล่าขุนนางไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ บนใบหน้า ในใจรู้ชัดแจ้ง

หลังจากผ่าน “สงครามครั้งใหญ่” เซียวอวี้โอบกอดเฟิ่งจิ่วเหยียนไว้ในอ้อมแขน จูบนางซ้ำ ๆ และเอ่ยหยอกล้อ

“แม่ทัพน้อยมิใช่ผ่านการกรำศึกมาอย่างโชกโชน มีพละกำลังมากมายหรอกหรือ? เหตุใดครั้งนี้กำลังวังชาถึงรับไม่ไหวเสียแล้ว?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมิอยากสนใจ

ก่อนวันอภิเษกสมรสนางก็นอนหลับไม่เต็มที่ วันนี้ก็มาเหนื่อยเช่นนี้อีก ยังไม่ได้กินอาหาร แน่นอนว่าไม่มีแรงกำลังเท่าใดนัก

ยิ่งไปกว่านั้น เซียวอวี้ก็มิรู้ไปเรียนรู้กระบวนท่ามากมายเช่นนี้มาจากที่ใด...

“หม่อมฉันหิวแล้ว” เฟิ่งจิ่วเหยียนเงยหน้าขึ้นอย่างอ่อนแรง และเอ่ยกับเซียวอวี้

เซียวอวี้ช้อนนางขึ้นมา แววตาดำคล้ำ จ้องมองมาที่นาง น้ำเสียงฟังดูแหบพร่าและคุกคาม

“เราจะป้อนเจ้าให้อิ่ม”

เฟิ่งจิ่วเหยียนยื่นมือออกไปผลักทรวงอกเขาที่ชิดเข้ามา ดวงตาเคร่งขรึมในทันที

“เซียวอวี้ ท่านจะแกล้งให้หม่อมฉันตายหรือ? หม่อมฉันหิวจริง ๆ”

เมื่อได้ยินนางเรียกชื่อเขาตรง ๆ เซียวอวี้ก็ยิ่งควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เขาฝืนข่มความวู่วามนั้นไว้และอุ้มนางขึ้นมา

“ได้ ไปกินอาหารก่อน”

ไม่นาน เหล่าข้าหลวงก็นำอาหารมาจัดวาง

เฟิ่งจิ่วเหยียนสวมเพียงอาภรณ์ตัวใน เส้นผมยังไม่บิดให้แห้ง และไม่สนใจกฎเกณฑ์ใด ๆ รีบกินอาหารก่อนในทันที

เซียวอวี้ไม่ได้หิวมากมายเท่านาง เขานั่งลงข้าง ๆ นาง ใช้ผ้าแห้งช่วยเช็ดผมให้นาง จากนั้นค่อยใช้พลังภายในทำให้ผมแห้ง

เมื่อเห็นนางกินอย่างมูมมาม ก็ทั้งสงสาร และรู้สึกขบขัน

“ไม่มีคนแย่งเจ้าหรอก ค่อย ๆ กิน ระวังจะสำลัก”

ทันใดนั้น การเคลื่อนไหวที่มือของเฟิ่งจิ่วเหยียนก็หยุดชะงัก

สำลักจริง ๆ แล้ว...

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย