“คุณชายมาร์ตินฆ่าจริงๆเหรอครับ เดี๋ยวท่านประธานจะถลกหนังผมนะครับ”
“……”
รู้จักแต่เรื่องก่อกรรมทำเข็ญจริงๆ
เส้นหมี่ทนมองต่อไปไม่ได้ หลบอยู่ในห้องเงียบๆ
เธอไม่อยากให้เขารู้ว่าเธออยู่ที่นี่ ไม่งั้นเธอก็ต้องเคราะห์ร้ายไปด้วยแน่ๆ
ทว่าคนเรากลัวอะไรก็จะเจออันนั้น เธออยู่ภายในห้อง ไม่กล้าแม้แต่กลืนน้ำลาย ทว่าด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าแว่วเข้ามา จากนั้นก็เกิดเสียง“ปัง”ประตูถูกถีบออก
“เอ่อ...”
“แม่ง!ยัยบ้าถูกขังที่นี่จริงๆด้วย? น้ำเข้าสมองเหรอ? ทำไมถึงกลับมาตอนนี้ เธอไม่รู้ว่าไอ้นั่นมันบ้าเหรอ?”
มาร์ตินเป็นคนพังประตู จากนั้นก็เห็นผู้หญิงที่ไม่ได้เรื่องโดนขังอยู่ในห้องจริงๆ เขาจึงเอ่ยปากด่าชุดใหญ่
เส้นหมี่อ้าปากพะงาบๆ
ช่างเถอะ ให้เขาด่าเลยแล้วกัน อย่างไรเสียเธอก็ไม่เคยเถียงชนะเขาสักรอบ
ด่าแบบไม่ยั้งห้านาทีเต็มๆ จากนั้นเขาก็หยุด
“โอเค ไปกับฉัน ถือโอกาสตอนที่ไอ้ลูกหมายังไม่มา”
“ไป?” เส้นหมี่มองเขาด้วยความประหลาดใจ“ไปไหน?”
มาร์ตินรู้สึกเดือดดาลสุดแสน“ก็ไปจากที่นี่ไงล่ะหรือเธอให้อยู่ให้ไอ้โรคจิตขังไปตลอดชีวิต?ฉันจะบอกให้นะ ตอนนี้เขาจำอะไรไม่ได้ ไม่น่าวันหนึ่งโรคประสาทถามหาแล้วจะเอาเธอให้หมากินก็ได้”
เส้นหมี่“……”
เธออดกลั้น จากนั้นก็เอ่ยปากถาม“แล้วคุณรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
มาร์ติน“ลูกชายเธอบอกฉันเอง พวกเขาโทรมาบอกว่าเธอถูกแด๊ดดี๊พวกเขาจับตัวไป ฉันลองสืบดูเลยรู้ว่าเธอถูกขังอยู่ในโรงเลี้ยงหมา ไอ้นั่นมันเป็นโรคจิตชัดๆ”
พูดถึงมาร์ตินก็อยากด่าขึ้นมา
ทว่าเส้นหมี่ได้ยินว่าลูกๆทั้งสองคนเรียกเขามา ดวงตาก็สว่างเจิดจ้า
ตอนแรกเธอไม่คิดจะไปกับเขา
เพราะตอนนี้เธอถูกขังอยู่ตรงนี่ อย่างไรเสียก็ได้เจอหน้าผู้ชายคนนั้น ซึ่งเป็นผลดีสำหรับเธอ เธอสามารถเจรจากับเขาได้ทุกเมื่อ
ทว่ามารผจญกลับบอกว่าลูกๆไปขอความช่วยเหลือจากเขา
เส้นหมี่จึงเปลี่ยนใจ
จากนั้นก็หนีไปกับมาร์ติน
ตอนที่ข่าวส่งไปยังตึกหิรัญชากรุ๊ป แสนรักกำลังประชุมอยู่ ผู้ช่วยเครับรู้ก็พ่นน้ำชาใส่แป้นพิมพ์ทั้งหมด
“นายว่าอะไรนะ?ท่านประธานขังคุณนายที่โรงเลี้ยงสุนัข?”
“ไม่ ไม่ใช่ครับผู้ช่วยเค ไม่ใช่คุณนายครับ เป็นผู้หญิงตระกูลวชิรนันท์ สิ่งที่ผมรายงานไม่ใช่เธอถูกขังครับ แต่เป็นคุณชายมาร์ตินลักพาตัวเธอไปครับ”
คนเลี้ยงสุนัขที่ใจหายใจคว่ำอยู่ในโรงเลี้ยง ไม่ลืมแก้คำพูดของผู้ช่วยท่านประธาน
“หม่ามี๊”
เด็กน้อยที่กระโดดลงจากรถได้เจอหน้าหม่ามี๊ในที่สุด ซึ่งก็ตื่นเต้นมีความสุขเช่นกัน พวกเขาร้องเรียกเสียงดังลั่น คล้ายกับนกนางแอ่นบินเข้ามาด้านใน
ดวงตาเส้นหมี่คลอเบ้า อ้าสองแขนแล้วกอดลูกชายทั้งสองไว้
“เบบี้ หม่ามี๊ได้เจอหน้าพวกลูกแล้ว ดีจังเลย ให้หม่ามี๊ดูหน่อย พวกลูกเป็นยังไงบ้าง?” เธอร่ำไห้ไร้เสียง กอดพวกเขาแน่นขนัด ก่อนจะทำความเป็นอยู่ของพวกเขา
คิวคิวกับชินจังเป็นเด็กรู้ความ ส่ายหน้าอยู่ในอ้อมกอดของหม่ามี๊ สื่อให้รู้ว่าพวกเขาไม่เป็นอะไร
ทว่าเส้นหมี่เชื่อเสียเมื่อไหร่?
เธอนึกถึงรูปถ่ายนั่นก็รีบปล่อยมือ จากนั้นก็จับแก้มคิวคิวแล้วมองสำรวจ“คิวคิวให้แม่ดูหน่อยว่าเจ็บตรงไหน”
คิวคิว“……”
ชินจังไม่กล้าพูดอะไรสักคำ
เพราะพวกเขาหลอกหม่ามี๊
“โอ้พระเจ้า ฟันของลูก? เธอตีลูกจนฟันหักเลยหรือ?” เส้นหมี่เห็นลูกชายของตนฟันหักไปสองซี่ เสียงพูดก็สั่นระริกกะทันหัน
ชินจังเม้มปาก
อยากหาโอกาสอธิบายให้หม่ามี๊ฟัง เวลานี้มาร์ตินที่ยืนอยู่ด้านข้างได้ยินประโยคนี้ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยัยหมอวายร้ายที่รัก