หุ่นเชิด!
เหมือนกับวิญญาณร้ายที่เฝิงซีพบเจอไม่มีผิดเพี้ยน!
แต่หุ่นเชิดตัวนี้กลับอยู่ในรูปของบุรุษผู้หนึ่ง
พวกมันอยู่ด้วยกัน!
พวกมันล้วนเป็นพวกเดียวกัน!
ความหนาวเหน็บคืบคลานเข้าสู่จิตใจของนางราวกับอสรพิษตนหนึ่ง
นางสงบจิตใจแล้วเริ่มครุ่นคิด
ประการแรกคือ ของสิ่งนั้นอยู่ในจวนมหาราชครู แล้วก็มาอยู่ที่ถ้ำอสรพิษ แล้วมาอยู่กับเฝิงซี กระทั่งปรากฏอยู่ในเหตุการณ์วันนี้
เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าทุกอย่างไม่เกี่ยวข้องกัน ทว่าผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เหล่านี้กลับดูเหมือนจะเชื่อมโยงกันอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้
เฝิงซีเป็นพระสนมซึ่งเป็นสตรีของจักรพรรดิ
ผู้ที่คิดจะทำร้ายเฝิงซีจะต้องเป็นคนจากวังหลวง
ตอนนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างพัวพันกันอยู่ ผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้เป็นผู้ใดกัน! พวกมันคิดจะทำอะไรกันแน่?
ซ่งเชียนฉู่อธิบายให้ฟังว่า "ของชิ้นนี้หล่นจากตัวพวกอันธพาลที่มาหาเรื่องข้าวันนี้ ข้าก็เลยเก็บมาด้วย"
"ข้าคิดว่าถ้ามีคนคิดจะทำร้ายข้า เจ้าสิ่งนี้ก็น่าจะเป็นเงื่อนงำในการค้นหาตัวตนของผู้อื่นได้ ฉะนั้นข้าจึงนำกลับมาด้วย"
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว "ใช่ เอามาซ่อนไว้ในนี้ก็เลยทำให้ข้าไม่ทันสังเกต"
ลั่วชิงยวนกลับน้ำเสียงเคร่งมากยิ่งขึ้น "ดูเหมือนว่าพวกมันจะมุ่งเป้ามาที่ดีงูของพวกเราอย่างเดียวเลย"
"ทั้งสองเรื่องที่เกิดขึ้นติด ๆ กันในวันนี้หาใช่เรื่องบังเอิญไม่"
พวกมันมาที่นี่ก็เพราะดีงู
ซ่งเชียนฉู่ขมวดคิ้ว "พวกเราจักทำเช่นไรดี? มอบดีงูให้พวกมันหรือ?"
"แต่พวกเราไม่มีดีงูของงูยักษ์ในถ้ำอสรพิษสักหน่อย!"
ถึงแม้ว่าดีงูที่อยู่ในมือของนางก็เป็นของชั้นยอด แต่ก็ยังมีความแตกต่างอยู่บ้าง ผู้รอบรู้ตัวจริงย่อมสามารถมองเห็นความแตกต่างได้
"ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าเอง ข้าไม่ควรออกความคิดไม่เข้าท่าเช่นนั้นเลย พวกเราไม่ควรไปหาสวีซงหย่วนเพื่อแก้ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ของลั่วอวิ๋นสี่"
เมื่อลั่วชิงยวนเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าเป็นกังวล นางก็ตบไหล่ปลอบโยนอีกฝ่าย "ถึงจะเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่า แต่ก็ต้องโทษข้าด้วย"
"อันที่จริงก็ขึ้นอยู่กับว่าจะเกิดช้าหรือเร็วเท่านั้น นับตั้งแต่พวกเรามาถึงเมืองหลวง พวกเราก็ต้องเผชิญหน้ากับสวีซงหย่วนในที่สุด ตอนนั้นปล่อยให้มันรอดออกมาจากถ้ำงูได้ มิหนำซ้ำมันยังรู้ชื่อของเจ้า ไม่ช้าก็เร็วมันก็จะมาหาเจ้าถึงหน้าประตูเอง!"
ลั่วชิงยวนหยิบมีดมาหั่นเนื้อทีละนิด ๆ พลางวางลงบนจานแล้วยื่นให้ฟู่เฉินหวนก่อน
"ท่านอ๋อง ท่านเฝ้าเนื้อแกะย่างได้ยอดเยี่ยมนัก ขอมอบให้ท่านอ๋องก่อน!"
ถ้าหากฟู่เฉินหวนมิได้เฝ้าเนื้อแกะย่างเอาไว้ คืนนี้พวกนางก็คงไม่ได้กินสักคำ
ฟู่เฉินหวนยิ้มจนใจแล้วรับจานมา "นับว่าเจ้ายังพอมีสามัญสำนึกอยู่บ้าง"
ลั่วชิงยวนอดมิได้ที่จะมองเขาด้วยสายตาเย็นชา คนผู้นี้เอ่ยปากชมไม่ได้เลยจริง ๆ
"ถ้าหากท่านอ๋องพูดไม่เป็น ก็อย่าตรัสดีกว่า"
นางหั่นอีกจานและยื่นให้แก่ซ่งเชียนฉู่
พวกเขาทั้งสามคนนั่งรอบกองไฟแล้วกินอย่างอิ่มเอมเปรมปรีดิ์ เนื้อแกะย่างรสชาติดีจริง ๆ อร่อยกว่าเนื้อแกะย่างที่โรงเตี๊ยมปรุงเสียด้วยซ้ำไป
ฟู่เฉินหวนอดรนทนไม่ไหวจึงถามเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้
ตอนที่เขากินจนเกือบจะอิ่มแล้ว ก็อดมิได้ที่จะถามขึ้นมาว่า "ไยรัฐทายาทเฉินออกไปซื้อสุราตั้งนานแล้วยังมิกลับมาอีกเล่า?"
ลั่วชิงยวนกับซ่งเชียนฉู่ก็เพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ จริงด้วยสิ เฉินเซี่ยวหานออกไปตั้งนานแล้ว ไฉนเขายังไม่กลับมาอีกเล่า?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...