“แม้จะมิได้ปวดหัว แต่กับคุณหนูรองลั่วท่านยิ่ง...”
ซูโหยวพูดถึงตรงนี้ ก็มิกล้าพูดต่อ
ฟู่เฉินหวนลืมตาขึ้น “ยิ่งอะไร?”
“ยิ่งใส่ใจพ่ะย่ะค่ะ! แม้ท่านจะหลบหน้าคุณหนูรองลั่ว แต่เมื่อเฉียงเวยมารายงานความต้องการของคุณหนูรอง ท่านต่างสนองนางหมด!”
“นางรับใช้ของนางเพิ่มมากถึงหกคน ขอประทานอภัยที่กระหม่อมพูดตรง ๆ พ่ะย่ะค่ะ กระทั่งพระชายายังมิเคยมีนางรับใช้มากมายถึงเพียงนี้”
ได้ยินถึงตรงนี้ ฟู่เฉินหวนเอ่ยเสียงเย็น “ข้าเพียงกลัวนางจะมาตอแย จึงสนองความต้องการของนางเท่าที่ทำได้”
“ใส่ใจหรือ? เจ้าดูจากตรงไหนว่าข้าใส่ใจกัน?”
ซูโหยวจึงหุบปาก และมิกล้าเอ่ยพูดต่อ
ความหงุดหงิดในใจของฟู่เฉินหวนเพิ่มมากขึ้น กระทั่งเสียงลมหายใจยังรุนแรงขึ้น เขาจึงเลือกที่จะลุกและเดินออกจากห้อง
“ท่านอ๋องจักเสด็จไปที่ใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ฟู่เฉินหวนมิได้หันร่าง “ไปดูว่าข้าป่วยจริงหรือไม่!”
ซูโหยวถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
ไปหาท่านเซียนฉู่แล้วมีประโยชน์อย่างไรกัน อีกฝ่ายก็ไม่ทำนายให้อยู่ดี ไปแล้วก็มีแต่จะถูกปิดประตูไล่ เป็นถึงอ๋องสำเร็จราชการ เหตุใดต้องทำถึงขั้นนี้กัน
ฟู่เฉินหวนเดินมาถึงเรือนหน้า จู่ ๆ มีร่างหนึ่งพุ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา และคุกเข่าลงดังตุบ
“เสด็จพี่!”
แขนทั้งสองของฟู่เฉินหวนไขว้ไว้เบื้องหลัง ดวงตาที่หรี่ลงเล็กน้อยมองไปทางฟู่อวิ๋นโจวที่คุกเข่าอยู่บนพื้น อากาศเหน็บหนาวเช่นนี้แต่เขากลับสวมใส่เพียงอาภรณ์ตัวใน
ร่างผอมบางของเขา ราวกับสามารถสลายไปพร้อมกับลมหนาวได้ทุกเมื่อ
เขามิเคยสั่งคนทารุณข่มเหงเสด็จน้องห้ามาก่อน แต่เสด็จน้องตั้งใจสวมใส่ชุดเช่นนี้ในฤดูหนาว หากมีคนมาเห็น คงกล่าวว่าคนเป็นพี่อย่างเขาตั้งใจทารุณกรรมน้องชายแท้ ๆ ของตน
“เสด็จพี่! ข้าได้ยินว่าชิง...” ฟู่อวิ๋นโจวเกือบหลุดปากเรียกคำว่าชิงยวนออกมา เขาจึงรีบแก้คำ “ข้าได้ยินว่าร่างกายของท่านพี่สะใภ้ในจวนนอกเมืองจะมิไหวแล้ว”
ซูโหยวนำคนใช้มาสองคน พวกเขาต่างอุ้มผ้านวมไว้คนละผืน
“ห่มให้องค์ชายห้า แล้วส่งองค์ชายห้ากลับเรือนทักษิณา” ฟู่เฉินหวนพูดพร้อมก้าวขาจากไปเย็น ๆ มิได้เหลียวแลฟู่อวิ๋นโจวอีกแม้แต่นิด
“เสด็จพี่! เสด็จพี่!” ฟู่อวิ๋นโจวตะโกนอย่างสุดกำลังอยู่เบื้องหลัง
ซูโหยวให้คนใช้เอาผ้านวมคลุมร่างองค์ชายห้าไว้ และแบกองค์ชายห้ากลับไป
ซูโหยวส่งองค์ชายห้าถึงเรือนทักษิณาด้วยตัวเขาเอง และเจอกับหมอกู้ที่กำลังต้มยาอยู่พอดี
“หมอกู้ ท่านควรเฝ้าระวังองค์ชายห้าให้ดี สวมใส่อาภรณ์บาง ๆ ออกไปด้านนอกท่ามกลางอากาศเหน็บหนาวเช่นนี้ คนมิรู้คงคิดท่านอ๋องทรมานองค์ชายห้าเสียอีก”
หมอเทวดากู้รีบเอ่ยขอโทษ “เข้าใจแล้ว ข้าไปต้มยามา ข้าผิดเองที่เผลอปล่อยท่านองค์ชายออกไป!”
ซูโหยวจากไป องค์ชายห้าเคาะประตูอยู่ภายในห้องอย่างสุดกำลัง “ปล่อยข้าออกไป ปล่อยข้าออกไป! ข้าจักไปเข้าเฝ้าเสด็จแม่!”
หมอกู้ถือโอสถพร้อมเปิดประตูห้องเข้ามา “เลิกแสดงได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ พวกเขาไปไกลแล้ว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...