ลั่วหรงเดินออกมาแล้วคว้ามือของลั่วชิงยวนไว้ สีหน้าของนางดูเคร่งขรึมก่อนหน้านี้ นางพูดเสียงจริงจังว่า “ไปคุยกันที่เรือนข้า”
……
หลังจากที่นั่งลงในห้องและปิดประตูเรียบร้อยแล้ว ลั่วหรงก็บอกว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าต้องมีคำถามมากมาย แต่ข้าบอกเจ้าเรื่องปัญหาวุ่นวายที่เกิดขึ้นในตำหนักที่ท่านอ๋องบอกมาได้”
“เรื่องนี้เป็นเรื่องต้องห้ามของในวังและเมืองนี้ เจ้าห้ามเอ่ยถึงเรื่องนี้ เจ้าต้องไม่พูดถึงเรื่องนี้นอกวังด้วย”
แม้ลั่วชิงยวนจะรู้ว่าท่านอาลั่วหรงนั้นไม่อยากให้นางรู้เรื่องนี้ก็เพื่อประโยชน์ของนางเอง แต่นางก็ยิ่งอยากรู้เมื่อได้ยินเช่นนี้
นางกลัวว่าน่าจะเป็นฟู่เฉินหวนที่บอกท่านอาว่าไม่ให้บอกนาง และใช้ข้ออ้างว่าเป็นไปเพื่อผลดีต่อตัวนางเอง
ลั่วชิงยวนไม่ได้บังคับฝืนใจ นางเพียงพยักหน้า “เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าก็จะไม่ถาม”
“เพียงแต่ว่าท่านอาทราบหรือยังว่าใครกันที่เป็นหนอนบ่อนไส้? ในเมื่อคราวนี้แผนใหญ่ของมันผู้นั้นล้มเหลว ไม่แน่ว่าจะไม่ลงมือครั้งที่สอง”
ลั่วหรงพูดเสียงเคร่งเครียด “เจ้าก็ได้เห็นความมีเกียรติของท่านปู่เจ้าแล้ว ตระกูลของเรามิเคยล่วงเกินใคร แม้ว่าเราอาจจะมีเรื่องมีราวกับบิดาของเจ้าแต่นั้นก็เป็นเพียงปัญหาในตระกูลเท่านั้น”
เมื่อพูดจบ นางก็ถอนใจอีกหน “เมื่อมาคิดถึงเรื่องนี้ เขาอาจจะมุ่งเป้ามาที่ท่านอ๋องก็ได้ ข้าหวังว่าหลังจากเรื่องวันนี้ ตระกูลเราจะได้สงบสุขเสียที”
ลั่วชิงยวนอดไม่ได้ที่จะนิ่วหน้า ผู้นั้นมุ่งเป้ามาที่ฟู่เฉินหวนงั้นหรือ? คงเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าแผนนี้วางมานานนับปี อีกอย่างเรื่องของภาพวาดนั้นก็เริ่มมาเมื่อหลายปีก่อน
นางรู้สึกว่า ท่านอาลั่วหลงต้องปกปิดเรื่องบางอย่างไว้แน่นอน
แต่นางก็ไม่ได้เค้นถามอันใดต่อ เรื่องนี้อาจจะเกี่ยวพันกับบางเรื่องที่ใหญ่มาก ดังนั้นจึงไม่สะดวกใจที่จะบอกให้นางรู้
และก็เป็นไปได้ว่า ฟู่เฉินหวนอาจจะเป็นคนสั่งไม่ให้ท่านอาบอก
“ข้าจะตรวจตราจวนอย่างละเอียดแล้วขับไล่สิ่งอัปมงคลออกไปจากจวนมหาราชครู อีกสองสามวันข้าจะเลือกของมาไว้ในจวนเพื่อปกป้องวิญญาณชั่วร้ายเจ้าค่ะ”
ลั่วหลงพยักหน้า ก่อนยิ้มและตบหลังมือนางเบา ๆ “ขอบใจเจ้ามากแล้ว”
ที่จริงเป็นเพราะตอนนี้นางรู้สึกว่าอาภรณ์ของนางชักเริ่มคับแน่นขึ้นทุกที
ยามนี้สถานการณ์ก็คลี่คลายไปในทางที่ดี นางสามารถกินโสมบำรุงร่างกายและเลิกกินเนื้อเยอะ ๆ ได้แล้ว
“เจ้าค่ะ เช่นนั้นบ่าวจะไปที่เรือนโอสถเดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ” แม่นมเติ้งบอกแล้วจากไปอย่างยินดี
ลั่วชิงยวนนั่งเอนกายลงบนตั่งพร้อมหลับตาพักผ่อน นางคิดถึงเรื่องว่าจากนี้จะหาเงินได้อย่างไร เพียงแต่ต้องมีเงินเท่านั้นนางถึงจะสามารถหาซื้อยาราคาแพงมารักษาโรคอ้วนของตนได้
แน่นอนว่า นางไม่หวังว่าจะได้ยาอะไรจากเรือนโอสถของตำหนักอ๋องแห่งนี้
เมื่อนางคิดถึงเรื่องว่าจะใช้เรี่ยวแรงของตนอย่างไรมิให้ดูผิดสังเกตเกินไปอยู่นั้น
แม่นมเติ้งก็เข้ามาอย่างตระหนก พร้อมสีหน้าร้อนรนใจว่า “พระชายา เกิดเรื่องเกิดขึ้นแล้วเจ้าค่ะ ท่านอ๋อง…”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...