เมื่อเดินเข้าไปในประตูหิน ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือห้องโถงขนาดใหญ่ มิได้โอ่อ่าสง่างามดังท้องพระโรงก่อนหน้านี้
เครื่องเรือนภายในที่แห่งนี้คล้ายกับห้องโถงสำหรับต้อนรับแขกของบ้านทั่วไป การตกแต่งจัดวางทุกอย่างล้วนแฝงไว้ด้วยความอบอุ่น
บนผนังมีภาพเขียนและตัวอักษะแขวนไว้ บนโต๊ะมีแจกันและกระถางต้นไม้
หลังฉากกั้นลายดอกไม้และนกมีโต๊ะเตี้ยและกระถางธูปวางหันหน้าไปทางหน้าต่าง ด้านนอกเป็นทุ่งหญ้าที่มีดอกไม้และพืชพรรณส่งกลิ่นหอมอยู่ภายนอก
ปรากฏภาพหนึ่งขึ้นมาในห้วงความคิดของนาง
ชายหญิงคู่หนึ่งนั่งอยู่ตรงหน้าต่าง จิบสุราอุ่นพลางชมหิมะ
ความงดงามในใต้หล้ามนุษย์คงไม่มีสิ่งใดเกินกว่านี้แล้ว
อีกด้านหนึ่งยังมีพิณโบราณวางพิงกำแพงไว้ มีอาวุธตั้งเรียงรายทั้งดาบ หอก กระบี่ ง้าว สตรีบรรเลงพิณ บุรุษฝึกกระบี่ ซึ่งเป็นดั่งภาพเทพเซียนคู่หนึ่ง
น่าเสียดายที่สายพิณของพิณโบราณนั้นขาดสะบั้น
ลั่วชิงยวนค่อย ๆ ลูบพิณโบราณ ในใจกลับเกิดความรู้สึกเศร้าสร้อยขึ้นมา
“ด้านในนี้ดูเหมือนจะใหญ่โตมาก ไปเดินหากันเถิดว่ามีอะไรให้กินหรือไม่”
หงไห่กล่าวพลางเดินไปยังด้านหลัง
คนอื่นก็เดินตามเขาเข้าไปยังด้านหลัง
เมื่อออกไปแล้ว ทิวทัศน์ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
ที่นี่กลับเป็นหุบเขา!
มีแสงสว่างสดใส เงยหน้าขึ้นก็เห็นเมฆ
เท่าที่เห็นที่นี่เป็นเรือนที่ใหญ่โตโอ่อ่าและอบอุ่นหลังหนึ่ง
ขณะนี้พวกเขาอยู่ในลานบ้านชั้นใน
“นี่มันเหมือนมาบ้านคนอื่นเลย แต่ที่นี่กลับไม่มีคนอาศัยอยู่”
เมื่อกล่าวจบ จู่ ๆ เสียงพิณโบราณก็ดังขึ้น
เสียงสายพิณสั่นสะท้านยาวนาน
หลายคนตกใจ พลันรีบหันหลังกลับไป
“มีคนมาหรือ?” หงไห่เริ่มตื่นตัว
ลั่วชิงยวนหันหลังกลับไปมองจึงเห็นเงาสีแดงแวบผ่านฉากกั้น
ผมดำปลิวไสวในสายลม เป็นความงามที่แฝงไว้ด้วยความโศกเศร้า
“ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนจงใจทำลายที่นี่ ที่นี่ต้องมีความลับซ่อนอยู่เป็นแน่ พวกเราไปหาดูกันเถิด”
คนใบ้พยักหน้า
จากนั้นทั้งสองก็เริ่มจัดเรียงหน้าตำราที่ขาดวิ่นจำนวนมากบนพื้น
ตั้งใจที่จะจัดเรียงให้เสร็จก่อน แล้วค่อย ๆ ค้นหาเบาะแสที่มีประโยชน์ในนี้
โชคดีที่พวกเขายังพบกล่องยาสมุนไพรด้วย
ทั้งหมดนี้ใช้สำหรับรักษาบาดแผลภายนอก ซึ่งพวกเขากำลังต้องการพอดี
เมื่อจัดเรียงไปได้ครึ่งทาง หงไห่ก็รีบวิ่งเข้ามา แล้วกล่าวว่า “ข้าเจอห้องครัวที่ด้านหลัง ไม่มีของกินแต่ในลานบ้านมีผักปลูกไว้มากหลาย พวกเราทำอาหารกินกันเถอะ!”
“เพียงแต่ข้าวสารในตู้มิรู้ว่าเก็บไว้นานเท่าไรแล้ว จะกินแบบตามมีตามเกิดไปก่อนหรือไม่?”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “มีอะไรกินก็พอแล้ว มิต้องพิถีพิถันมาก”
“ได้ เช่นนั้นข้าจะไปเข้าครัว” หงไห่กล่าวพลางคาดผ้ากันเปื้อนไว้ที่เอว
ลั่วชิงยวนรีบเรียกเขาไว้ “ช้าก่อน!”
“ที่นี่มีสมุนไพร ข้าเตรียมยาไว้ให้แล้ว เจ้ากับโฉวสือชีช่วยกันต้มยาด้วยเถิด”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...