เมื่อฟู่เฉินหวนได้ยินดังนั้น ก็หรี่ตาลงเล็กน้อย
ประกายแสงล้ำลึกแวบผ่านดวงตา
“ทางลัดอะไร?”
เมื่อเห็นว่าเขาสนใจ ฉีเสวี่ยเวยก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ
นางค่อย ๆ โน้มกายเข้าไปใกล้ “พวกเราต้องแลกเปลี่ยนกันและเชื่อใจกันก่อน ข้าจึงจะบอกท่านได้”
กล่าวจบ ฉีเสวี่ยเวยก็ยกยิ้มมีเลศนัย คว้ามือของฟู่เฉินหวนไว้
ฟู่เฉินหวนมองมือนางด้วยแววตาเย็นชา
แล้วดึงมือกลับมาอย่างเย็นชา
ท่าทีเย็นชาบ่งบอกทุกสิ่ง
ฉีเสวี่ยเวยยิ้มอีกครา แล้วกล่าวว่า “หากมิใช่เช่นนั้นก็ยังมีอีกวิธีหนึ่ง”
“นั่นคือ… ท่านต้องช่วยข้าสังหารสตรีผู้นั้น”
“แล้วข้าจะบอกทางลัดที่นำไปสู่ยอดเขาแก่ท่าน”
ฟู่เฉินหวนเหลือบมองนางด้วยแววตาเย็นขา “บอกทางลัดแก่ข้า แล้วเจ้ามิอยากขึ้นเขาแล้วรึ?”
ฉีเสวี่ยเวยกล่าวอย่างเสียดาย “แน่นอนว่าอยาก แต่ข้ารู้ความสามารถของตนดี การขึ้นเขาด้วยตัวคนเดียวเป็นเรื่องยากนัก”
“ขอเพียงแค่เมื่อท่านขึ้นเขาไปแล้ว อย่าได้ลืมข้า พาข้าไปด้วยและพาข้าลงจากเขา ข้าเพียงต้องการมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่!”
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว “เจ้าลงจากเขาบัดนี้เลยก็ได้”
ฉีเสวี่ยเวยหัวเราะเบา ๆ “ท่านพี่ใบ้ ท่านยังมิรู้หรือ? เมื่อเข้ามาในภูเขาลูกนี้แล้วก็มีเพียงสองทางเลือกคือ ไปถึงจุดหมายปลายทางอย่างมีชีวิต หรือไม่ก็ตายกลางทาง”
“มีเพียงสองทางนี้เท่านั้น”
“กล่าวได้ว่าทุกคนในที่นี้ล้วนมีเจตนาร้าย พร้อมที่จะเอาชีวิตผู้อื่นได้ทุกเมื่อ”
“รวมถึงซูเซียงผู้นั้นด้วย”
“นางดูเหมือนจะตั้งครรภ์ มิได้เป็นภัยต่อผู้ใด แต่นางมิได้ธรรมดาแน่นอน!”
“ท่านพี่ใบ้ หากท่านต้องการขึ้นเขา การร่วมมือกับข้าคือทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว!”
“ท่านเพียงแค่ต้องช่วยข้าสังหารสตรีผู้นั้น!”
“ว่าอย่างไร?”
ฟู่เฉินหวนครุ่นคิดสักครู่ จึงตอบว่า “ตกลง”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉีเสวี่ยเวยก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง “เช่นนั้นก็ตกลงกันแล้ว!”
“จะลงมือเมื่อใด?”
ฟู่เฉินหวนกล่าวเสียงเย็น “บัดนี้เลย”
กล่าวจบ เขาก็ลุกขึ้นเปิดประตูห้อง
......
หลังจากนั้นมินาน ร่างหนึ่งก็ค่อย ๆ เดินเข้ามาในห้อง
คนใบ้จุดไฟ
ลั่วชิงยวนเห็นสตรีร่างระหงเดินเข้ามาแล้วยิ่งตกใจ ฉีเสวี่ยเวยหรือ?!
ฉีเสวี่ยเวยมองนอกประตูอย่างระแวดระวัง ก่อนปิดประตู
แล้วค่อย ๆ เดินเข้ามาหาลั่วชิงยวนที่นอนอยู่บนพื้น
ในยามนี้ลั่วชิงยวนถูกมัดมือมัดเท้าและถูกอุดปากด้วยเศษผ้า
ฉีเสวี่ยเวยย่อตัวลงนั่งยอง ๆ มองลั่วชิงยวนอย่างพึงพอใจ
กล่าวว่า “ท่านพี่ใบ้ ท่านช่างรวดเร็วเสียจริง”
“สมแล้วที่สตรีผู้นี้มักหลงเชื่อคนที่เคยทำดีกับนาง”
คนใบ้ยืนอยู่ด้านข้างมิได้เอ่ยคำใด
ฉีเสวี่ยเวยเงยหน้ามองคนใบ้ “ท่านพี่ใบ้ ท่านช่วยข้าสักเรื่องได้หรือมิ?”
“ช่วยข้า… ถลกหนังนางออกหน่อย”
เสียงอ่อนหวานนั้นทำให้ลั่วชิงยวนรู้สึกเย็นวาบไปตามสันหลังทันใด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...