เขานำยาโสมมังกรออกมาจากขวด แล้วกลืนลงไปหนึ่งเม็ด
เหลือมิเยอะแล้ว หวังว่าจะสามารถอยู่รอดจนกระทั่งการเดินทางมาเมืองแห่งภูตผีครั้งนี้สิ้นสุดลง และปกป้องนางให้ลงจากเขาอย่างปลอดภัย!
นอกประตู ลั่วชิงยวนนั่งกอดเข่าจนเกือบจะหลับไป
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา นางก็ตื่นขึ้นในทันที
นางเงยหน้าขึ้นมอง ปรากฏว่าเป็นซูเซียง
ซูเซียงที่ท้องใหญ่แล้วเดินเข้ามา นางคลี่ยิ้มก่อนกล่าวว่า “ข้ายังเป็นห่วงอยู่เลย เกรงว่าจะเกิดเรื่องกับเจ้า”
“ผลสุดท้ายกลับคาดมิถึง เจ้าถึงกับล่าเสือดำตัวนั้นมาได้”
ลั่วชิงยวนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “พวกเจ้ารู้จักเสือดำตัวนั้นหรือ?”
ซูเซียงนั่งลงข้าง ๆ อย่างระมัดระวัง ลั่วชิงยวนช่วยประคอง
หลังจากนั่งลงแล้ว ซูเซียงก็กล่าว “ยามค่ำคืนเสือดำตัวนั้นถึงจะออกมาหาอาหาร ปกติจะปรากฏตัวในยามจื่อ”
“พวกเราถูกมันโจมตีหลายครั้งในตอนกลางคืน ก่อนหน้านี้ทุกคืนจะต้องมีคนตาย”
“ต่อมาพวกเราก็ตามหามันหลายสถานที่ พบว่าด้านหลังนี้มีสุสานและเสือดำตัวนั้นมิกล้าเข้าใกล้ที่นี่”
“พวกเราจึงมาสร้างเรือนพักอาศัยอยู่ที่นี่ชั่วคราว”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็ประหลาดใจ ที่นี่มีสุสานด้วยหรือ?
มิแปลกใจที่เมื่อครู่นี้วงเวทอัญเชิญวิญญาณจึงเรียกวิญญาณมามากมาย และกลิ่นอายอาฆาตชั่วร้ายก็รุนแรงยิ่งนัก
“อยู่ที่นี่มานาน ยังมิพบวิธีขึ้นเขาเลยหรือ?” ลั่วชิงยวนถามด้วยความสงสัย
ซูเซียงส่ายหน้า “ยังคงหาวิธีอยู่ แต่เจ้าสังหารเสือดำในคืนนี้ได้ บางทีอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ก็เป็นได้”
“วันพรุ่งน่าจะมีความเคลื่อนไหว”
ลั่วชิงยวนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “ดี ขอบคุณที่บอกกล่าว”
ซูเซียงมองเข้าไปในประตูเรือน แล้วยกยิ้ม “คนใบ้ผู้นี้ดีต่อเจ้าจริง ๆ ครั้งนี้พวกเจ้าผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน”
ลั่วชิงยวนอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วยกยิ้ม “อย่าพูดเลย ในเวลาสำคัญก็ต้องพึ่งพาตนเองอยู่ดี”
“วันนี้แค่โชคดีเท่านั้น”
ลั่วชิงยวนยังคงระแวดระวัง จึงจงใจปิดบังความสัมพันธ์ของนางกับคนใบ้
แสร้งทำเป็นว่าเพิ่งรู้จักกันเมื่อมาที่นี่ในครั้งนี้
ซูเซียงถอนหายใจกล่าวว่า “พวกเราเป็นสตรีอ่อนแอ”
คนใบ้เดินออกมา
ลั่วชิงยวนหันไปมองเขา “เจ้าพันแผลเองแล้วหรือ?”
คนใบ้พยักหน้า
ลั่วชิงยวนจึงเข้าไปในห้อง แล้วปิดประตู
คนใบ้ใช้นิ้วจุ่มน้ำ เขียนบนโต๊ะว่าที่นี่ไม่มีใครไว้วางใจได้
เขาเพิ่งได้ยินนางพูดคุยกับซูเซียง จึงเตือนนางว่าซูเซียงก็มิน่าเชื่อถือหรือ?
ลั่วชิงยวนพยักหน้า จากนั้นถามว่า “แล้วเจ้าเล่า?”
“เจ้าเชื่อถือได้หรือไม่?”
คนใบ้นิ่งเงียบ จากนั้นเขียนว่า ในยามจำเป็น มิเชื่อถือก็ได้
ลั่วชิงยวนหัวเราะเบา ๆ “เจ้าช่างน่าสนใจ ดูมิเหมือนองครักษ์เลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนใบ้ก็ตัวแข็งทื่อ ในใจพลันตื่นตระหนก
โชคดีที่หน้ากากนั้นเพียงพอที่จะปกปิดสีหน้าตื่นตระหนกของเขาในยามนี้ได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...