“พระชายา เหตุใดมิลงไปหามาให้ข้าเล่า? หากขุดพบรากบัวได้สองหัว ข้าจะเมตตาตกรางวัลให้อย่างงาม!”
น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเยาะเย้ยและหยิ่งผยองนั้น มิใช่ปฏิบัติต่อลั่วชิงยวนดุจพระชายา หากแต่ปฏิบัติเสมือนทาสบริวาร
เหล่าผู้คนโดยรอบต่างตกตะลึงพรึงเพริด
ตำแหน่งของลั่วชิงยวนในตำหนักอ๋องนั้นต่ำต้อยถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
ฟู่เฉินหวนอดรนทนมิไหวอีกต่อไป จึงพูดเสียงเย็นเยียบว่า “ฤดูกาลนี้จะมีรากบัวอยู่ได้อย่างไร มิต้องลำบากเช่นนั้นเลย”
ลั่วเยวี่ยอิงกลับคว้าแขนฟู่เฉินหวนพลางทำท่าทางออดอ้อน
“ไม่เพคะ ท่านอ๋อง เผื่อว่าจะมีก็ได้! โปรดให้พระชายาลงไปค้นหาดูเถิดเพคะ!”
นางกล่าวจบก็ถอดกำไลหยกที่ข้อมือ แล้วขว้างลงไปในบึง
จากนั้นเชิดหน้าพูดกับลั่วชิงยวนว่า “ไปสิ กำไลหยกวงนี้เป็นรางวัลของเจ้า!”
ท่าทางเช่นนี้ประหนึ่งว่ากำลังสั่งการสุนัขตัวหนึ่ง
ฟู่เฉินหวนกำมือแน่น รู้สึกปวดร้าวที่ศีรษะอย่างยิ่ง
ลั่วชิงยวนเห็นดังนั้นก็กังวลเพราะอาการของฟู่เฉินหวน นัยน์ตานางฉายแววเย็นชาขณะมองหน้าลั่วเยวี่ยอิง แล้วหันหลังกระโดดลงไปในสระน้ำ
เมื่อเสียงน้ำกระเพื่อมดังขึ้น เสียงฮือฮาต่างก็ดังมาจากทั่วบริเวณ
“นางกระโดดลงไปจริง ๆ ด้วย”
“สวรรค์โปรด”
ฟู่เฉินหวนใจหดหู่ใจมาก เขาผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
มือของเขาสั่นเทาขณะพยายามอดทนต่อความเจ็บปวด
เมื่อลั่วเยวี่ยอิงเห็นดังนั้นจึงหัวเราะอย่างกระหยิ่มใจ แล้วกล่าวพลางโอบแขนฟู่เฉินหวนไว้ “ท่านอ๋องดูเถิดเพคะว่าพระชายาเชื่อฟังเพียงใด”
น้ำเสียงนั้นดุจดังกำลังบรรยายถึงสุนัขเชื่องตัวหนึ่ง
ลั่วเยวี่ยอิงปลาบปลื้มในใจ นางตั้งใจจะเหยียบย่ำความภาคภูมิใจและศักดิ์ศรีของลั่วชิงยวนต่อหน้าผู้คนทุกคน!
เป็นพระชายาแล้วอย่างไรเล่า! เป็นองค์หญิงแล้วอย่างไร! ก็ยังเป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่งที่นางสามารถสั่งการได้!
นางต้องการให้ลั่วชิงยวนอับอายขายหน้าจนไม่มีที่ยืนในเมืองหลวง!
รอบสระน้ำมีผู้คนมากมาย ทุกคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
ลั่วชิงยวนดำดิ่งลงไปในน้ำแล้วก็ขึ้นมายืนอยู่บนฝั่งด้วยร่างกายเปียกปอน แล้ววางกำไลหยกนั้นลงบนโต๊ะอย่างแรง
จากนั้นการประลองก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
เมื่อฟู่จิ่งหานทราบเรื่องพระราชโองการก็ตกตะลึงยิ่งนัก “เหตุใดเสด็จแม่จึงออกพระราชโองการเช่นนี้?”
“เมื่อมิกี่วันที่ผ่านมาท่านประชวรเป็นหวัด ข้าไปเยี่ยมแล้วท่านรั้งตัวข้าไว้ จากนั้นพูดเรื่องราวในใจให้ข้าฟังมากมาย ท่านเป็นเสด็จแม่ของข้า ข้าย่อมใจอ่อน จึงให้พระราชโองการเปล่ากับท่าน ซึ่งท่านบอกว่าสามารถใช้เพื่อรักษาชีวิตของท่านได้”
“จะเป็นไปได้อย่างไร...”
ฟู่จิ่งหานเสียใจยิ่งนัก “ท่านหลอกข้าอีกแล้ว!”
ลั่วชิงยวนมาถึงแล้วบังเอิญได้ยินคำพูดเหล่านั้นพอดี
ถึงแม้ว่าแม่ลูกคู่นี้จะขัดแย้งกันอยู่เสมอ แต่ฟู่จิ่งหานก็ยังคงความรักระหว่างแม่ลูกไว้ในใจ
แต่ไทเฮากลับใช้ประโยชน์จากความรักนี้ของฟู่จิ่งหาน
เพื่อสร้างพระราชโองการหลอกลวง
ไทเฮาใช้สิ่งสำคัญเช่นนี้เพื่อช่วยลั่วเยวี่ยอิงเลยหรือ? มิน่าจะเป็นเช่นนั้นไปได้
เหตุการณ์ในวันนี้ยังมิจบลงง่าย ๆ อย่างแน่นอน!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...