ท่านผู้เฒ่าเย่ได้ฟังคำพูดเด็ดขาดของหลิงอวี๋ก็ตกตะลึง
เขามิคาดคิดเลยจริง ๆ ว่า สตรีที่ดูหน้าตาธรรมดาผู้นี้จะมีนิสัยที่เข้มแข็งเช่นนี้
เย่ซื่อฝานเองก็เผยยิ้มออกมา เขามองศิษย์ผู้นี้มิผิดจริง ๆ
“ท่านพ่อ เสี่ยวชีพูดถูก การหลบซ่อนมิใช่ทางออกขอรับ! หากท่านกังวลว่านางจะทำให้ตระกูลเย่เดือดร้อนไปด้วย เรามาหาทางประนีประนอมกันดีหรือไม่? ในสายตาของคนภายนอกข้าจะขับไล่นางออกจากสำนัก แต่ในความเป็นจริงแล้วนางจะยังเป็นศิษย์ของข้าอยู่”
ท่านผู้เฒ่าเย่จ้องมองเย่ซื่อฝาน แล้วดุด่าออกมา “เจ้าพูดเรื่องไร้สาระกระไรกัน ข้าเป็นคนประเภทที่กลัวปัญหาหรือไร?”
“หากทำเช่นนี้แล้วเรื่องเผยแพร่ออกไป แล้วตระกูลเย่ของเราจะนับว่าเป็นอะไรเล่า?”
“เสี่ยวชีเป็นสตรียังมิกลัวความตาย แล้วตระกูลเย่ของข้ามีบุรุษอยู่มากเช่นนี้จะขี้ขลาดกลัวปัญหาเช่นนั้นหรือ?”
“เอาเถิด เสี่ยวชี เจ้าเรียนกับอาจารย์ของเจ้าให้สบายใจ ส่วนเรื่องภายนอกข้าจะดูแลให้เจ้าเอง แค่ช่วงนี้จะเข้าจะออกก็ระวังตัวหน่อยเป็นพอ!”
ท่านผู้เฒ่าเย่กำลังจะก้าวเท้าเดินไป แต่เมื่อครุ่นคิดดูก็หันกลับมาแล้วเอ่ย “เสี่ยวชี ช่วงนี้หากมีเวลาก็ศึกษาวิชาพิษเพิ่มขึ้นสักหน่อย หากไป่หลี่ไห่ล้มเหลวในการแก้พิษให้เหมียวหยาง บางทีตาเฒ่าแห่งวังเทียนซูผู้นั้นอาจจะลงจากเขามาทดสอบฝีมือของเจ้าด้วยตัวเอง”
“เจ้าสาม นำตำราโบราณพวกนั้นที่ข้ามอบให้เจ้ามาให้เสี่ยวชีอ่านเสีย ทำให้นางพัฒนาให้เร็วที่สุด!”
“ขอรับ!”
เย่ซื่อฝานก็มีความคิดนี้อยู่เช่นกัน เพียงแต่เขากังวลว่า ท่านผู้เฒ่าเย่จะมิอนุญาต จึงมิกล้าเอ่ยออกมา ตอนนี้เมื่อได้รับอนุญาตจากท่านพ่อแล้ว ทันทีที่ท่านผู้เฒ่าออกไป เขาก็รีบไปหามาให้หลิงอวี๋อย่างรวดเร็ว
พลังของหลิงอวี๋สามารถใช้แหวนสุเมรุได้แล้ว ดังนั้นนางจึงใส่ตำราทั้งหมดลงไปในแหวนพระสุเมรุ
เมื่อเย่ซื่อฝานเห็นว่าพลังของหลิงอวี๋พัฒนาขึ้นเร็วมาก จึงมอบโอสถเสริมพลังวิญญาณให้กับหลิงอวี๋อีกสองขวด
หลิงอวี๋รู้สึกขอบคุณในความใจดีของเย่ซื่อฝานที่มีต่อตนมาก และแอบสาบานว่า เมื่อในภายภาคหน้าตนสามารถกลั่นโอสถระดับสูงได้แล้ว ตนจะตอบแทนเย่ซื่อฝานให้ดีอย่างแน่นอน
กระทั่งการเรียนช่วงเช้าเสร็จสิ้นลง หลิงอวี๋ก็กล่าวลา
ในขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่นั้น เผยอวี้ก็วิ่งเข้ามาด้วยท่าทางตื่นเต้น เขาเข้าเรียนในสำนักศึกษาชิงหลงเพื่อศึกษาเรื่องนักอัญเชิญ ในช่วงสองวันที่ผ่านมาจึงให้ความสนใจในเรื่องนี้เป็นพิเศษ
เขาพุ่งเข้ามาแล้วเอ่ย “นายท่านอู่ วันพรุ่งสำนักศึกษาหยุด พวกเราไปสำรวจที่ภูเขาหมางหลิ่งกันดีหรือไม่ขอรับ?”
ตอนนี้ฉินซานกับเซียวหลินเทียนมีความเข้าใจในเมืองหลวงแดนเทพพอสมควรแล้ว
ภูเขาหมางหลิ่งเป็นเทือกเขาที่ใหญ่ที่สุดที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงแดนเทพห้าสิบลี้ ในภูเขาศักดิ์สิทธิ์มีสมุนไพรวิเศษอยู่มากมาย แต่ที่นั่นเป็นที่ที่ราชวงศ์ควบคุม มิได้อนุญาตให้ใครเข้าไปได้ตามอำเภอใจ
ส่วนที่ภูเขาหมางหลิ่งนั้นคล้ายคลึงกับภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ที่นั่นมีสมุนไพรวิเศษอยู่มากเช่นกัน และยังมีสัตว์วิญญาณด้วย
เนื่องจากภูมิแคว้นที่สูงชันอันตรายและลึกลับจนมิอาจคาดเดาได้ ทางราชวงศ์จึงมิสามารถควบคุมได้ และกลายมาเป็นสวรรค์ของผู้บำเพ็ญตนนับมิถ้วนที่มาผจญภัย
ผู้บำเพ็ญตนและคนที่เก็บสมุนไพรจำนวนมากล้วนไปที่นั่นเพื่อลองเสี่ยงโชคดู หากพวกเขาโชคดีก็อาจจะสามารถเก็บเครื่องยาสมุนไพรชั้นยอดที่อยู่ในระดับสูงกว่าที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นได้
คนที่เรียนสายอัญเชิญเช่นเผยอวี้ ก็หวังว่าจะโชคดีสามารถจับสัตว์วิญญาณได้สักตัว...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...