“ฮูหยินเว่ย ข้าเป็นหมอ ข้ารู้ว่าการตั้งใจทำร้ายผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งที่มิควรมี แต่ข้าก็ยิ่งรู้เช่นกันว่าการระวังผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งที่มิควรขาด!”
หลิงอวี๋เอ่ยอย่างตรงไปตรงมา “ข้าเองก็ได้ยินเรื่องของฮูหยินเว่ยกับแม่ทัพเว่ยมาบ้าง ข้ากังวลว่าเว่ยเผิงและท่านจะใจดีมากเกินไป จนมิรู้ว่าจิตใจคนนั้นอันตราย หากไปที่จวนแม่ทัพแล้วพวกท่านอาจจะถูกวางแผนทำร้าย ข้าจึงสอนให้เว่ยเผิงรู้เรื่องยาพิษไว้ล่วงหน้า เป็นการป้องกันไว้!”
ฮูหยินเว่ยหน้าซีดเผือด นางมองหลิงอวี๋แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “คนภายนอกเอ่ยถึงพวกเราว่าอย่างไรบ้าง?”
หลิงอวี๋มิรู้ว่าฮูหยินเว่ยมิรู้จริง ๆ ว่าแม่ทัพเว่ยแต่งงานใหม่แล้ว หรือว่านางแกล้งทำเป็นมิรู้
แต่สิ่งนี้คือเนื้อร้าย หากมิตัดเรื่องการหลอกตัวเองและผู้อื่นออกไป ก็รังแต่จะทำให้เรื่องราวยิ่งแย่
หลิงอวี๋จึงบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้รอบรู้เล่าให้ตนฟังออกไปอย่างมิลังเล
ฮูหยินเว่ยตัวสั่นไปหมด สีหน้าของนางดูแย่ยิ่ง นางก็กลั้นน้ำตาไว้มิอยู่แล้ว จึงปล่อยให้ไหลลงมาบนใบหน้าอย่างเงียบ ๆ
“ข้าคาดเดาไว้แล้ว… ข้าเดาไว้แล้วว่าเขาคงแต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว!”
“แต่ข้า… ข้าคิดว่าถึงเขาจะไร้ความเมตตาต่อข้า แต่เผิงเกอเอ๋อร์ก็เป็นลูกชายแท้ ๆ ของเขา เขาไม่มีทางที่จะเพิกเฉยเผิงเกอเอ๋อร์ได้...”
“แต่มันห้าปีแล้ว แม้แต่เงินสักแดงเขาก็มิเคยส่งมาให้เผิงเกอเอ๋อร์!”
“ข้าหลอกตัวเองและหลอกผู้อื่น คิดว่าเขาอยู่ที่เมืองหลวงแดนเทพอาจจะมีชีวิตที่มิดี ที่แท้… ที่แท้เขาก็มีชีวิตที่ดียิ่งกว่าที่ข้าจินตนาการเสียอีก!”
ริมฝีปากของฮูหยินเว่ยสั่น นางมิได้ร้องไห้โฮออกมา คาดว่าคงกังวลว่าลูกชายจะได้ยิน นางจึงได้แต่หลั่งน้ำตาอย่างเงียบ ๆ
การแสดงออกที่ดูแข็งแกร่งแต่กลับอ่อนแอนี้ ทำให้หลิงอวี๋เห็นแล้วรู้สึกเศร้าอยู่ในใจ
นางมิได้โน้มน้าวใด ๆ เพราะนางเองก็รู้ว่า สิ่งที่ฮูหยินเว่ยต้องการมิใช่การโน้มน้าว แต่เป็นเพียงการระบายเท่านั้น
ฮูหยินเว่ยรู้สึกอึดอัดใจ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับลูกชายและน้องสาวที่ต้องการการดูแล นางก็ทำได้เพียงฝืนทำตัวมองในแง่ดีเท่านั้น
“หมออวี๋ ข้าทุ่มเทให้เขามากถึงเพียงนั้น...”
“ครั้นเมื่อข้าแต่งงานเข้าตระกูลเว่ย เขาไม่มีอะไรเลย ทั้งยังมีบิดามารดาที่แก่ชราและน้องชายที่ต้องดูแลอีก ข้าช่วยเขาจัดการตระกูลเว่ยอย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย! ข้ากตัญญูเคารพบิดามารดาและดูแลน้องชายของเขา…”
หลิงอวี๋เตือนอย่างอดทน “ท่านสามารถแก้แค้นได้ แต่ท่านต้องหาลู่ทางให้ตนเองกับลูกชายหนีรอดไปได้เสียก่อน เว่ยเผิงยังมีชีวิตภายภาคหน้าที่ดีรออยู่ เขามิควรต้องมาจบชีวิตลงในมือของคนสารเลวผู้นี้!”
มิรู้เช่นกันว่าฮูหยินเว่ยได้ยินหรือไม่ นางเอาแต่ร้องไห้เงียบ ๆ อยู่ตลอด หลังจากนั้นสักพักนางก็เช็ดน้ำตาพลันลุกขึ้นยืนแล้วโค้งคำนับหลิงอวี๋อย่างลึกซึ้ง
“หมออวี๋ ขอบคุณเจ้า!”
คำว่าขอบคุณนี้ครอบคลุมหลายความหมาย ขอบคุณคำแนะนำของหลิงอวี๋ที่มีให้ตน และขอบคุณที่หลิงอวี๋คิดเผื่อเว่ยเผิง
ถึงอย่างไรหลังจากนั้น ฮูหยินเว่ยก็มิคัดค้านที่หลิงอวี๋สอนเว่ยเผิงจำแนกพิษอีก
บางครั้งนางก็เข้ามาฟังด้วย และยิ้มมองหลิงอวี๋คุยกับเว่ยเผิง
ส่วนดวงตาของฮูหยินเว่ย ภายใต้การดูแลรักษาของหลิงอวี๋ก็ค่อย ๆ ดีขึ้นแล้ว
ตอนที่ฮูหยินเว่ยเห็นหน้าลูกชายอย่างชัดเจน นางก็ทั้งรู้สึกประหลาดใจและดีใจ แต่นางกลับตั้งเงื่อนไขข้อหนึ่งกับหลิงอวี๋...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...