เข้าสู่ระบบผ่าน

วิสารทแพทย์เทวัญ นิยาย บท 3266

“เชี่ยเอ๊ย!”

ไม่ดูยังไม่รู้ พอเห็นเข้าก็สะดุ้งโหยง

กระจกทองแดงหล่นกระแทกพื้น ส่งเสียงใสกริ๊ง

หลวงโป๋ซาตาเบิกโพลง หน้าตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ “นี่ผมเหรอ?”

เขามือสั่นหยิบกระจกทองแดงขึ้นมาดูอีกครั้งอย่างถี่ถ้วน

ในกระจกเป็นใบหน้าหนึ่งดำมันวาว ราวกับเพิ่งคลานออกมาจากกองถ่าน มีแค่เขี้ยวฟันเหลืองแปร้หนึ่งปากเด่นสะดุดตา

ขี้เหร่น่าเกลียดกว่าเดิมอีก

“ผมก็ทะลวงถึงขอบเขต quasi-จักรพรรดิ แล้วแท้ ๆ ทำไมถึงได้กลายเป็นสภาพผีสิงแบบนี้วะ?” หลวงโป๋ซาโมโหจนตัวสั่น กระจกทองแดงก็ร่วงหล่นจากมืออีกครั้ง

เขาก้มลงมองร่างตัวเอง ก็พบว่าทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าสีเดียวกับหน้า ดำปี๋ไปหมด

เท่านั้นไม่พอ แม้แต่เล็บยังกลายเป็นสีดำประหลาด ทั้งตัวเหมือนเพิ่งถูกงมขึ้นมาจากอ่างหมึกดำ

“ทำไมกลายเป็นแบบนี้ได้วะ?”

“มันพลาดตรงไหนกันแน่?”

“เป็นเพราะร่างกายพิษงั้นเหรอ? หรือว่าเป็นฝีมือวิญญาณเศษซากของไอ้แก่ไม่ยอมตายนั่น?”

หลวงโป๋ซาหน้าดำเคร่งขรึม ครุ่นคิดไม่หยุด

เขาเคยนึกว่าพอทะลวงถึงกึ่งจักรพรรดิ หน้าตาตัวเองน่าจะดีขึ้นบ้าง แม้ไม่หวังจะหล่อสูเย่ชิว แต่อย่างน้อยก็ควรดีกว่าเดิมสักหน่อย

แต่ดูตอนนี้สิ ไม่เพียงไม่หล่อขึ้น กลับกลายเป็นสภาพเหมือนผีหลอกแบบนี้ จะไม่ให้เขาเดือดได้ยังไง

“แม่งเอ๊ย!”

หลวงโป๋ซายกเท้ากระทืบลงบนกระจกทองแดง ดังเพล้ง! กระจกแตกกระจายเป็นชิ้น ๆ

ยังไม่หายแค้น เขาก็ซ้ำกระทืบอีกหลายที

“ไอ้จักรพรรดิหยินหยางบัดซบเอ๊ย”

“ไอ้เย่ฉางเซิงเวรตะไล!”

“โทษพวกมึงทั้งนั้น!”

หลวงโป๋ซากระทืบไปด่าไป ทุกคำด่าต้องตามด้วยหนึ่งฝีเท้า ราวกับใต้ฝ่าเท้าไม่ใช่กระจกทองแดง แต่เป็นกบาลของจักรพรรดิหยินหยางกับเย่ชิว

ระบายอารมณ์อยู่นาน หลวงโป๋ซาจึงค่อย ๆ สงบลง

“เกือบลืมไป ตอนนี้ผมอยู่ในขอบเขต quasi-จักรพรรดิ แค่เปลี่ยนสีผิวนี่สบายมากอยู่แล้ว”

หลวงโป๋ซาสูดหายใจลึก ขับเคลื่อนเคล็ดวิชา พยายามปรับสีผิว ทว่ากลับไม่เกิดผลอะไรเลย

“เชี่ย!”

หลวงโป๋ซาสบถลั่นด้วยความเดือดดาล

ครู่ให้หลัง

“ฮึ หน้าตาหมาอะไรกันแค่นี้?” หลวงโป๋ซาฝืนปลอบใจตัวเอง “แต่ไหนแต่ไรมา คนทำการใหญ่มีสักกี่คนกันที่สำเร็จเพราะหน้าตา?”

“ขอแค่พลังแข็งแกร่งพอ หน้าตาหรือหุ่นจะเป็นยังไงก็ช่างมัน”

“ผม...”

หลวงโป๋ซายื่นมือคว้าไปที่เป้ากางเกง กลับพบว่ามันว่างโหวง เปลวโทสะที่เพิ่งกดลงเมื่อครู่พุ่งขึ้นถึงกระหม่อมศีรษะทันที

“ไอ้เจ้าอินหยาง แม่งเอ๊ย! ถ้ามึงไม่หลอกให้ผมฝึกวิชามหาอินหยาง ผมจะไปตอนตัวเองทำบ้าอะไร!”

หลวงโป๋ซาไม่เคยนึกเลย ตอนฟันเจ้าสิ่งนั้นทิ้งมันง่ายจะตาย แต่จะให้มันงอกกลับมานี่สิยากเหลือเกิน

สภาพตอนนี้ ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดิ ก็ยังทำให้ของสิ่งนั้นงอกกลับมาไม่ได้

“ผมคงเป็นผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดิคนแรกในประวัติศาสตร์โลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ที่ร่างกายไม่ครบชุดแบบนี้ล่ะมั้ง!”

คิดมาถึงตรงนี้ หลวงโป๋ซายิ่งรู้สึกเจ็บจี๊ดในใจ

ลองคิดดูสิ การได้เป็นผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดิ นี่มันคือความฝันสูงสุดของผู้ฝึกบำเพ็ญนับไม่ถ้วน แต่ถ้าคนอื่นรู้ว่าเขาร่างกายไม่สมบูรณ์แบบนี้ เกรงว่าจะหัวเราะกันจนฟันหลุด

ยิ่งโดยเฉพาะพอนึกภาพว่าคราวหน้าต้องไปเจอเย่ชิวหน้าใสหล่อเหลาอีก เขาก็ยิ่งขัดใจเข้าไปใหญ่

“ก็ล้วนมาจากโลกมนุษย์เหมือนกัน ทำไมเย่ฉางเซิงถึงได้ทั้งหล่อทั้งร่างกายครบถ้วน จะกอดซ้ายเกี่ยวขวาหญิงงามกี่คนก็ได้ แล้วผมแค่ดูผู้หญิงยังทำอะไรไม่ได้สักอย่าง แบบนี้มันยุติธรรมที่ไหนกัน!”

“เกือบหลงกลมันแล้ว...” เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าหลวงโป๋ซา “จริงสินะ แก่พรรษาย่อมเจ้าเล่ห์กว่าวัยรุ่น”

ถ้าไม่ใช่ว่าเขากลืนกินมันจนเกลี้ยง คงไม่มีทางมองเห็นกับดักนี้ได้เลย หากด่วนฝึกคัมภีร์เล่มนี้โดยไม่รู้เท่าทัน ล่ะก็ ถึงเวลาสำคัญต้องระเบิดร่างตายสถานเดียวแน่

ที่ท้ายสุดของเคล็ดวิชามั่วซั่วเล่มนี้ หลวงโป๋ซากลับพบของบางอย่างอีกชิ้น

“อือ? แผนที่?”

หลวงโป๋ซาสังเกตเห็น ว่าข้าง ๆ แผนที่ยังมีตัวหนังสือเขียนกำกับไว้อีกสองสามบรรทัด

พออ่านจบ หน้าเขาก็แดงด้วยความตื่นเต้น

เพราะแผนที่ผืนนี้ ระบุตำแหน่งที่คัมภีร์โบราณสุญญากาศฉบับจริงซ่อนอยู่

ตามคำบรรยายนั้น เมื่อหลายปีก่อน เคยมียอดฝีมือจักรพรรดิผู้หนึ่งปรากฏขึ้นในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร มนุษย์ทั้งหลายขนานนามเขาว่าจักรพรรดิสุญญากาศ

คัมภีร์โบราณสุญญากาศก็คือมรดกวิชาตลอดชีวิตของจักรพรรดิสุญญากาศผู้นั้น!

วิญญาณที่เหลือของจักรพรรดิหยินหยางถึงไม่ยอมบอกหลวงโป๋ซา ก็เพราะคิดจะหาโอกาสไปตามหาคัมภีร์เล่มนี้ด้วยตัวเอง

น่าเสียดายที่ยังไม่ทันได้ออกตามหา ก็โดนลูกกตัญญูอย่างหลวงโป๋ซากลืนกินเสียก่อน

“ภูเขาเป่ยมาง!”

ดวงตาหลวงโป๋ซาวาบขึ้นเล็กน้อย

จุดหมายสุดท้ายบนแผนที่ อยู่ที่ภูเขาเป่ยมางในจงโจว

“ภูเขาเป่ยมางอยู่ในจงโจว ตอนนี้จงโจวเป็นอาณาเขตของเย่ฉางเซิง ผมไปนั่นจะไม่กลายเป็นเดินเข้ากรงเองหรือไง?”

หลวงโป๋ซาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เห็นว่าความเป็นไปได้นั้นต่ำเตี้ยมาก

“จงโจวมันกว้างขนาดนั้น แถมภูเขาเป่ยมางก็กันดารขนาดนี้ ไม่น่าจะสะดุดตาเย่ฉางเซิงหรอก”

“ผมไปภูเขาเป่ยมางก่อน เอาคัมภีร์โบราณสุญญากาศมาให้ได้ แล้วค่อยไปเก็บดอกเบี้ยจากเผ่าปีศาจ”

พอคิดถึงครั้งก่อนที่เผ่าปีศาจ ตนถูกจอมมารหนุ่มทรมานจนตายเป็นตายทั้งเป็น หลวงโป๋ซาก็แค้นจนฟันคันยิบ ๆ

เมื่อวางแผนเรียบร้อยแล้ว หลวงโป๋ซาก็ไม่รั้งรอ เงยหน้าผายอกเดินออกจากถ้ำภูเขาไป

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ