“เชี่ยเอ๊ย!”
ไม่ดูยังไม่รู้ พอเห็นเข้าก็สะดุ้งโหยง
กระจกทองแดงหล่นกระแทกพื้น ส่งเสียงใสกริ๊ง
หลวงโป๋ซาตาเบิกโพลง หน้าตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ “นี่ผมเหรอ?”
เขามือสั่นหยิบกระจกทองแดงขึ้นมาดูอีกครั้งอย่างถี่ถ้วน
ในกระจกเป็นใบหน้าหนึ่งดำมันวาว ราวกับเพิ่งคลานออกมาจากกองถ่าน มีแค่เขี้ยวฟันเหลืองแปร้หนึ่งปากเด่นสะดุดตา
ขี้เหร่น่าเกลียดกว่าเดิมอีก
“ผมก็ทะลวงถึงขอบเขต quasi-จักรพรรดิ แล้วแท้ ๆ ทำไมถึงได้กลายเป็นสภาพผีสิงแบบนี้วะ?” หลวงโป๋ซาโมโหจนตัวสั่น กระจกทองแดงก็ร่วงหล่นจากมืออีกครั้ง
เขาก้มลงมองร่างตัวเอง ก็พบว่าทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าสีเดียวกับหน้า ดำปี๋ไปหมด
เท่านั้นไม่พอ แม้แต่เล็บยังกลายเป็นสีดำประหลาด ทั้งตัวเหมือนเพิ่งถูกงมขึ้นมาจากอ่างหมึกดำ
“ทำไมกลายเป็นแบบนี้ได้วะ?”
“มันพลาดตรงไหนกันแน่?”
“เป็นเพราะร่างกายพิษงั้นเหรอ? หรือว่าเป็นฝีมือวิญญาณเศษซากของไอ้แก่ไม่ยอมตายนั่น?”
หลวงโป๋ซาหน้าดำเคร่งขรึม ครุ่นคิดไม่หยุด
เขาเคยนึกว่าพอทะลวงถึงกึ่งจักรพรรดิ หน้าตาตัวเองน่าจะดีขึ้นบ้าง แม้ไม่หวังจะหล่อสูเย่ชิว แต่อย่างน้อยก็ควรดีกว่าเดิมสักหน่อย
แต่ดูตอนนี้สิ ไม่เพียงไม่หล่อขึ้น กลับกลายเป็นสภาพเหมือนผีหลอกแบบนี้ จะไม่ให้เขาเดือดได้ยังไง
“แม่งเอ๊ย!”
หลวงโป๋ซายกเท้ากระทืบลงบนกระจกทองแดง ดังเพล้ง! กระจกแตกกระจายเป็นชิ้น ๆ
ยังไม่หายแค้น เขาก็ซ้ำกระทืบอีกหลายที
“ไอ้จักรพรรดิหยินหยางบัดซบเอ๊ย”
“ไอ้เย่ฉางเซิงเวรตะไล!”
“โทษพวกมึงทั้งนั้น!”
หลวงโป๋ซากระทืบไปด่าไป ทุกคำด่าต้องตามด้วยหนึ่งฝีเท้า ราวกับใต้ฝ่าเท้าไม่ใช่กระจกทองแดง แต่เป็นกบาลของจักรพรรดิหยินหยางกับเย่ชิว
ระบายอารมณ์อยู่นาน หลวงโป๋ซาจึงค่อย ๆ สงบลง
“เกือบลืมไป ตอนนี้ผมอยู่ในขอบเขต quasi-จักรพรรดิ แค่เปลี่ยนสีผิวนี่สบายมากอยู่แล้ว”
หลวงโป๋ซาสูดหายใจลึก ขับเคลื่อนเคล็ดวิชา พยายามปรับสีผิว ทว่ากลับไม่เกิดผลอะไรเลย
“เชี่ย!”
หลวงโป๋ซาสบถลั่นด้วยความเดือดดาล
ครู่ให้หลัง
“ฮึ หน้าตาหมาอะไรกันแค่นี้?” หลวงโป๋ซาฝืนปลอบใจตัวเอง “แต่ไหนแต่ไรมา คนทำการใหญ่มีสักกี่คนกันที่สำเร็จเพราะหน้าตา?”
“ขอแค่พลังแข็งแกร่งพอ หน้าตาหรือหุ่นจะเป็นยังไงก็ช่างมัน”
“ผม...”
หลวงโป๋ซายื่นมือคว้าไปที่เป้ากางเกง กลับพบว่ามันว่างโหวง เปลวโทสะที่เพิ่งกดลงเมื่อครู่พุ่งขึ้นถึงกระหม่อมศีรษะทันที
“ไอ้เจ้าอินหยาง แม่งเอ๊ย! ถ้ามึงไม่หลอกให้ผมฝึกวิชามหาอินหยาง ผมจะไปตอนตัวเองทำบ้าอะไร!”
หลวงโป๋ซาไม่เคยนึกเลย ตอนฟันเจ้าสิ่งนั้นทิ้งมันง่ายจะตาย แต่จะให้มันงอกกลับมานี่สิยากเหลือเกิน
สภาพตอนนี้ ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดิ ก็ยังทำให้ของสิ่งนั้นงอกกลับมาไม่ได้
“ผมคงเป็นผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดิคนแรกในประวัติศาสตร์โลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ที่ร่างกายไม่ครบชุดแบบนี้ล่ะมั้ง!”
คิดมาถึงตรงนี้ หลวงโป๋ซายิ่งรู้สึกเจ็บจี๊ดในใจ
ลองคิดดูสิ การได้เป็นผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดิ นี่มันคือความฝันสูงสุดของผู้ฝึกบำเพ็ญนับไม่ถ้วน แต่ถ้าคนอื่นรู้ว่าเขาร่างกายไม่สมบูรณ์แบบนี้ เกรงว่าจะหัวเราะกันจนฟันหลุด
ยิ่งโดยเฉพาะพอนึกภาพว่าคราวหน้าต้องไปเจอเย่ชิวหน้าใสหล่อเหลาอีก เขาก็ยิ่งขัดใจเข้าไปใหญ่
“ก็ล้วนมาจากโลกมนุษย์เหมือนกัน ทำไมเย่ฉางเซิงถึงได้ทั้งหล่อทั้งร่างกายครบถ้วน จะกอดซ้ายเกี่ยวขวาหญิงงามกี่คนก็ได้ แล้วผมแค่ดูผู้หญิงยังทำอะไรไม่ได้สักอย่าง แบบนี้มันยุติธรรมที่ไหนกัน!”
“เกือบหลงกลมันแล้ว...” เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าหลวงโป๋ซา “จริงสินะ แก่พรรษาย่อมเจ้าเล่ห์กว่าวัยรุ่น”
ถ้าไม่ใช่ว่าเขากลืนกินมันจนเกลี้ยง คงไม่มีทางมองเห็นกับดักนี้ได้เลย หากด่วนฝึกคัมภีร์เล่มนี้โดยไม่รู้เท่าทัน ล่ะก็ ถึงเวลาสำคัญต้องระเบิดร่างตายสถานเดียวแน่
ที่ท้ายสุดของเคล็ดวิชามั่วซั่วเล่มนี้ หลวงโป๋ซากลับพบของบางอย่างอีกชิ้น
“อือ? แผนที่?”
หลวงโป๋ซาสังเกตเห็น ว่าข้าง ๆ แผนที่ยังมีตัวหนังสือเขียนกำกับไว้อีกสองสามบรรทัด
พออ่านจบ หน้าเขาก็แดงด้วยความตื่นเต้น
เพราะแผนที่ผืนนี้ ระบุตำแหน่งที่คัมภีร์โบราณสุญญากาศฉบับจริงซ่อนอยู่
ตามคำบรรยายนั้น เมื่อหลายปีก่อน เคยมียอดฝีมือจักรพรรดิผู้หนึ่งปรากฏขึ้นในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร มนุษย์ทั้งหลายขนานนามเขาว่าจักรพรรดิสุญญากาศ
คัมภีร์โบราณสุญญากาศก็คือมรดกวิชาตลอดชีวิตของจักรพรรดิสุญญากาศผู้นั้น!
วิญญาณที่เหลือของจักรพรรดิหยินหยางถึงไม่ยอมบอกหลวงโป๋ซา ก็เพราะคิดจะหาโอกาสไปตามหาคัมภีร์เล่มนี้ด้วยตัวเอง
น่าเสียดายที่ยังไม่ทันได้ออกตามหา ก็โดนลูกกตัญญูอย่างหลวงโป๋ซากลืนกินเสียก่อน
“ภูเขาเป่ยมาง!”
ดวงตาหลวงโป๋ซาวาบขึ้นเล็กน้อย
จุดหมายสุดท้ายบนแผนที่ อยู่ที่ภูเขาเป่ยมางในจงโจว
“ภูเขาเป่ยมางอยู่ในจงโจว ตอนนี้จงโจวเป็นอาณาเขตของเย่ฉางเซิง ผมไปนั่นจะไม่กลายเป็นเดินเข้ากรงเองหรือไง?”
หลวงโป๋ซาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เห็นว่าความเป็นไปได้นั้นต่ำเตี้ยมาก
“จงโจวมันกว้างขนาดนั้น แถมภูเขาเป่ยมางก็กันดารขนาดนี้ ไม่น่าจะสะดุดตาเย่ฉางเซิงหรอก”
“ผมไปภูเขาเป่ยมางก่อน เอาคัมภีร์โบราณสุญญากาศมาให้ได้ แล้วค่อยไปเก็บดอกเบี้ยจากเผ่าปีศาจ”
พอคิดถึงครั้งก่อนที่เผ่าปีศาจ ตนถูกจอมมารหนุ่มทรมานจนตายเป็นตายทั้งเป็น หลวงโป๋ซาก็แค้นจนฟันคันยิบ ๆ
เมื่อวางแผนเรียบร้อยแล้ว หลวงโป๋ซาก็ไม่รั้งรอ เงยหน้าผายอกเดินออกจากถ้ำภูเขาไป

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ไม่อัพต่อแล้วหรอครับ...
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...