เข้าสู่ระบบผ่าน

วิสารทแพทย์เทวัญ นิยาย บท 3171

“ตูม——”

เปลวไฟสีเขียวอมฟ้าพุ่งทะลักจากร่างของเย่ชิว แผ่ขยายออกไปอย่างรุนแรงในพริบตาเดียว

เปลวไฟนั้นเหมือนมีชีวิต ต่อให้น้ำสาดใส่ก็ไม่ดับ ไม่นานทั่วบริเวณก็กลายเป็นทะเลเพลิงสีเขียวอมฟ้า

“เปลวไฟวิเศษระดับจักรพรรดิ!”

ในดวงตาของจางเหมยเจินเหรินฉายแววตื่นเต้น เขาชี้ไปยังเหล่าสัตว์กลืนวิญญาณ พลางตะโกนลั่นว่า “ท่านเต๋าอยู่นี่เว้ย มีน้ำยาก็มาลองเผาท่านเต๋าดูหน่อยสิ!”

พวกสัตว์กลืนวิญญาณเองก็เหมือนจะสัมผัสได้ถึงภัยอันตราย รีบถอยกรูดกลับไปอย่างลนลาน

แต่ว่าเย่ชิวจะยอมให้พวกมันหนีไปง่าย ๆ ได้อย่างไร?

“เผา!” เย่ชิว ตะโกนเสียงเย็น เปลวไฟสีเขียวอมฟ้าก็ปะทุสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง กวาดล้างออกไปไกลนับหมื่นลี้ในชั่วพริบตา

พวกสัตว์กลืนวิญญาณยังหนีไปไม่พ้น ก็ถูกเปลวไฟกลืนหาย ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนลั่นราวกับจะขาดใจ ร่างยักษ์ใหญ่ละลายยวบลงราวกับขี้ผึ้งเจอไฟ

หมอกดำก็ถูกเปลวไฟแผดเผา เกิดเสียง “ชี่ชี่” ดังไม่ขาดหู ราวกับสิ่งที่จับต้องได้ถูกจุดติดไฟเข้าอย่างนั้น

“อ๊าว์—”

สัตว์กลืนวิญญาณนับไม่ถ้วนกลิ้งเกลือกดิ้นทุรนทุรายในทะเลเพลิง ดวงตากว่าร้อยคู่ระเบิดแตกทีละคู่ หนวดสัมผัสถูกเผาขาดทีละท่อน ๆ

“ไม่เสียแรงที่เป็นเปลวไฟวิเศษระดับจักรพรรดิ แม่งโคตรสุดยอดจริง ๆ” จางเหมยเจินเหรินอุทานอย่างทึ่ง

ดวงตาของเย่ชิวเป็นประกายดั่งสายฟ้า ควบคุมเปลวไฟให้แผ่ขยายออกไปโดยรอบ

ไม่นาน เหล่าสัตว์กลืนวิญญาณก็ตายเกลี้ยงในทะเลเพลิง กลายเป็นเพียงเถ้าถ่าน

ทุกที่ที่เกลียวคลื่นเปลวไฟสีเขียวอมฟ้าพัดผ่าน หมอกดำราวกับเจอของแสลง แตกกระเจิงถอยหนีอย่างไร้ทิศทาง สุดท้ายกำแพงหมอกหนาทึบก็ถูกฝ่าเผาเป็นโพรงขนาดมหึมา เส้นผ่านศูนย์กลางร้อยจั้ง ทะลุเป็นรูโบ๋เห็นอีกฝั่งหนึ่งลาง ๆ มีแสงอรุณสลัว ๆ ส่องลอดมา

“ไป!”

เย่ชิวเก็บเปลวไฟกลับเข้าสู่ร่าง แล้วควบคุมเรือวิญญาณพุ่งตรงไปยังช่องว่างนั้น

ขณะที่เรือวิญญาณทะลุผ่านโพรงออกมาได้พอดี ขอบฟ้าทางทิศตะวันออกก็มีดวงอาทิตย์สีแดงกลมโตโผล่พ้นขึ้นมา

แสงอาทิตย์สีทองสาดกระจายลงมา ราดทับผิวน้ำทะเลให้กลายเป็นประกายระยิบระยับ ลมอ่อน ๆ พัดผ่าน หอบกลิ่นเค็มคาวเฉพาะตัวของทะเลติดมาด้วย แต่กลับทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด

“ในที่สุดก็ออกมาได้สักที”

จางเหมยเจินเหรินผ่อนลมหายใจยาว ทิ้งตัวนั่งแผละลงตรงหัวเรือ พลางพูดว่า “ไอ้เจ้ากระต่ายน้อย ยังดีที่เจ้ามีเปลวไฟวิเศษระดับจักรพรรดิ ไม่อย่างนั้นจะหนีออกมาจากวงล้อมสัตว์กลืนวิญญาณมากขนาดนั้นได้ มีหวังต้องลำบากไม่น้อย”

เย่ชิวหันกลับไปมอง ก็เห็นว่าช่องว่างบนผืนหมอกดำค่อย ๆ สมานตัวเข้าหากัน ไม่นานก็กลับคืนสู่สภาพเดิม เหมือนเมื่อครู่ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

“ไอ้เจ้ากระต่ายน้อย เจ้ายังมีเปลวไฟวิเศษระดับจักรพรรดิอีกไหม แบ่งมาให้ท่านเต๋าดอกหนึ่งสิ!” จางเหมยเจินเหรินเอ่ยอย่างหน้าหนาหนังหนา

เย่ชิวกลอกตาใส่ “คิดว่าเปลวไฟวิเศษระดับจักรพรรดิเป็นผักกาดขาวหรือไง?”

จางเหมยเจินเหรินย่นปากนิดหน่อย แล้วพูดต่อว่า “เป้าหมายต่อไปคงเป็นเกาะเผาฟ้าแล้วสินะ?”

“อืม” เย่ชิวตอบ “เกาะเผาฟ้าเป็นอาณาเขตของจินอู่อี้จู๋ เหล่าโต้วซี คราวนี้เราต้องตั้งใจให้เต็มร้อยยี่สิบเปอร์เซ็นต์ เตรียมเปิดศึกใหญ่ให้สะใจ”

จางเหมยเจินเหรินเริ่มออกอาการตื่นเต้น ถามว่า “ไอ้เจ้ากระต่ายน้อย เจ้าคิดจะเชือดวิหคทองคำสักกี่ตัวกันล่ะ?”

“กี่ตัว? ล้อเล่นหรือไง?” เย่ชิวพูด “ข้าจะทำลายล้างจินอู่อี้จู๋ให้สิ้นซาก แก้แค้นแทนบรรพชนแห่งสำนักกระบี่ชิงหยุน”

เพียงคำพูดสั้น ๆ แต่แผ่ซ่านด้วยความองอาจเกรียงไกรไร้ที่สิ้นสุด

“ดี!” จางเหมยเจินเหรินหัวเราะ “พอถึงเกาะเผาฟ้าแล้ว ท่านเต๋าจะสำแดงอำนาจเทพให้เต็มที่ เห็นหัวเดียวฆ่าหัวเดียว เห็นสองหัวฆ่าสองหัว”

เย่ชิวหยิบแผนที่ออกมากางกวาดตามองครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ที่นี่ห่างจากเกาะเผาฟ้ายังอีกไกล เราพักเอาแรงสักหน่อย เติมพลังให้เต็มที่ก่อนดีกว่า”

พูดจบ เขาก็เรียกดาบขี่สายลมออกมาอีกครั้ง

ต่อจากนั้น เย่ชิวกับจางเหมยเจินเหรินก็นั่งขัดสมาธิอยู่บนสันดาบอันกว้างขวาง กักเก็บพลัง ปล่อยให้ร่างกายและจิตใจได้พักเต็มที่ รอเพียงไปถึงเกาะเผาฟ้าแล้วจึงค่อยกราดฆ่าทั่วทั้งเกาะ

เวลาค่อย ๆ ล่วงเลยไปอย่างเงียบงัน

หนึ่งชั่วยามผ่านไป

เย่ชิวลืมตาขึ้น สายตาเขามองไปยังที่ห่างไกล เห็นบนเส้นขอบฟ้าเหนือผิวน้ำทะเลที่ต้องแสงอรุณ มีเงาร่างของเกาะแห่งหนึ่งปรากฏเลือนราง

“ใกล้ถึงแล้ว” เย่ชิวพูด

เห็นเพียงเรือนตำหนักหลังหนึ่งที่โอ่อ่าตระการตาถูกระเบิดจนพังทลายลงทั้งหลัง กลุ่มควันฝุ่นพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ถัดมาไม่นาน เสียงตะคอกที่บ้าบิ่นและกดดันจนแทบหายใจไม่ออกก็ดังก้องราวกับสายฟ้าฟาด

“ไอ้ตระกูลหนิง เอาไม้ศักดิ์สิทธิ์ออกมา ข้าจะเว้นชีวิตให้เจ้า มิฉะนั้น ตัวข้าผู้นี้ในนามไท่จื่อจะให้เจ้าตายจนไร้แม้ที่ฝังศพ!”

เสียงนั้นซัดสาดเป็นคลื่น กระหน่ำสะเทือนฟ้าดิน

“มีเรื่องแล้ว!” เย่ชิวกับจางเหมยเจินเหรินสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนจะเร่งความเร็ว พุ่งตรงไปยังเกาะ

ไม่นานนัก ทั้งสองก็เห็นสภาพบนเกาะได้ชัดเจน

ด้านหน้าคฤหาสน์ที่เพิ่งพังทลายลง มีเด็กหนุ่มวัยสิบสี่สิบห้าปี รูปร่างกำยำแข็งแรงคุกเข่าอยู่

มุมปากของเด็กหนุ่มมีเลือดซึมออกมา มือกำดาบยาวแน่น ใบดาบแตกร้าวไปทั้งเล่ม

ห่างจากตัวเด็กหนุ่มออกไปราวร้อยเมตร มีผู้ฝึกบำเพ็ญสวมชุดเกราะสีทองยืนเรียงรายอยู่กว่าสิบคน คุ้มกันเรือรบลำหนึ่งไว้ จิตสังหารพลุ่งพล่านพวยพุ่ง

อีกด้านหนึ่งยังมีผู้คนอีกกลุ่ม ทั้งคนแก่คนหนุ่มปะปนกันไป สีหน้าทั้งหวาดกลัวทั้งตกใจ สั่นงันอยู่กับที่ ดูจากสภาพแล้วน่าจะเป็นชาวบ้านบนเกาะแห่งนี้

เย่ชิวกวาดตามองเหล่าผู้ฝึกบำเพ็ญเกราะทองพวกนั้นแวบเดียวก็พบว่า ไอ้พวกนี้ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นวิหคทองคำที่แปลงร่างเป็นร่างมนุษย์

บางตนมีเท้าเดียว บางตนมีสองเท้า…

ที่อ่อนแอที่สุดก็ยังมีพลังบำเพ็ญเพียรอยู่ที่จุดสูงสุดของระดับทะลวงเทพ

“พวกที่ใส่ชุดเกราะนั่น พลังชีวิตบนตัวพวกมันแปลกชอบกล” จางเหมยเจินเหรินก็จับพิรุธได้เหมือนกัน เขา ส่งเสียงลับ มาหาเย่ชิว

เย่ชิวเอ่ยว่า “พวกมันคือวิหคทองคำ”

“โอ๋?” จางเหมยเจินเหรินยิ้มมุมปาก “ไม่คิดเลยว่าเราจะหลงทางมาแล้วดันเจอเข้าพอดี ไอ้เจ้ากระต่ายน้อย แบบนี้จะไม่ลงมือเชือดพวกวิหคทองคำสักหน่อยหรือไง?”

เย่ชิวพูดว่า “ไม่ต้องรีบ ดูสถานการณ์ก่อน”

ขณะนั้นเอง ชายหนุ่มสวมฉลองพระองค์ลายงูหลามสีทองคนหนึ่งก็เหยียบก้าวออกมาจากเรือรบ

รูปโฉมเขาหล่อเหลา คิ้วกลางหน้าผากมีลายเปลวไฟสีทองหนึ่งขีดปรากฏขึ้น รอบกายเปล่ง แรงกดดันแห่งเซียน อันน่าสะพรึงกลัวออกมาไม่ขาดสาย

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ