“ถึงสำนักกระบี่ชิงหยุนแล้ว!”
พอจางเหมยเจินเหรินได้ยินคำของเย่ชิว ก็รีบลนลานจัดชุดเต๋าให้เรียบร้อย ยังอุตส่าห์ยกมือขึ้นลูบสองคิ้วขาวอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองให้เข้าที่อีกที
เย่ชิวเก็บดาบขี่สายลม แล้วทั้งสองก็กลายเป็นลำแสงพุ่งลงมาจากฟ้า ลงแตะลานหินสีเขียวหน้าวิหารใหญ่สำนักกระบี่ชิงหยุนอย่างมั่นคง
“ใครกัน!” ศิษย์สำนักกระบี่ชิงหยุนแปดคนชักดาบออกมาพร้อมกันในพริบตา
“เป็นผม” เย่ชิวเอ่ยเสียงเรียบ
“ค…คุณชายเย่!” ศิษย์ที่ยืนหัวแถวจำเย่ชิวได้ รีบเก็บดาบแล้วค้อมกายทำความเคารพ เสียงตื่นเต้นจนสั่น “คุณชายเย่โปรดรอสักครู่ ข้าจะรีบไปกราบเรียนทันที…”
วาจายังไม่ทันจบ ประตูวิหารใหญ่ก็เปิดผางออก
จื่อหยางเทียนจุนในชุดคลุมสีม่วงก้าวนำออกมา ด้านหลังตามมาด้วยเงางามสองร่าง—เซียนไป๋ฮวาและหยุนซี
เซียนไป๋ฮวาสวมกระโปรงยาวสีขาว ใบหน้าและท่าทางเย็นเยือกดุจน้ำค้างแข็ง ส่วนหยุนซีสวมกระโปรงยาวสีเขียวเข้ม สูงศักดิ์และสง่างามสุดจะพรรณนา
ทันทีที่ทั้งสองเห็นเย่ชิว ในดวงตาก็พลันฉายแสงเจิดจ้าออกมาพร้อมกัน
“ชางเซิง!”
“สามี!”
สองสาวร้องออกมาด้วยความดีใจ แล้วโผเข้ากอดเย่ชิวคนละข้าง ซ้ายขวา
กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเรือนผมของเซียนไป๋ฮวาคลอเคลียกับกลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์ของหยุนซี ทำให้เย่ชิวรู้สึกราวกับกำลังอยู่ในความฝัน
จางเหมยเจินเหรินยืนอยู่ด้านข้าง พึมพำทั้งหน้าตาเต็มไปด้วยความอิจฉา “ทำไมหลวงเต๋าอย่างข้าถึงไม่มีวาสนาแบบนี้บ้างนะ…”
“ก็เพราะเจ้าเป็นนักพรตเต๋าน่ะสิ” จื่อหยางเทียนจุนแกล้งเย้า “ถึงเจ้าไม่ใช่นักพรต ก็คงไม่มีวาสนาแบบชางเซิงอยู่ดี อย่างน้อยหน้าตาเจ้าก็สู้เขาไม่ได้หรอก”
จางเหมยเจินเหรินหัวเราะหึ ๆ แล้วรีบก้าวขึ้นไปทำความเคารพจื่อหยางเทียนจุน “คารวะท่านผู้อาวุโส!”
เย่ชิวลูบแผ่วเบาที่แผ่นหลังก่อนของหญิงสาวทั้งสอง แล้วจึงผละออกมาก้าวไปข้างหน้าทำความเคารพจื่อหยางเทียนจุนอย่างจริงจัง “คารวะซือจู่!”
“ไม่ต้องมากพิธี” จื่อหยางเทียนจุนเอ่ย สายตาคมวาบดุจสายฟ้ากวาดมองทั่วร่างเย่ชิว ก่อนจะยิ้มออกมา “ดี! ดี! แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ชางเซิง เจ้ากลับก้าวหน้าไปมากถึงเพียงนี้ ดูท่าคงอีกไม่นาน เจ้าคงจะแซงตาเฒ่าอย่างข้าแล้ว”
“ซือจู่ยกยอเกินไป หากไม่ใช่ซือจู่เมตตาฝึกสอน ผมคงไม่มีวันนี้” เย่ชิวตอบอย่างถ่อมตน
หยุนซีคล้องแขนเย่ชิว ดวงตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “ตอนนี้เจ้าชื่อกระฉ่อนไปทั่วทั้งโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร แถมยังได้โชคชะตาแห่งหมิงมาอีก…”
“แค่ก ๆ!” เซียนไป๋ฮวาไอเบา ๆ ขัดขึ้นมา หยุนซีเข้าใจในทันที เปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว “ว่าแต่ว่า พวกท่านไม่ใช่กำลังปิดด่านฝึกตนอยู่หรือ ออกมากันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
เย่ชิวยังไม่ทันได้ตอบ จางเหมยเจินเหรินก็พูดขึ้นข้าง ๆ เสียก่อน “เพิ่งออกจากการปิดด่านนี่เอง เจ้าเด็กตัวแสบคนนี้ก็ร้อนใจจะมาหาพวกเจ้าเสียจนรอไม่ไหว”
ได้ยินเช่นนั้น หยุนซีและเซียนไป๋ฮวาในใจก็หวานราวกับได้กินน้ำผึ้ง มีความสุขจนยิ้มไม่หุบ
“ซือจู่ ท่านพ่อของผมออกจากการปิดด่านหรือยัง?” เย่ชิวถาม
จื่อหยางเทียนจุนส่ายหน้าเล็กน้อย “อู๋ซวงกับหยุนซานยังปิดด่านฝึกตนอยู่”
แววตาเย่ชิวแฝงด้วยความผิดหวังอยู่ริบหรี่ จากนั้นก็หยิบกล่องไม้โบราณกล่องหนึ่งออกมาจากถุงกิ่นคุน ส่งให้จื่อหยางเทียนจุน “ซือจู่ นี่คือของที่ท่านอาจารย์ฝากให้ผมนำมามอบให้ท่าน”
“โอ้?” จื่อหยางเทียนจุนมีท่าทีแปลกใจเล็กน้อย “เจ้าไปพบท่านอาจารย์เมื่อไหร่?”
เย่ชิวตอบว่า “ก่อนปิดด่าน ผมแวะไปที่สำนักศึกษาจี้เซี่ยมาครั้งหนึ่ง”
“ท่านอาจารย์เป็นอย่างไรบ้าง?” จื่อหยางเทียนจุนถาม
เย่ชิวตอบ “ท่านยังแข็งแรงดี”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว” จื่อหยางเทียนจุนรับกล่องไม้มา เปิดออกดู ก็เห็นว่ามีผลไม้สีแดงสี่ลูกนอนอยู่ภายใน
เขาแอบกวาดตามองทุกคนที่อยู่ตรงหน้าทีละคน สุดท้ายสายตาก็หยุดนิ่งอยู่บนร่างของเซียนไป๋ฮวาอยู่ครู่หนึ่ง
เขาคิดในใจว่า ขอให้ตัวเองคิดมากไปเองก็แล้วกัน
เย่ชิวสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป ในขณะนั้นเอง จื่อหยางเทียนจุนก็ถามว่า “ชางเซิง เจ้าคิดจะไปทะเลตะวันออกหรือ?”
ตั้งแต่ครั้งก่อนที่กลับมาจากเผ่ามิ่ง เย่ชิวก็เคยบอกแล้วว่าจะไปทะเลตะวันออก เรื่องนี้จื่อหยางเทียนจุนรู้ดีอยู่ก่อนแล้ว
“อืม” เย่ชิวพูด “ผมตั้งใจจะพักที่สำนักกระบี่ชิงหยุนสักคืน พรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางไปทะเลตะวันออก”
“รีบขนาดนั้นเลยหรือ?” หยุนซีมีท่าทีเสียดาย ไม่อยากให้เขาไป
เย่ชิวกล่าว “ผมเคยให้สัญญากับท่านผู้อาวุโสท่านหนึ่งไว้ ว่าจะไปเยือนเผ่ามังกรแห่งทะเลตะวันออกสักครั้ง เรื่องนี้ผัดผ่อนไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว”
“งั้นพาเราไปด้วยได้ไหม ข้ากับพี่สาวไป๋ฮวาก็อยากไป” หยุนซีพูด ความจริงแล้วก็เพียงอยากอยู่เคียงข้างเย่ชิวเท่านั้น
“หยุนซี ชางเซิงไปทำธุระสำคัญ อย่าไปเกะกะเขาเลย” จื่อหยางเทียนจุนว่า “อีกอย่าง ตอนนี้พวกเจ้าสองคนดูแลสำนักกระบี่ชิงหยุนอยู่ จะทิ้งไปง่าย ๆ ได้อย่างไร”
ในดวงตาของหยุนซีปรากฏแววหม่นลงวูบหนึ่ง
เย่ชิวรีบเอ่ยปลอบ “ผมจะรีบจัดการเรื่องให้เสร็จ แล้วจะกลับมาที่นี่โดยเร็ว ตอนนั้นจะอยู่ที่สำนักกระบี่ชิงหยุนนานหน่อย”
ใบหน้าของหยุนซีถึงได้กลับมายิ้มแย้มอีกครั้ง “เจ้าพูดเองนะ ตอนนั้นต้องอยู่ที่นี่ให้นานหน่อยจริง ๆ ด้วยล่ะ”
“อืม” เย่ชิวพยักหน้า
จื่อหยางเทียนจุนออกคำสั่ง “หยุนซี ไป๋ฮวา พวกเจ้าไปเตรียมงานเลี้ยงเหล้าหน่อยเถอะ กว่าจะได้มารวมตัวกันทีหนึ่ง วันนี้เมาไม่เลิก”
“ได้เลย” หยุนซีฉุดมือเซียนไป๋ฮวาเดินจากไป ตอนจะไปก็ยังไม่ลืมหันมาส่งสายตาหยอกเย้าให้เย่ชิวอีกที
พอสองสาวจากไป สีหน้าของจื่อหยางเทียนจุนก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นทันที เอ่ยว่า “ชางเซิง เจ้าจะไปเผ่ามังกรแห่งทะเลตะวันออกจริง ๆ หรือ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...