“ฟึ่บ!”
จางเหมยเจินเหรินทะยานร่างขึ้นไป ปรากฏกายกลางสุญญากาศเหนือศีรษะ ผ้าชุดเต๋าผืนกว้างสะบัดกระพือดังพึ่บพั่บอยู่ในลม
เขาเหยียดตัวยืนเหนือฟ้า กวักนิ้วเรียกเย่ชิว สีหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจ “ไอ้เด็กเวร อย่ามัวอืดอาด รีบขึ้นมาให้จนข้าชี้แนะสองสามกระบวนท่าซะดี ๆ!”
หนิวต้าลี่ ngเงยหน้ามองจางเหมยเจินเหรินที่ยืนอยู่กลางสุญญากาศ อดเตือนออกมาไม่ได้ “อาจารย์ ท่านเต๋าจางปิดด่านฝึกตนคราวนี้ได้อะไรมาไม่น้อยนะครับ เวทย์เต๋าที่เขาเพิ่งเรียนรู้ พวกผมยังอ่านทางไม่ออกเลย ท่านต้องระวังให้มาก”
เย่ชิวเพียงยิ้มบาง “ไม่เป็นไร”
“ไอ้เด็กเวร เร็วเข้า!” จางเหมยเจินเหรินเห็นเย่ชิวไม่ขยับเสียที ก็ยิ่งได้ใจเร่งเร้า “ถ้ากลัวก็พูดมาตรง ๆ เถอะ ข้าจะไม่หัวเราะเยาะเจ้าหรอก”
เย่ชิวยิ้มเบา ๆ ก่อนก้าวเหยียบอากาศขึ้นไปในฟ้า ไม่นานก็ยืนเผชิญหน้ากับจางเหมยเจินเหริน
“ไอ้แก่นี่ ลงมือมาเลย”
เย่ชิวมือไพล่หลัง เสื้อคลุมขาวพลิ้วไหว น้ำเสียงราบเรียบ
“ข้าอายุมากกว่าเจ้า จะให้ข้าลงมือก่อนได้ยังไงล่ะ แบบนั้นมันเอาเปรียบเด็กชัด ๆ ไอ้เด็กเวร เจ้าลงมือก่อนเถอะ”
ปากว่าอย่างนั้น แต่ในใจจางเหมยเจินเหรินกลับแอบหมุนพลังชี่เตรียมพร้อมรับการโจมตีของเย่ชิวทุกเมื่อ
เย่ชิวว่า “แบบนี้มันจะดีเหรอ?”
“ไม่เห็นจะมีอะไรไม่ดี” จางเหมยเจินเหรินทำท่าทางผู้เฒ่าผู้รู้ “ลงมือมาได้เต็มที่ ข้าไม่ทำเจ้าเจ็บหรอก”
“งั้น…ก็ได้” เสียงเย่ชิวเพิ่งเอ่ยจบไม่ทันขาดคำ ร่างก็พร่าเลือนไปในพริบตา
จางเหมยเจินเหรินแค่รู้สึกว่าตาพร่า ยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นหน้าอกก็เหมือนถูกภูเขาลูกหนึ่งพุ่งชน ร่างทั้งร่างเสียการควบคุมร่วงลงไปเป็นเส้นโค้งยาวกลางอากาศ ก่อนจะพุ่งกระแทกยอดเขาลูกหนึ่งบนพื้นดินเข้าอย่างจัง
“ตูม!”
ก้อนหินแตกกระจาย ควันฝุ่นฟุ้งตลบ
หนิวต้าลี่กับม่อเทียนจีตาค้างมองภาพตรงหน้า นานพักใหญ่ถึงพูดอะไรไม่ออก
ครู่หนึ่งให้หลัง
จางเหมยเจินเหรินทะยานออกมาจากกองหินแตกยับในสภาพหัวปูกผมเปรอะ ฝุ่นเขรอะไปทั้งตัว ชุดเต๋าขาดวิ่น ใบหน้าเหี่ยวย่นแดงก่ำด้วยความอับอาย
เขากลับขึ้นสู่สุญญากาศด้วยโทสะลุกโชน ชี้หน้าเย่ชิว กำลังจะเปิดปากซักถาม ก็ถูกเย่ชิวแย่งพูดเสียก่อน
“ไอ้แก่นี่ ขอบคุณที่ออมมือให้เมื่อกี้”
เย่ชิวพูดด้วยสีหน้าซาบซึ้งจริงใจ
พอจางเหมยเจินเหรินได้ยินแทบจะระเบิดคาที่
เมื่อครู่เขาไม่ได้ออมมือเลยสักนิด แถมยังไม่มีเวลาจะได้ตอบโต้ด้วยซ้ำก็ถูกซัดปลิวแล้ว
คำพูดประโยคนี้หล่นเข้าหู เขารู้สึกว่ามันเจ็บแสบยิ่งกว่าด่าโต้ง ๆ เสียอีก
“เมื่อกี้ไม่เอา!” จางเหมยเจินเหรินคำราม “ข้ายังไม่ทันตั้งตัว เจ้ามันเล่นทีเผลอ แบบนั้นจะนับได้ยังไง เอาใหม่!”
เย่ชิวได้แต่ยกมือแบ “ไม่จำเป็นมั้ง”
“ไม่ได้! ต้องเอาใหม่!” จางเหมยเจินเหรินไม่ยอมลดละ แววตาเต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้
เขาอุตส่าห์ฝึกจนทะลุถึงขอบเขตจอมราชันเซียนขั้นสูงสุด ตั้งใจจะเชิดหน้าชูตาต่อหน้าเย่ชิวสักหน่อย ที่ไหนได้เพิ่งออกกระบวนท่าแรกก็โดนซัดเละไม่เป็นท่า แบบนี้จะให้ยอมรับได้ยังไงกัน
เย่ชิวมองท่าทางดื้อดึงของเขาแล้วได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ “ก็ได้ งั้นจะเล่นด้วยอีกสองสามกระบวนท่า”
คราวนี้จางเหมยเจินเหรินฉลาดขึ้นแล้ว
เขาไม่ทำหยิ่งอีกต่อไป แต่เป็นฝ่ายลงมือก่อน มือทั้งสองร่ายอาคมฉับไว ปากก็ร่ายคาถาไม่หยุด
“ฟ้าดินไร้ขอบเขต ยืมพลังฟ้าดิน สายฟ้าเทพเก้าชั้นฟ้า จงฟังคำสั่งของข้า!”
สิ้นคำจางเหมยเจินเหริน เสียงครืนก็ดังก้อง เดิมทีท้องฟ้าแจ่มใสกลับมีเมฆดำบดบังแน่นทึบ สายฟ้าฟาดสีม่วงเส้นใหญ่เท่าถังน้ำผ่าลงมาจากก้อนเมฆทีละสาย
ทุกสายล้วนล็อกเป้าไปที่เย่ชิวอย่างแม่นยำ ที่ใดผ่านพาด เหมือนแม้แต่สุญญากาศยังถูกจุดไฟทำลาย ลักษณะน่าหวาดหวั่นอย่างยิ่ง
จางเหมยเจินเหรินยืนเบลอไปทั้งตัว
เวทย์เต๋าทรงพลังที่เขาฝึกฝนอย่างยากลำบากอยู่สิบปี ครั้นมาอยู่ต่อหน้าเย่ชิวกลับกลายเป็นของเล่นเด็ก แม้แต่ชายเสื้อยังแตะไม่โดน แม่งโคตรพิลึก
“ไอ้แก่นี่ ยังมีไม้ตายอะไรอีกก็งัดออกมาให้หมด” เย่ชิวยืนนิ่งที่เดิม มองเขาพลางยิ้มบาง
สีหน้าจางเหมยเจินเหรินซีดสลับเขียวไปมา ก่อนจะควักยันต์เวทแผ่นหนึ่งที่เหลืองเก่าจากอกเสื้อออกมาด้วยความแค้นใจ “ไอ้เด็กเวร ให้เจ้าลิ้มรสไม้ตายในลิ้นชักสุดท้ายของข้าหน่อยแล้วกัน”
“เอาเลย” เย่ชิวหัวเราะ ไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย
จางเหมยเจินเหรินขว้างยันต์เวทขึ้นไปบนฟ้า มือร่ายอิริยาบถ ปากร่ายคาถาเป็นระวิง “ฟ้าดินเหลืองหม่น สากลจักรวาลยุคแรกเริ่ม สังหารเซียนทำลายล้างเทพ จงเร่งดั่งบัญญัติ!”
ฮวบ!
ยันต์เวทลุกไหม้กลางอากาศในทันที กลิ่นอายพลังทำลายล้างฟ้าดินปะทุออกมาอย่างฉับพลัน ท้องฟ้าทั้งผืนกลายเป็นสีแดงฉาน ราววันสิ้นโลกมาถึง
“กระบวนท่านี้ยังพอใช้ได้” เย่ชิวถึงกับเก็บสีหน้าเล่น ๆ ลง เงยยกมือขวาขึ้นสะบัดเบา ๆ ทีหนึ่ง
ชั่วพริบตา คลื่นพลังที่มองไม่เห็นแผ่ออกไป พลังน่าสะพรึงที่กำลังรวมตัวก็หยุดนิ่งทันที จากนั้นก็เหมือนถูกมือใหญ่มองไม่เห็นปาดลบหายไป เพียงพริบตาก็สูญสลายไปจนไม่เหลือเงา
ท้องฟ้ากลับมาสดใสไร้เมฆอีกครั้ง ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา
“เชี่ยแม่ง!” จางเหมยเจินเหรินยืนเหม่อเป็นไก่ตาแตก อยู่ตั้งนานก็พูดไม่ออก
การโจมตีทั้งหมดของเขา ไม่ว่าเวทย์เต๋าจะทรงพลังเพียงใด พออยู่ต่อหน้าเย่ชิวกลับเหมือนเล่นขายของ มันเกินกว่าขอบเขตความเข้าใจของเขาไปแล้วโดยสิ้นเชิง
เย่ชิวถามพลางยิ้ม “ไอ้แก่นี่ ยังจะเล่นต่อไหม?”
จางเหมยเจินเหรินทรุดไหล่ลงเล็กน้อย ส่ายหัวอย่างหมดแรง แล้วฝืนยิ้มขม ๆ “ไอ้เด็กเวร บอกข้ามาตามตรงเถอะ ตอนนี้เจ้าถึงระดับพลังไหนกันแน่?”
เย่ชิวไม่ตอบตรง ๆ หากแต่กล่าวอย่างมีนัย “บางที ที่มองว่าดูไม่ก้าวหน้า กลับเป็นความก้าวหน้าที่มากที่สุดก็ได้”
จางเหมยเจินเหรินทำท่าคิดตาม สายตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย จู่ ๆ ก็เหมือนนึกอะไรออก สีหน้าถึงกับแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง “ไอ้เด็กเวร อย่าบอกนะว่าเจ้า…”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...