จางเหมยเจินเหรินชะงักหยุดการโจมตี หันมามองเย่ชิวอย่างงุนงง ก่อนเอ่ยว่า “ไอ้ลูกสวะ แบบนี้ยังจะเก็บไว้ทำไมให้เปลืองลมหายใจ?”
เย่ชิวก้าวไปหยุดตรงหน้าเต้าซือหนุ่ม ถามเสียงเรียบ “เมื่อกี้เจ้าพูดว่า พี่ชายของเจ้าเป็นผู้นำศาสนาจื่อเวยเจี้ยว พี่แท้ ๆ ใช่ไหม?”
เต้าซือหนุ่มกัดฟันตอบ “ใช่! พี่แท้ ๆ ของข้าเป็นผู้นำศาสนาจื่อเวยเจี้ยว ถ้าพวกเจ้ากล้าฆ่าข้า จื่อเวยเจี้ยวไม่มีวันปล่อยพวกเจ้าไว้!”
เดิมทีเย่ชิวคิดจะไถ่ถามเรื่องจื่อเวยเจี้ยวสักหน่อย ใครจะคิดว่าไอ้นี่กลับกล้าพูดจาข่มขู่เขาเสียอย่างนั้น
คนที่รู้จักเย่ชิวดีล้วนรู้ว่า เขาใจอ่อนกับคนพูดดี แต่ไม่เคยยอมให้ใครมาข่ม เขาเกลียดที่สุดก็คนที่กล้าเอ่ยปากขู่ต่อหน้า แบบนั้นไม่ต่างอะไรกับหาที่ตายเอง
“จื่อเวยเจี้ยวแล้วไง? กล้ามาเล่นกับโชคชะตาแห่งหมิง ต่อให้เป็นเทียนหวังเหล่าจื่อเหาะลงมาจากฟ้า ข้าก็ฆ่าไม่เลี้ยงเหมือนกัน!” เย่ชิวหันสั่งจางเหมยเจินเหริน “จัดการมัน”
“ได้เลย!” จางเหมยเจินเหรินยิ้มแสยะ คว้าแผ่นอิฐลึกลับออกมาอย่างรวดเร็ว ฟาดลงไปเต็มแรงเล็งตรงกระบังหน้าผากของเต้าซือหนุ่ม
ทว่าพอแผ่นอิฐของจางเหมยเจินเหรินกำลังจะฟาดถึงกะโหลกเต้าซือหนุ่ม ในชั่วพริบตานั้นเอง ระหว่างหว่างคิ้วของเต้าซือหนุ่มก็ระเบิดพลังน่าหวาดกลัวสายหนึ่งออกมา รุนแรงราวภูเขาถล่มทะเลข้นซัดกระหน่ำออกไป
ตูม!
จางเหมยเจินเหรินไม่ทันตั้งตัว ถูกแรงนั้นกระแทกปลิวออกไปเป็นพันจั้ง ก่อนร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง เลือดสดพุ่งออกจากปากไม่หยุด
“เกิดอะไรขึ้น?”
ทุกคนอุทานลั่น
เพียงเห็นว่าตรงหว่างคิ้วของเต้าซือหนุ่ม ปรากฏแสงสีม่วงก้อนหนึ่งลอยฟ่องขึ้นมา จากนั้นแสงนั้นก็รวมตัวกลายเป็นเงาร่างสีม่วงมัวเลือนหนึ่ง
แม้มองไม่ชัดว่าหน้าตาเป็นเช่นไร แต่ทั่วทั้งร่างกลับมีลมหายใจแห่งมหาเต๋าโอบล้อม ราวกับขุนเขามหึมาตั้งตระหง่านทับลงมา อึดอัดจนทุกคนแทบหายใจไม่ออก
“ผู้ใดบังอาจทำร้ายน้องข้า?”
เสียงเย็นเยียบดังออกมาจากปากเงาร่างสีม่วงนั้น แค่เสียงก็แฝงไว้ด้วยอำนาจกดข่มไร้ที่สิ้นสุด
จื่อหยางเทียนจุนดวงตาหรี่แคบ เอ่ยเสียงขรึม “นี่คือตราประทับของผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดิ!”
เย่ชิวกับคนอื่นต่างใจกระตุกวูบ
บัดนี้ถึงได้เข้าใจ ว่าทำไมเต้าซือหนุ่มถึงได้กร่างนักเดิมทีเบื้องหลังเขามีผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดิหนุนหลังอยู่หนึ่งองค์!
เต้าซือหนุ่มพอเห็นเงาร่างสีม่วงปรากฏขึ้น ก็ถึงกับคึกคักขึ้นมาทันที แผดเสียงเยาะเย้ย “เมื่อกี้พวกเจ้าจะฆ่าข้าไม่ใช่เหรอ? เอาสิ! ทำไมไม่ลงมือแล้วล่ะ?”
เขาชี้นิ้วไปที่จางเหมยเจินเหรินกับคนอื่น แล้วหันไปฟ้องเงาร่างสีม่วง “ท่านพี่ ก็พวกมันนี่แหละที่คิดจะฆ่าข้า!”
“ทั้ง ๆ ที่ข้าบอกฐานะตัวเองไปแล้ว พวกมันยังจะฆ่าข้าอีก ชัด ๆ ว่าไม่เห็นศาสนาจื่อเวยเจี้ยวเรามีค่าอยู่ในสายตาเลย”
“ท่านพี่ รีบช่วยข้าฆ่ามันทั้งหมดเลยเถอะ!”
“อ้อ ใช่ ๆ ผู้หญิงสองคนนั้นเว้นไว้ ข้าจะเอาไปทำสาวใช้!”
เงาร่างสีม่วงได้ยินก็ปรายตามองคนทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้า เอ่ยเสียงเย็น “กล้าลงมือน้องชายข้า รู้หรือไม่ว่าพวกเจ้าก่อกรรมอะไรไว้?”
เสี่ยวเตี๋ยขมวดคิ้วแน่น เอ่ยสวนทันที “ทำไมไม่ถามเราก่อน ว่าทำไมถึงอยากฆ่าน้องชายเจ้า?”
“ทำไม?” เงาร่างสีม่วงถามกลับ
เสี่ยวเตี๋ยตอบ “เขาไม่เห็นใครอยู่ในสายตา พูดจาหาเรื่องไม่หยุด แถมยังหมายจะช่วงชิงโชคชะตาแห่งหมิงอีก เจ้าว่าแบบนี้สมควรตายไหม?”
“งั้นหรือ?” เงาร่างสีม่วงว่า “นิสัยน้องชายข้าข้ารู้ดี เขาไม่ค่อยชายตามองอะไรนัก ของที่เขามองเห็นค่าได้ ย่อมเป็นบุญของฝ่ายนั้น โชคชะตาแห่งหมิงที่ถูกเขาเหลียวแล นั่นคือวาสนาของเผ่ามิ่ง ยังไม่รีบยกโชคชะตาแห่งหมิงให้เขาอีกหรือ?”
คำพูดนี้สิ้นสุด ทุกคนถึงกับตาค้าง พูดไม่ออก
ไม่มีใครคาดคิดว่าเงาร่างสีม่วงจะแสดงท่าทีแบบนี้ออกมา
นี่ไม่ใช่แค่เข้าข้างแล้ว แต่เป็นการไม่แยกถูกผิดอย่างไม่อายฟ้าดินเลยต่างหาก
จางเหมยเจินเหรินค่อย ๆ ยันตัวลุกจากพื้น ถุยน้ำลายปนเลือดออกมา “แหวะ...พูดอะไรต่ำ ๆ แบบนี้ก็ยังพูดออกมาได้ ไม่อายปากเลยหรือไง”
เงาร่างสีม่วงฮึดฮัด “แค่แมลงตัวจ้อย ยังกล้าต่อปากต่อคำกับเบื้องสูงอย่างข้า?”
สิ้นเสียง เขาก็สะบัดมือเบา ๆ แสงสีม่วงสายหนึ่งพุ่งตรงไปหาจางเหมยเจินเหรินทันที
“ระวัง!” เย่ชิวเอ่ยเตือนลั่น
สองสายพลังปะทะกันกลางฟ้า แสงสว่างจ้าจนแทบลืมตาไม่ขึ้น รอยฝ่ามือสีม่วงถูกมังกรแห่งความมืดฉีกกระชากจนแหลกสลายไปต่อหน้าต่อตา
เย่ชิวเห็นดังนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า “มังกรแห่งความมืด กลับมา”
มังกรแห่งความมืดรีบร่างแปรเปลี่ยนกลับมาเป็นชายชรา ก้าวมายืนด้านหลังเย่ชิวอย่างรวดเร็ว ก้มศีรษะลงเล็กน้อย มือข้างหนึ่งซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ ผิวหนังบริเวณโคนนิ้วโป้งฉีกจนเลือดซึม
“เป็นอย่างไรบ้าง?” เย่ชิวส่งเสียงลับถาม
มังกรแห่งความมืดตอบ “ฝ่ายตรงข้ามแข็งแกร่งมาก ถ้าตัวจริงของเขามาเอง ข้าคงไม่ใช่คู่มืออย่างแน่นอน”
ใจเย่ชิวสั่นไหว นั่นเท่ากับว่า เงาร่างสีม่วงเมื่อครู่นี้ เป็นตราประทับของผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดิที่ยืนอยู่ในระดับแนวหน้าจริง ๆ
แต่เขาไม่ได้หวาดหวั่น เพราะที่นี่คือถิ่นของเผ่ามิ่ง
เต้าซือหนุ่มเห็นมังกรแห่งความมืดถอยกลับมาก็ยิ่งได้ใจ ชี้ไปที่เย่ชิวและคนอื่น ตะโกนลั่น “พวกแมลงตัวจ้อย ยังไม่รีบยกโชคชะตาแห่งหมิงมาส่งให้ข้าอีก?”
“ถ้ายอมเชื่อฟังอย่างว่าง่าย ข้ายังพอให้พี่ข้าสงสารไว้ให้พวกเจ้าเหลือศพครบทั้งร่าง แต่ถ้าดื้อด้านละก็...จะทำให้วิญญาณแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี!”
จื่อหยางเทียนจุนขมวดคิ้วแน่น กำลังจะลงมือ แต่กลับถูกเย่ชิวยกมือห้ามไว้ก่อน
“ซือจู่ ให้ข้าจัดการเอง”
เย่ชิวก้าวออกไปหนึ่งก้าว แววตาเฉียบคมดั่งสายฟ้า กวาดมองเต้าซือหนุ่มกับเงาร่างสีม่วงทีเดียวทั่วหน้า น้ำเสียงเย็นชาแต่แฝงอำนาจเกินพรรณนา “ที่นี่คือถิ่นเผ่ามิ่ง ไม่มีใครมาทำกร่างได้ ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดิก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น!”
เต้าซือหนุ่มได้ยินก็เหมือนได้ฟังเรื่องตลกสุดขอบฟ้า “เจ้าหนุ่ม เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ถึงกล้าเหิมเกริมต่อหน้าพี่ข้า?”
“พี่ข้าคือผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดิ ต่อให้เป็นแค่ตราประทับหนึ่งเส้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะต้านได้!”
“ฉลาดหน่อยก็รีบคุกเข่าขอเมตตาเสียแต่โดยดี ไม่อย่างนั้น...”
เย่ชิวพ่นคำสั้น ๆ ออกมาเพียงคำเดียว “ตาย”
ตูมมม—!
ชั่วขณะถัดมา เงาร่างสีม่วงพลันแตกสลายหายไปในพริบตา กลายเป็นแสงสีม่วงนับไม่ถ้วนโปรยละออง ละลายหายไปในฟ้าดินอย่างไร้ร่องรอย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...