“ท่าน…ท่านคือเจ้าหญิง?” มังกรแห่งความมืดมองเสี่ยวเตี๋ยอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
เสี่ยวเตี๋ยยิ้มพยักหน้า พลางพูดว่า “ยังไงล่ะ แค่นี้ก็จำฉันไม่ได้แล้วเหรอ?”
มังกรแห่งความมืดทำหน้าตกตะลึง “เสียงนี่ใช่ของเจ้าหญิงจริง ๆ แต่รูปลักษณ์ของท่าน…”
มันยังจำได้ดี ตอนเสี่ยวเตี๋ยเข้าไปก่อนหน้านั้น หน้าซูบซีดผอมแห้ง คล้ายคนขาดสารอาหารมานาน
แต่ตอนนี้ เสี่ยวเตี๋ยถึงกับกลายเป็นคนสวยขนาดนี้ได้ยังไง?
หรือว่า นางได้ของวิเศษจากข้างในมา เลยทำให้รูปลักษณ์เปลี่ยนไปมากถึงเพียงนี้?
ในขณะที่มังกรแห่งความมืดยังงุนงง เย่ชิวก็พูดว่า “เสียแรงที่เจ้าเป็นผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดิ ดันดูไม่ออกหรือว่าเมื่อก่อนเสี่ยวเตี๋ยซ่อนโฉมอยู่?”
อะไรนะ ซ่อนโฉม?
มังกรแห่งความมืดรู้สึกตื่นตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อครู่นี้มันไม่ทันสังเกตอะไรเลยสักนิด
ที่จริงจะโทษมันก็ไม่ได้ ทั้งหมดเป็นเพราะกำไลหยกสีม่วงที่หมิงหวางทิ้งไว้ชิ้นนั้นวิเศษเกินไป
ได้สติแล้ว มังกรแห่งความมืดก็รีบโค้งคำนับเสี่ยวเตี๋ย พูดอย่างเคารพว่า “คารวะเจ้าหญิง”
คราวนี้มันฉลาดขึ้นแล้ว รู้ดีว่าโชคชะตาแห่งหมิงอยู่บนตัวเย่ชิว แค่ทำให้เขาไม่พอใจนิดเดียวก็อาจโดนฆ่าทิ้งได้ ดังนั้นจึงรีบวางท่าทีให้เรียบร้อย ไม่กล้าหยิ่งผยองแม้แต่น้อย
เย่ชิวเห็นท่าทางแบบนี้ของมังกรแห่งความมืด ก็พลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาระคนในใจ ถามว่า “เสี่ยวเตี๋ย อยากลองประลองกับมังกรแห่งความมืดดูไหม?”
“หา?” เสี่ยวเตี๋ยกับมังกรแห่งความมืดอุทานขึ้นพร้อมกัน
เสี่ยวเตี๋ยไม่คิดว่าเย่ชิวจะให้เธอมาประลองกับมังกรแห่งความมืด ไหนเลยในเมื่ออีกฝ่ายเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังระดับจวนจักรพรรดิ ตัวเองจะสู้ไหวได้ยังไง?
มังกรแห่งความมืดเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าเย่ชิวจะให้เจ้าหญิงมาประลองกับมัน ในเมื่อพลังของเจ้าหญิงยังอ่อนแอขนาดนั้น ถ้าพลั้งมือทำร้ายเจ้าหญิงขึ้นมาจะทำยังไง?
หรือว่าคุณชายเย่กำลังหาข้ออ้างจะทำลายล้างข้า?
คิดมาถึงตรงนี้ หัวใจของมังกรแห่งความมืดก็ยิ่งสั่นไม่เป็นส่ำ
เย่ชิวหันไปบอกเสี่ยวเตี๋ยว่า “ตอนนี้พลังบำเพ็ญเพียรของเธอเพิ่มขึ้น แถมยังเรียนวิชาดาบแล้ว สิ่งที่ขาดก็มีแค่ประสบการณ์ต่อสู้ มังกรแห่งความมืดเป็นคู่ซ้อมที่ดีมาก อยากลองดูไหม?”
“ฉะ…ฉันจะไหวเหรอ?” เสี่ยวเตี๋ยไม่ค่อยมั่นใจ
“ต้องเชื่อตัวเองสิ” เย่ชิวว่า ก่อนหันไปบอกมังกรแห่งความมืด “ประลองกับเสี่ยวเตี๋ยสักสองสามกระบวนท่า”
เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผากของมังกรแห่งความมืด มันรีบเอ่ยว่า “ท่ะ…ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ข้าน้อยไม่กล้า”
ล้อกันเล่นหรือไง ข้ายังอยากมีชีวิตอยู่อีกนานนะ
“เจ้าจะพร่ำอะไรนัก ทำตามที่ข้าบอก” เย่ชิวพูด “จำไว้ กดพลังลงมาแค่ขอบเขตจอมราชันเซียนขั้นสูงสุด แล้วลงมือเต็มกำลัง”
อะไรนะ ลงมือเต็มกำลัง?
นี่มันจะให้ข้าทำร้ายเจ้าหญิงชัด ๆ ไม่ใช่หรือ?
ถ้าข้าทำเจ้าหญิงบาดเจ็บ เจ้าจะปล่อยให้ข้ามีชีวิตอยู่ต่อได้ยังไง?
จบแล้ว ชีวิตข้าจบเห่แน่!
หัวใจของมังกรแห่งความมืดเย็นวูบลงไปถึงส้นเท้า อยู่ ๆ ร่างทั้งร่างก็สั่นเทิ้มราวกับตะแกรงร่อน
“สั่นอะไรนักหนา?” เย่ชิวทำหน้าสงสัย
“ขะ…ข้า…” มังกรแห่งความมืดไม่กล้าพูดว่ากลัวตาย ทันใดนั้นก็ปิ๊งความคิดหนึ่งขึ้นมา ในเมื่อเจ้าหญิงสนิทกับคุณชายเย่ขนาดนั้น ทำไมไม่ลองขอร้องเจ้าหญิงดูล่ะ?
บางที ด้วยความที่เป็นเผ่ามิ่งด้วยกัน เจ้าหญิงอาจช่วยพูดแทนข้าก็ได้
คิดได้ดังนั้น มังกรแห่งความมืดก็รีบหันไปมองเสี่ยวเตี๋ย แค่กวาดตามองก็ถึงกับสะดุ้ง
มันพบว่าเสี่ยวเตี๋ยทะลวงผ่านขอบเขตจอมราชันเซียนขั้นสูงสุดไปแล้ว
“เจ้าหญิง พลังบำเพ็ญเพียรของท่านเพิ่มขึ้นเร็วถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?” มังกรแห่งความมืดเอ่ยอย่างตกตะลึง
“ก็เพราะพี่เย่ช่วยฉันน่ะสิ” เสี่ยวเตี๋ยว่า “มังกรแห่งความมืด เรามาประลองกันสักหน่อยเถอะ เธอไม่ต้องกังวลอะไรหรอก ต่อให้เผลอทำฉันเจ็บก็ไม่เป็นไร”
มังกรแห่งความมืดว่า “แต่เจ้าหญิง ท่านมีค่าดั่งทองคำ ข้าจะกล้าลงมือกับท่านได้อย่างไร…”
“พูดมากจริง!” เย่ชิวเริ่มไม่ค่อยอดทน ขัดคำพูดมังกรแห่งความมืดแล้วว่า “รีบ ๆ ไปประลองกับเสี่ยวเตี๋ยซะ ถ้ายังอิดออดอีก ระวังข้าจะจัดการเจ้าเอง”
เย่ชิวถึงกับพูดไม่ออก ก่อนจะเอ่ยว่า “พอแล้ว พวกเจ้าลงมือพร้อมกันเลย ต่างฝ่ายต้องสู้เต็มที่ ใครกล้าออมมือหรือปิดบัง ข้าจะลงโทษผู้นั้น”
แฉ้ง—!
พร้อมกับเสียงกระบี่ใสกังวาน เสี่ยวเตี๋ยก็เป็นฝ่ายลงมือ การประลองเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
มังกรแห่งความมืดในฐานะสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับกึ่งจักรพรรดิ ต่อให้กดพลังลงมาแล้ว ทั้งประสบการณ์ต่อสู้และพละกำลังก็ยังประมาทไม่ได้
เมื่อนึกถึงคำของเย่ชิว มันก็ไม่ลังเลอีกต่อไป ร่างกายพลันไหววูบ กลายเป็นเงาดำเส้นหนึ่งพุ่งใส่เสี่ยวเตี๋ย เสียงอากาศแตกดังวูบวาบ
เสี่ยวเตี๋ยเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้อันแข็งแกร่งเช่นนี้เป็นครั้งแรก ตอนเริ่มต้นจึงถึงกับตั้งตัวไม่ทัน
แม้คัมภีร์กระบี่เก้าห้วงนรกจะล้ำเลิศเพียงใด ทว่าเธอยังขาดประสบการณ์จริง หลายครั้งเกือบถูกการจู่โจมของมังกรแห่งความมืดฟาดโดน
หน้าผากค่อย ๆ ซึมไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็ก แต่ในอกยังดังก้องคำพูดของเย่ชิวอยู่ตลอด — “ต้องเชื่อตัวเอง”
เมื่อเวลาผ่านไป เสี่ยวเตี๋ยก็ค่อย ๆ สงบใจลง เริ่มจับจ้องรูปแบบการโจมตีของมังกรแห่งความมืด อาศัยความพลิกแพลงของคัมภีร์กระบี่เก้าห้วงนรก คอยมองหาช่องโหว่เพื่อโต้กลับ
แสงกระบี่ประสานไขว้กันราวผืนผ้า บางครารวดเร็ววูบวาบดุจสายฟ้า บางคราคมกริบราวลูกศร ทุกครั้งที่ฟาดฟัน ล้วนแฝงด้วยความเข้าใจและหยั่งรู้ของเธอต่อวิถีแห่งดาบ
มังกรแห่งความมืดเห็นดังนั้นก็ให้ตกตะลึงอยู่ในใจ
เดิมทีคิดว่าอาศัยเพียงประสบการณ์ของตนก็น่าจะรับมือได้สบาย ๆ ไม่คาดคิดว่าเสี่ยวเตี๋ยจะพัฒนาเร็วถึงเพียงนี้ กระบวนท่ากระบี่ของเธอยิ่งต่อสู้ก็ยิ่งเฉียบคม จนมันเริ่มรู้สึกกดดัน
เพียงพริบตาเดียว ทั้งคู่ก็ประมือกันไปห้าร้อยกระบวนท่า
จู่ ๆ กระบวนท่ากระบี่ของเสี่ยวเตี๋ยก็เปลี่ยนไป แสงกระบี่พลันดำทมิฬราวหมึก ผ่าเวหาเข้าหาจุดตายของมังกรแห่งความมืดโดยตรง
กระบี่นี้เฉียบแหลมยิ่งนัก อีกทั้งพลังยังเหนือกว่าก่อนหน้าหลายเท่า
มังกรแห่งความมืดไม่ทันตั้งตัว จำต้องถอยกรูดติดต่อกัน สถานการณ์หวุดหวิดอันตรายแทบทุกกระบวน
“นี่มัน…” มังกรแห่งความมืดใจหายวาบ มันตระหนักว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าตนคงได้พ่ายแพ้จริง ๆ
ขณะนั้นเอง เสี่ยวเตี๋ยก็ฉวยโอกาสบุกต่อ กระบวนท่ากระบี่หลั่งไหลไม่ขาดสาย ทุกจังหวะยิ่งแม่นยำและดุดันขึ้น
มังกรแห่งความมืดถูกบีบจนไร้ที่หลบหนี ท้ายที่สุด หลังการปะทะอันรุนแรงครั้งหนึ่ง มันก็รีบถอยออกมาห่าง เอ่ยว่า “เจ้าหญิง พอได้แล้ว ข้ายอมแพ้!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...