เย่ชิวแทบไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เขามีภูมิคุ้มกันต่อพิษทุกชนิด แล้วจะไปโดนพิษได้ยังไงกัน?
เขารีบเพ่งรับรู้ตรวจสอบอย่างละเอียด จนแน่ใจในที่สุดว่า...เขาโดนพิษจริง ๆ
“แปลกจริง ๆ ปกติก็ไม่เป็นอะไรอยู่ดี ๆ ทำไมผมถึงจู่ ๆ โดนพิษขึ้นมาได้?”
“พิษมาจากไหนกันแน่?”
เย่ชิวคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก แต่ตอนนี้ไม่มีเวลามานั่งคิดแล้ว ความผิดปกติในร่างทำให้เขารู้สึกทรมานอย่างหนัก
ทันใดนั้น เขารีบหยิบใบไม้แห่งต้นไม้ชีวิตขึ้นมากรอกปากไปหลายใบ จากนั้นก็ขับเคลื่อนพลังชี่ พยายามจะกลั่นพิษออกจากร่าง
ทว่าทันทีที่พลังชี่เริ่มหมุนเวียน ก็ราวกับมีใครจุดชนวนถังดินปืน ความร้อนราวเปลวไฟเผาผลาญยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก
ร้อน!
ร้อนระอุ!
ลำคอแห้งผาก ทั่วร่างเหมือนจะระเบิด แถมยังมีแรงกระตุ้นบางอย่างที่ควบคุมไม่อยู่พุ่งขึ้นมา!
“แย่แล้ว พิษนี่มัน...”
เย่ชิวเพิ่งจะตระหนักได้เสียทีว่าตัวเองโดนพิษอะไร รีบคว้าโอสถมาสองสามเม็ดยัดเข้าปาก พยายามขับพิษ
ไม่คิดเลยว่าโอสถกลับไม่ออกฤทธิ์สักนิด
เขาจึงหยิบยาศักดิ์สิทธิ์ออกมาอีกสองต้นกลืนลงไปต่อทันที
แต่ยาศักดิ์สิทธิ์ก็ไร้ผลโดยสิ้นเชิง
“มันไม่มีเหตุผลเลย ต่อให้เป็นพิษร้ายชั้นยอดแค่ไหน โอสถกับยาศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่น่าจะไม่มีผลเลยแม้แต่นิด นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็หันไปมองเสี่ยวเตี๋ยเข้าให้
เวลานี้ดวงตาคู่นั้นของเขาแดงก่ำราวเลือด ดูไปเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังจะคลั่งอาละวาด
“พี่เย่ เกิดอะไรขึ้นเหรอ? ทำไมตาพี่ถึงแดงแบบนั้น?”
เสี่ยวเตี๋ยยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเย่ชิวโดนพิษ เธอยื่นมือไปแตะหน้าผากเขาเบา ๆ แล้วก็ต้องสะดุ้งทันที รู้สึกเหมือนฝ่ามือไปแนบเข้ากับถ่านไฟแดง ร้อนจนขนลุก
เดิมทีเย่ชิวก็ฝืนกดกลั้นเต็มที่อยู่แล้ว การถูกเสี่ยวเตี๋ยแตะตัวแบบนี้ เกือบทำให้เขาคุมตัวเองไม่อยู่
“หลบไป!” เย่ชิวตวาดลั่น
เสี่ยวเตี๋ยสะดุ้งโหยง นึกว่าตัวเองทำอะไรให้เขาโกรธ ดวงตาพลันแดงระเรื่อ น้ำตาคลออย่างน้อยใจพูดว่า “พี่เย่ อย่าโกรธเลยนะ ฉันทำอะไรผิดก็บอกฉันสิ ฉันจะแก้...”
“เธอรีบไป” เย่ชิวพูดเสียงต่ำ “ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้”
“แล้วพี่ล่ะ?” เสี่ยวเตี๋ยถาม
เย่ชิวว่า “ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน...”
“ไม่ได้! พี่เย่อยู่ที่ไหนฉันก็จะอยู่ที่นั่น” เสี่ยวเตี๋ยเริ่มดื้อดึงอีกครั้ง แล้วเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “พี่เย่ พี่เป็นอะไรแน่กันแน่ อย่าทำให้ฉันกลัวสิ ฉัน...อืม ๆ...”
เสียงเธอยังไม่ทันจบก็เผลอครางแผ่ว ๆ แก้มขาวเนียนถูกย้อมเป็นสีชมพูระเรื่อดุจดอกท้อ เมื่อละสายตามองเย่ชิวตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นก็ฉ่ำวาวราวมีน้ำใสเอ่ออยู่
ในขณะเดียวกัน เธอรู้สึกได้เพียงว่าหัวใจเต้นแรงผิดปกติ ทั่วร่างเหมือนถูกเปลวไฟโอบล้อม ร้อนผ่าวไปทั้งตัว
เย่ชิวเห็นเสี่ยวเตี๋ยในสภาพนี้ก็ใจหายวาบ รู้ทันทีว่าเธอก็โดนพิษเหมือนกัน
แล้วอย่างนี้จะเอายังไงกันดี?
“พี่เย่ ไม่รู้เป็นยังไง อยู่ดี ๆ ฉันก็รู้สึกทรมานไปหมด ฉัน...ร้อนเหลือเกิน...” เสี่ยวเตี๋ยพูดพลางเริ่มปลดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นอย่างไม่รู้ตัว
แย่แล้ว!
ในจังหวะนั้นเอง เสี่ยวเตี๋ยถอดกำไลหยกสีม่วงที่ข้อมือออก
ทันทีที่กำไลหยกสีม่วงถูกถอดออก รูปลักษณ์ของเธอก็พลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
ใบหน้างดงามล้ำฟ้าปรากฏต่อหน้าเย่ชิวในพริบตา
ถึงก่อนหน้านี้เย่ชิวจะเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่พอได้เห็นอีกครั้งก็ยังรู้สึกสะท้านใจไม่แพ้เดิม
เห็นเพียงว่าเสี่ยวเตี๋ยมีคิ้วเรียวยาวดุจเขียนด้วยหมึกชนิดดี โค้งราวเสี้ยวพระจันทร์ใหม่ วางตัวได้พอดิบพอดีใต้หน้าผากเนียนผ่อง
นัยน์ตาสีฟ้าน้ำแข็งลึกดังกระจายเป็นผืนน้ำสระใส บัดนี้มีหมอกบาง ๆ ของหยาดน้ำเกาะพราวอยู่ ภายในราวซ่อนเร้นความอ่อนโยนหมื่นพันเอาไว้
ปลายจมูกเล็กโด่งได้รูป รับกับริมฝีปากแดงระเรื่อราวกลีบดอกไม้ แย้มออกน้อย ๆ เป็นมันเงาชวนมองเหมือนกำลังเปล่งเสียงเผยความปรารถนาจากส่วนลึกของหัวใจ
ผิวพรรณของเธอเมื่อต้องแสงสลัวจากผนังถ้ำ ก็ขาวเนียนราวหยกขาวเนื้อดี ละเอียดอ่อนนุ่มนวล เปล่งประกายอ่อน ๆ ออกมา
เส้นผมยาวดำขลับเงางามราวสายน้ำตก ทิ้งตัวลงอย่างอิสระบนบ่าและแผ่นหลัง เพิ่มเสน่ห์เย้ายวนอย่างเกียจคร้านให้เธอขึ้นอีกหลายส่วน
งดงามเกินบรรยาย!

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...