ถ้าจะถามว่าใจปรารถนาสูงสุดในชีวิตของหลวงโป๋ซาคืออะไร? ก็ต้องเป็นการได้ฆ่าเย่ชิวให้ตายนั่นแหละ
เขาเกลียดเย่ชิวจนความแค้นซึมเข้าไปฝังอยู่ในกระดูก
อย่างแรก เย่ชิวเคยสังหารคนทั้งพระราชวังต้องห้าม กวาดสมาชิกตระกูลของเขาจนไม่เหลือสักคน ความแค้นระหว่างคนทั้งคู่เรียกได้ว่าไม่มีวันอยู่ใต้ฟ้าเดียวกันได้อีก
อย่างต่อมา เย่ชิววางหลุมพรางใส่เขา ทำให้ถูกอินหยางเจี้ยวจับตัวไป ทรมานสารพัดเองยังนับไม่ถูกว่าถูกท่านจอมเทพอู๋จี๋ฉีกทึ้งร่างไปแล้วกี่หน
ยังไม่หมด เพื่อฝึกวิชามหาอินหยาง เขายอมถึงขั้นทำการตอนตัวเอง หวังว่าตัดแล้วคงงอกกลับมาได้ ที่ไหนได้ ตัดแล้วก็ไม่งอกสักที จนป่านนี้เขายังนับได้แค่ครึ่งคน ทั้งเสียงยังเปลี่ยนไปอีกต่างหาก
ในสายตาของหลวงโป๋ซา เรื่องทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลพวงจากเย่ชิวทั้งนั้น
เพราะอย่างนั้นไม่ว่าในฝันหรือตอนตื่น เขาก็คิดอยากฆ่าเย่ชิวทิ้งอยู่ตลอด
พอได้ยินคำของจักรพรรดิหยินหยาง หลวงโป๋ซาก็รีบถามว่า “ท่านพ่อทูนหัว หรือว่าท่านมีวิธีช่วยข้าฆ่าเย่ฉางเซิงหรือ?”
“เจ้ามังกรน้อย เจ้ารู้ไหมว่าทำไมทุกครั้งเจ้าถึงฆ่าเย่ฉางเซิงไม่ได้สักที?” จักรพรรดิหยินหยางเอ่ย “ลองคิดดูสิ ว่าเจ้าด้อยกว่าเย่ฉางเซิงตรงไหน?”
หลวงโป๋ซาพลั้งปากตอบทันทีว่า “ไอ้เด็กนั่นเกิดมามีหนังหน้าดี หล่อกว่าข้า”
อย่างน้อยก็ยังรู้จักส่องกระจกอยู่บ้าง
จักรพรรดิหยินหยางว่า “ไม่ใช่เรื่องนั้น”
“สหายหญิงคนสนิทของมันมีมากกว่าข้า?”
“ก็ไม่ใช่”
“พื้นเพเบื้องหลังของมันแข็งแกร่งกว่า”
“ผิด”
ทั้งหมดนี่ก็ไม่ใช่?
หลวงโป๋ซาเริ่มหงุดหงิด บ่นออกมาว่า “มันยังมีไอ้นั่นอยู่ แต่ข้าน่ะตัดของตัวเองไปแล้ว”
จักรพรรดิหยินหยางถึงกับอึ้งไป
เขาเงียบไปครู่หนึ่งจึงพูดว่า “ก็ยังไม่ใช่อยู่ดี”
หลวงโป๋ซาขบคิดแทบหัวแตก ก่อนจะว่า “ไอ้เด็กนั่นดวงดีกว่าข้า”
“คราวนี้เจ้าพูดถูกแล้ว” จักรพรรดิหยินหยางถามต่อ “เจ้ามังกรน้อย เจ้ารู้ไหมว่าทำไมดวงของเย่ฉางเซิงถึงดีกว่าเจ้าล่ะ?”
หลวงโป๋ซาพลั้งปากอีก “ก็เพราะหล่อไง ดวงถึงได้ดี”
จักรพรรดิหยินหยางแทบอยากหวดฝ่ามือใส่กะโหลกหลวงโป๋ซาให้หลุดออกมา แม่งเอ๊ย ไอ้โง่นี่ในหัวคิดแต่เรื่องบ้าอะไรอยู่กันแน่วะ?
เขาแทบกลัวว่าถ้าต้องอยู่กับหลวงโป๋ซาต่อไป วิญญาณเศษซากของเขานี่แหละ อีกไม่นานคงโดนโมโหใส่จนแตกสลายไม่มีชิ้นดี
จักรพรรดิหยินหยางสูดลมหายใจลึก ก่อนพูดว่า “คิดอีกทีสิ”
หลวงโป๋ซาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วว่า “เพราะเย่ฉางเซิงได้รับโชคชะตาแห่งเผ่าอสูร เลยดวงดีกว่าข้า?”
“ในที่สุดเจ้าก็พอจะมีหัวคิดขึ้นมาบ้าง” จักรพรรดิหยินหยางว่า “เย่ฉางเซิงได้โชคชะตาแห่งเผ่าอสูรมาอย่างครบถ้วน แถมยังได้โชคชะตาแห่งเผ่ามนุษย์มาอีกครึ่งหนึ่ง เขาเป็นที่กฎสวรรค์โปรดปราน เพราะอย่างนี้ทุกครั้งดวงของเขาถึงดีกว่าเจ้า”
“อยากฆ่าเขาให้ได้ มีอยู่สองวิธีเท่านั้น”
“ไม่ก็ทำลายโชควาสนาของเย่ฉางเซิง ไม่อย่างนั้นก็ต้องเพิ่มโชควาสนาของตัวเจ้าเอง”
หลวงโป๋ซาว่า “เย่ฉางเซิงมีพลังบำเพ็ญเพียรไม่ต่ำ แถมข้างกายยังมีพวกช่วยเหลืออีกไม่น้อย อยากจะทำลายโชควาสนาของเขาน่ะยากจะตาย”
จักรพรรดิหยินหยางจึงว่า “งั้นก็เหลือแต่ต้องเพิ่มโชควาสนาของตัวเจ้าเองแล้ว”
“จะเพิ่มโชควาสนาได้ยังไงหรือ?” หลวงโป๋ซาถามขอคำชี้แนะ “ขอท่านพ่อทูนหัวช่วยสอนข้าด้วย”
จักรพรรดิหยินหยางพูดแหย่ “วิธีมันง่ายจะตาย เจ้าเพิ่งพูดเองไม่ใช่หรือ ว่าหล่อแล้วดวงดี แค่ยกระดับรูปพรรณของตัวเองให้หล่อขึ้น ดวงเจ้าก็ย่อมดีตามไปเอง”
แม่งเอ๊ย เรื่องหน้าตานี่ มันใช่ของที่อยากอัปเกรดก็อัปได้เลยหรือไง?
หลวงโป๋ซาบ่นในใจเสร็จก็ว่าออกมา “ท่านพ่อทูนหัว อย่าล้อเล่นกับข้าเลย รูปโฉมได้มาจากบิดามารดา เป็นของติดตัวมาแต่กำเนิด แบบนี้จะไปเพิ่มอะไรได้”
หลวงโป๋ซาจ้องมองอย่างพินิจ พอเพ่งผ่านคราบสนิมก็พบว่าบนแผ่นเหล็กมีลายเส้นแกะสลักอยู่ ดูยังไงก็เหมือนแผนที่จริง ๆ
น่าเสียดาย ที่นี่เป็นแผนที่ขาด ๆ เกิน ๆ ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์
หลวงโป๋ซาถามว่า “ท่านพ่อทูนหัว งั้นต่อจากนี้ แค่ข้าตามหาแผนที่ส่วนที่เหลือให้เจอ ก็จะหาดาบจักรพรรดิ์มนุษย์เจอใช่ไหม?”
จักรพรรดิหยินหยางด่าว่า “ไอ้โง่เอ๊ย กว่าเจ้าจะหาแผนที่ให้ครบได้ ดอกไม้คงเหี่ยวแห้งหมดทั้งทุ่งแล้ว”
“งั้นข้าควรทำยังไงดีล่ะ?” หลวงโป๋ซาขอคำชี้แนะ
จักรพรรดิหยินหยางว่า “แม้แผนที่ผืนนี้จะไม่สมบูรณ์ แต่ตอนที่ข้าได้มันมา ข้ายังอยู่ในขอบเขตจักรพรรดิ ข้าเคยใช้มันเป็นสื่อ คำนวณด้วยสุดยอดวิชา ใช้เวลาถึงสามพันปี ในที่สุดก็ค้นหาตำแหน่งของดาบจักรพรรดิ์มนุษย์เจอ เพียงแต่ยังไม่ทันได้ไปเอาดาบจักรพรรดิ์มนุษย์มา ก็…”
“เฮ้อ เรื่องหลังจากนั้นเจ้าไม่ต้องรู้หรอก”
“เอาเป็นว่า ตอนนี้ข้ารู้ตำแหน่งของดาบจักรพรรดิ์มนุษย์แล้วก็แล้วกัน”
หัวใจของหลวงโป๋ซาพลันเต้นแรงขึ้นมา เอ่ยว่า “ท่านพ่อทูนหัว ดาบจักรพรรดิ์มนุษย์อยู่ที่ไหน?”
จักรพรรดิหยินหยางย้อนถาม “เจ้ามังกรน้อย ข้าถามเจ้า หากเจ้าคว้าดาบจักรพรรดิ์มนุษย์มาได้ ได้โชคชะตาแห่งเผ่ามนุษย์อีกครึ่งหนึ่งมาแล้ว เจ้าคิดจะทำอะไรต่อ?”
หลวงโป๋ซาตอบโดยไม่ต้องคิด “แน่นอนว่าต้องเอาไปจัดการกับเย่ฉางเซิง”
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ?” จักรพรรดิหยินหยางถาม
หลังจากนั้นหรือ?
ก็ต้องฆ่าเย่ฉางเซิงให้ตายน่ะสิ!
ไม่ถูกสิ ท่านพ่อทูนหัวถามแบบนี้ ต้องมีอะไรแฝงอยู่นี่แหละ
หลวงโป๋ซานึกไปถึงเรื่องสิงร่างขึ้นมาได้ จึงว่า “ท่านพ่อทูนหัว ข้าจะทำลายพลังบำเพ็ญเพียรของเย่ฉางเซิง แล้วจับตัวเขามามอบให้ท่าน ปล่อยให้ท่านเป็นคนจัดการเอง”
จักรพรรดิหยินหยางหัวเราะ “ช่างหายากจริง ๆ ที่เจ้าจะกตัญญูถึงเพียงนี้ เอาเถอะ งั้นข้าจะพาเจ้าไปหาดาบจักรพรรดิ์มนุษย์เดี๋ยวนี้เลย”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...