ในใจของเย่ชิวเต็มไปด้วยทั้งความตื่นตระหนกและความสงสัย เขาไม่เข้าใจเลยว่าท่านผู้สูงศักดิ์รู้ไพ่ตายของตัวเองได้อย่างทะลุปรุโปร่งได้ยังไง
ต้องรู้ก่อนว่าไพ่ตายของเขา พอจะพูดได้ว่ามีแค่คนสนิทไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ แม้แต่เฟิงเสี่ยวเสี่ยวกับเฟิงอู๋เหินเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำ
แต่ท่านผู้สูงศักดิ์กลับรู้ทั้งหมด แบบนี้มัน...
น่ากลัวเกินไปแล้ว!
ในตอนนั้นเอง เสียงของเหล่าเจิ่วก็ดังขึ้นมาในหัวของเขา “ไอ้หนู ท่านผู้สูงศักดิ์น่ะไม่ใช่คนธรรมดาเลยสักนิด นางก็ไม่ได้พูดโอ้อวดเกินจริงด้วย ตามสภาพของข้าในตอนนี้ ข้าแพ้นางแน่ ๆ”
“ไอ้หนู ออกจากที่นี่ไปแล้ว จำไว้ว่าต้องช่วยหาทางตามหาร่างกายของข้าให้ครบให้เร็วที่สุด”
“ถ้าร่างกายของข้าสมบูรณ์ดี เจ้าจะถูกคนอื่นหยิบไปบีบเล่นอย่างทุกวันนี้ได้ยังไงกัน”
ถัดมา หญิงสาวลึกลับในโลงศพทองคำก็เอ่ยเสียงแผ่วเบา “พลังของท่านผู้สูงศักดิ์ลึกไม่เห็นก้นบึ้ง ตอนข้าเหยียบเข้ามาที่นี่เมื่อปีก่อน ๆ ข้ายังไม่ใช่คู่มือของนางเลย”
“บางครั้ง การถอยหนึ่งก้าวไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ แต่เพื่อจะได้ก้าวไปข้างหน้าได้ไกลกว่าเดิมต่างหาก”
“เย่ชิว เจ้าต้องคิดให้ดี อย่าให้โทสะชั่ววูบทำให้พลาดวาสนาอันยิ่งใหญ่”
คำเตือนจากสองผู้แข็งแกร่งทำให้เย่ชิวเคลิ้มไปในภวังค์
เขาไม่ใช่คนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง แต่สิ่งที่ท่านผู้สูงศักดิ์เรียกร้องมันเหลวไหลเกินไปจริง ๆ ทำให้เขายากจะยอมรับได้
ในตอนนั้นเอง เสียงของท่านผู้สูงศักดิ์ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง แฝงแววหงุดหงิดเล็กน้อย
“เย่ฉางเซิง เจ้าคิดไปถึงไหนแล้ว ความอดทนของข้าน่ะมีจำกัด อย่าทำให้ข้าต้องรอนานเกินไป”
เย่ชิวกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าไปในฝ่ามือ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะปฏิเสธอีกครั้ง
“ท่านผู้สูงศักดิ์ ขออภัย แต่ผมไม่อาจตอบรับคำขอของท่านได้”
น้ำเสียงของเย่ชิวหนักแน่นดุจหินผา
แต่ไหนแต่ไรมา ตอนเขาอยู่ในโลกมนุษย์ ยังเป็นแค่แพทย์ฝึกหัดตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ต้องเผชิญทั้งการหักหลังของแฟนสาว การกลั่นแกล้งของเพื่อนร่วมงาน การกดขี่จากหัวหน้า แล้วก็ไต่เต้ามาทีละก้าวจนมาถึงจุดนี้
เขาผ่านทั้งความล้มเหลว ผ่านทั้งความยากลำบาก เผชิญวิกฤตเป็นตายมานับครั้งไม่ถ้วน เจอพายุลูกแล้วลูกเล่า จิตใจก็ถูกหลอมจนแกร่งกล้าผิดมนุษย์
เพราะอย่างนั้น ต่อให้รู้ว่าท่านผู้สูงศักดิ์แข็งแกร่งเพียงใด เย่ชิวก็ยังเลือกที่จะปฏิเสธ
ท่านผู้สูงศักดิ์เอ่ยว่า “เย่ฉางเซิง ที่ให้เจ้ากับเซวียนหยวนหรงเอ๋อร์เข้าหอกันเดี๋ยวนี้ต่อหน้าข้า ก็เพื่อทดสอบจิตใจของเจ้า”
“ข้าอยากดูว่า เมื่อเผชิญกับคำขอเหลวไหลขนาดนี้ เจ้ายังยืนหยัดในหลักการและขีดเส้นของตัวเองได้หรือเปล่า”
“ดูท่าผลที่ออกมาจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง”
ได้ยินดังนั้น เย่ชิวกับเซวียนหยวนหรงเอ๋อร์ก็หันมาสบตากัน ก้อนหินก้อนใหญ่ในใจถึงได้หล่นวูบ
แต่แล้วท่านผู้สูงศักดิ์ก็พูดต่อ “เย่ฉางเซิง การแสดงออกของเจ้าทำให้ข้าพอใจมาก ทว่าพวกเจ้าก็ยังต้องเข้าหออยู่ดี”
อะไรนะ?
เย่ชิวกับเซวียนหยวนหรงเอ๋อร์ถึงกับมึนตะลึง
ก็ในเมื่อเจ้าพอใจแล้ว จะให้เราเข้าหอไปเพื่ออะไรอีกล่ะ
สมองมีปัญหาหรือไงกัน!
เสียงของท่านผู้สูงศักดิ์ดังขึ้นอีกครั้ง แฝงความข่มขู่ “เย่ฉางเซิง นี่คือโอกาสครั้งสุดท้ายที่ข้าให้เจ้า”
“แค่รับปากตามที่ข้าขอ รากวิญญาณแห่งฟ้าดินก็จะเป็นของเจ้า”
“หากไม่รับปาก เจ้าจะไม่มีวันได้รากวิญญาณแห่งฟ้าดินไปเลยทั้งชีวิต”
“ไม่เพียงเท่านั้น โอกาสที่เจ้าและสหายทั้งหลายจะมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ ก็จะริบหรี่ลงอย่างมาก”
หัวใจของเย่ชิวกระตุกวูบ เขาถามว่า “ท่านผู้สูงศักดิ์ ท่านก็พูดเองว่า ท่านพอใจกับการแสดงออกของผมแล้ว แล้วทำไมยังจะให้ผมกับหรงเอ๋อร์…”
ท่านผู้สูงศักดิ์ไม่รอให้เย่ชิวพูดจบก็สวนขึ้นทันที “ก็ข้าชอบ ไม่ได้หรือยังไง ไม่พอใจก็ไปกัดข้าสิ!”
ท่านผู้สูงศักดิ์ฮึดฮัด “ฮึ เจ้าว่าข้าโง่หรือยังไง”
“เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือไง ว่าบนตัวเจ้ามีทั้งโชควาสนาของเผ่าอสูรแบบครบถ้วน แล้วก็ยังมีโชคชะตาแห่งเผ่ามนุษย์อีกครึ่งหนึ่ง ใครกล้าฆ่าเจ้า คนนั้นก็จะโดนการลงโทษจากสวรรค์เล่นงานทันที”
“ยังไม่พอ เจ้าก็ยังมีร่างอมตะนิรันดร์กาล ไม่ตายง่าย ๆ หากข้าลงมือฆ่าเจ้าเองล่ะก็ เรื่องยุ่งจะตามมาอีกเป็นพรวนแน่”
“เย่ฉางเซิง ข้าดูไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าอายุเจ้าก็ไม่มาก แต่นิสัยเจ้าเจ้าเล่ห์ใช่เล่น ข้ารู้อยู่แล้วล่ะ ว่าพวกแซ่เย่น่ะไม่มีใครเป็นของดีสักคน!”
เย่ชิวหัวเราะออกมา เอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้น ท่านผู้เฒ่าก็ปล่อยผมไปได้แล้วสิครับ ไม่ใช่หรือ”
“ปล่อยเจ้าไป? ฝันไปเถอะ!” ท่านผู้สูงศักดิ์ว่า “ข้ากักขังเจ้าไว้ที่นี่ก็ได้”
“ยังไงซะ ข้าก็อยู่ที่นี่มาหลายปีดีดัก ไม่มีแม้แต่คนคุยด้วยสักคน ถ้าเจ้าอยู่เป็นเพื่อนข้าสักคนก็ดูจะไม่เลว”
“รอให้เจ้าอยู่ที่นี่สักแค่หลายแสนปี ตอนนั้นญาติพี่น้องสหายรักของเจ้าก็ตายเกลี้ยงแล้ว ข้าคอยดูเลยว่าจะเจ็บปวดสักแค่ไหน”
ร้ายกาจจริง!
เย่ชิวกับเซวียนหยวนหรงเอ๋อร์หน้าถอดสีไปพร้อมกัน
ท่านผู้สูงศักดิ์ยังพูดต่อ “ตั้งแต่ข้าเกิดมา ไม่เคยมีใครกล้าขึ้นเสียงใส่ข้า เจ้าถือเป็นคนแรก… ไม่สิ เจ้าคือคนที่สอง! คนแรกน่ะชั่วยิ่งกว่า ถ้าไม่ใช่เพราะหมอนั่น ข้าจะมาติดแหง็กอยู่ที่นี่นานขนาดนี้ได้ยังไง”
“ตอนนั้นก็เพราะไปหลงเชื่อคำล่อลวงของหมอนั่น เลยถูกมันหลอกเอา ก้าวพลาดไปครั้งเดียว กลายเป็นความแค้นฝังใจชั่วกาลนาน เสียดายก็เสียดาย… เพ้ย ๆ ๆ เล่าเรื่องพวกนี้ให้เจ้าฟังทำไมกันเนี่ย”
“เย่ฉางเซิง ที่นี่คืออาณาเขตของข้า ไม่มีใครกล้าขัดใจข้าได้ทั้งนั้น”
“ข้าขอเตือนเจ้าดี ๆ ว่า ทำตามที่ข้าบอกนั่นแหละดีที่สุด ไม่อย่างนั้น ข้าจะทำให้เจ้ารู้ซึ้งว่าคำว่า ‘อยู่ยังไม่ต่างจากตาย’ น่ะมันคืออะไร”
“ที่ข้าติดอยู่ที่นี่มาหลายปีในใจอัดอั้นมามากแค่ไหน ไม่มีที่ให้ระบาย ตอนนี้เจ้าดันโผล่มาพอดี ข้าก็ถือโอกาสระบายกับเจ้าซะเลยแล้วกัน”
“ข้า…” เย่ชิวกำลังจะพูด ทันใดนั้น เซวียนหยวนหรงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็แอบดึงชายเสื้อเขาเบา ๆ
เขาหันไปมอง เห็นเซวียนหยวนหรงเอ๋อร์กำลังมองเขาอยู่ด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ เอ่ยเสียงเบาราวกับเสียงยุงบินว่า “ฉางเซิง หรือว่า…เราอาจจะ…ลองพิจารณาทำตามคำขอของท่านผู้สูงศักดิ์ดูก็ได้”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...