“สหายฉิน ซ่งอี้อันเคยหยิ่งผยองในความสามารถของตนเอง พวกเราก็รู้กันดีอยู่แล้ว เจ้าจะเกรงใจเขาไปไย? คนตาบอดเช่นนี้ ไม่แน่ว่าเมื่อใดอาจจะสะดุดล้มตายไปเองก็เป็นได้!”
“ซ่งอี้อัน สหายฉินต่างหากที่เป็นคนถ่อมตนจริง ๆ เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้ทั้งเมืองหลวงกำลังชื่นชมเรียงความที่สหายฉินเขียน?”
ซ่งอี้อันแสร้งทำเป็นงุนงง “เรียงความอะไรหรือ?”
ฉินเซี่ยงเหิงกำลังจะห้ามเฉียนเหว่ย แต่แล้วก็ได้ยินเฉียนเหว่ยอ่านประโยคที่เป็นจุดสำคัญของเรียงความนั้นออกมา
สีหน้าของซ่งอี้อันเปลี่ยนไปเล็กน้อย “นี่มันเรียงความที่ข้าเขียนชัดๆ!”
เมื่อสิ้นประโยค ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
“ซ่งอี้อัน เจ้ายังมียางอายอยู่หรือไม่? นี่เป็นเรียงความที่สหายฉินเขียนชัด ๆ พวกเราเห็นกับตาว่าสหายฉินเขียนขึ้นเอง เจ้าคิดจะมาทึกทักว่าเป็นของตัวเองหรือ?”
“ใช่แล้ว พวกเราทุกคนเห็นกันหมด หรือว่าสหายฉินท่องบทความของเจ้ามาแล้วค่อยเขียนใหม่อย่างนั้นหรือ?” เฉียนเหว่ยเย้ยหยัน
หัวใจของฉินเซี่ยงเหิงสะท้านขึ้นมา เขาอยากจะฉีกปากเฉียนเหว่ยให้ขาดเสียจริง
ไอ้โง่!
“ใช่แล้ว”
ซ่งอี้อันเผยใบหน้าสงบนิ่งและเยือกเย็นเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ตั้งแต่ข้าสูญเสียการมองเห็น ฉินเซี่ยงเหิงกับจ้าวซูหว่านเคยไปเยี่ยมข้า ทั้งยังเข้าไปในห้องหนังสือของข้าด้วย บังเอิญว่าหลังจากนั้นเรียงความที่ข้าเขียนก็หายไป เจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเขาไม่ได้ขโมยไป?”
เฉียนเหว่ยกับคนอื่น ๆ มองหน้ากันอย่างประหลาดใจ แม้ว่าพวกเขาจะไม่เชื่อ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับซ่งอี้อัน พวกเขากลับรู้สึกด้อยกว่าอย่างประหลาด
แม้แต่คำพูดที่ใช้ตั้งคำถามก็ไม่กล้าเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ
จ้าวซูหว่านตกใจมาก หากซ่งอี้อันรู้ความจริงขึ้นมาแล้วจะทำอย่างไรดี?
“ข้า...ข้าไม่ได้ทำ!” จ้าวซูหว่านเอ่ยออกมาโดยไม่คิด นางเพียงต้องการปฏิเสธความเกี่ยวข้องทั้งหมด

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมใไม่สามารถอ่านต่อได้ ทั้งที่เพพงเติมเหรียญ :(...
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...