เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง นิยาย บท 175

“ฝานฮูหยินเล่าว่าตั้งแต่รั่วเจินถอนหมั้นไป นิสัยใจคอก็เปลี่ยนไปมาก ทำครอบครัววุ่นวายไร้ความสงบสุข ทั้งยังจองล้างจองผลาญซืออิ๋ง ยุให้รําตําให้รั่วไปทั่ว…”

นางพร่ำพูดไปก็ลังเลไป “ดังนั้นเยี่ยนโจวจึงได้หย่าร้างกับซืออิ๋ง”

หลิ่วหรูเยียนยิ่งฟังก็ยิ่งโกรธ “คนสกุลนี้ช่างไร้ยางอายเสียจริง เมื่อก่อนบุกมาร้องห่มร้องไห้อ้อนวอนขอให้ช่วยใช้หนี้พนันฝานเซี่ยงหรงไปก็หลายครา”

“ช่วยไปหลายครั้งแล้วยังพอว่า บัดนี้กลับราวหลุมดำไร้ก้นก็มิปาน คิดใช้สกุลซ่งของเราเป็นถุงเงินพวกเขาเสียแล้ว

พอไม่ให้เข้าหน่อยท่าทีก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ราวกับอะไรที่ผิดพลั้งก็ล้วนเป็นเพราะพวกเรา!”

“พี่หญิง ข้าได้ยินมาว่าฝานเซี่ยงหรงติดการพนันอย่างหนัก ติดหนี้คนเขาไว้ไม่น้อย หรือจะเป็นท่านที่คอยช่วยเขาใช้คืนมาโดยตลอด?”

หลิ่วเฟยเยี่ยนสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย ก่อนหน้านี้นางก็เคยได้ยินมาบ้าง ทั้งยังแอบหัวเราะเยาะที่พี่สาวตนนับญาติกับคนพรรค์นั้นเข้าแล้ว ก็จะมีแต่ปัญหาเข้ามาไม่รู้จบ

กระทั่งได้ยินเรื่องนี้เข้า จึงพลันกระวนกระวายขึ้นมา

หรือสกุลฝานจะได้ผลประโยชน์จากสกุลซ่งไปไม่น้อย?

“ตอนนี้เจ้ายังคิดว่าพวกเขาเป็นญาติที่ดีอยู่หรือ?” หลิ่วหรูเยียนย้อนถาม

“พวกเขาทำเกินไปแล้วจริงๆ หนี้พนันของบ้านตนเองแท้ๆ กลับให้บ้านสามีมาใช้คืนให้?”

หลิ่วเฟยเยี่ยนนึกถึงหลายปีมานี้ที่ตนใช้ความพยายามไปไม่น้อยเพื่อตอดเล็กตอดน้อยสกุลซ่ง ใครจะคิดว่าสกุลฝานก็ได้ใช้เงินมากมายเช่นนี้ แล้วจะให้นางทนได้อย่างไร?

ซ่งรั่วเจินสังเกตเห็นสีหน้าของหลิ่วเฟยเยี่ยนอย่างชัดเจน จึงหัวเราะเยือกเย็นในใจขึ้นหนึ่งเสียง ไม่ผิดจากที่คาด ขอเพียงเป็นเรื่องเงินนางก็พลิกท่าทีได้แทบจะทันที

ซ่งอี้อันกับซ่งจืออวี้ก็มาร่วมทานอาหารกลางวันด้วย เมื่อสองคนรู้ว่าท่านน้ามา ก็รีบแจ้งข่าวบอกพี่ใหญ่ให้กินอยู่ในเรือนของตนต่อไปดีแล้ว

เพราะเพียงมาถึง ท่านน้าจะต้องพูดพล่ามไม่หยุดปาก ทำทุกคนลำบากใจเป็นแน่

สีหน้าของหลิ่วเฟยเยี่ยนเริ่มดูไม่ดีนัก “ปีนั้นหลังซื่อจื่อน้อยถูกคนเจตนาจับไปขาย ก็หายสาบสูญไปโดยไร้ข่าวคราวมาตลอด”

“ว่าไปแล้วก็ประหลาดนัก ไม่นานมานี้กลับพบตัวซื่อจื่อน้อยเข้าโดยบังเอิญ ทั้งฮั่นเฟยก็ดันชนเขาเข้าให้ แล้วยังไม่สงบปากสงวนคำจา”

“ท่านพี่ของข้าได้พาเขาไปขอโทษยังจวนเซียงอ๋องแล้ว ทว่าไม่แม้แต่จะได้พบหน้าเซียงอ๋อง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงซื่อจื่อน้อย”

“ข้าได้ยินมาว่าหลายปีมานี้ซื่อจื่อน้อยผ่านชีวิตลำบากลำบนมามาก ต้องระเห็จเร่ร่อนขอทานไปตามถนน จนกระทั่งก่อนหน้านี้ไม่นานได้บังเอิญพบเซียงอ๋องและพระชายาเซียงอ๋องเข้า”

“ยามนั้นพระชายาเซียงอ๋องเกือบถูกแจกันดอกไม้ที่หล่นลงมาจากชั้นบนกระแทกเข้าใส่เสียแล้ว ทว่าเป็นเขาที่ปกป้องพระชายาเซียงอ๋องเอาไว้ จนตนถูกแจกันหล่นใส่หัวแตกเสียเอง”

“เซียงอ๋องเห็นเช่นนั้นจึงสั่งให้คนพาตัวเขากลับไปรักษายังจวนอ๋อง ใครจะคิดว่าจะบังเอิญพบปานใต้ฝ่าเท้าของเขา จึงจำได้ทันทีว่าเป็นทายาทที่หายไป”

ซ่งจืออวี้ก็เพิ่งได้ยินข่าวนี้ได้ไม่นาน ทุกคนต่างทอดถอนใจให้กับความอัศจรรย์ของโชคชะตา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง