สตรีที่มีจิตใจเยี่ยงอสรพิษเช่นนี้ เหตุใดท่านพี่ถึงมองไม่ออกกันเล่า?
คิดเช่นนี้ อิ่นฮูหยินก็พลันรู้สึกหดหู่ใจ “แม่นางซู ขอบคุณเจ้ามาก”
เผยรอยยิ้มพลางกล่าวว่า “อิ่นฮูหยิน ท่านอยากเปิดโปงตัวตนที่แท้จริงของถังอี๋เหนียงหรือไม่?”
ซูเสี่ยวลู่ตัดสินใจจะยื่นมือช่วยอิ่นฮูหยินในครั้งนี้
อิ่นฮูหยินเผยสีหน้าลังเล “ข้าย่อมอยากทำอยู่แล้ว แต่ใจของท่านพี่เอียงไปทางนางเสียหมด อีกทั้งถังอี๋เหนียงยังเป็นคนรอบคอบยิ่งนัก ต่อหน้าข้านางแสดงออกเป็นเช่นหนึ่ง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าท่านพี่นางก็เป็นอีกเช่นหนึ่ง แล้วข้าจะเปิดโปงนางได้อย่างไร?”
เพียงแค่คิดถึงเรื่องนี้ อิ่นฮูหยินก็ขบฟันแน่นด้วยความโกรธ
หญิงแพศยานี้ย่างกรายเข้ามาในจวน นางจะไม่โกรธได้อย่างไร
แต่ถังอี๋เหนียงมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวนัก ต่อหน้าอิ่นฉางซุ่นนางเป็นหญิงผู้อ่อนหวานเข้าอกเข้าใจ เป็นดอกไม้ที่อ่อนโยน อ่อนไหว น่าทะนุถนอม
นางอยากเปิดโปงความจริง แต่หากถังอี๋เหนียงไม่เผยพิรุธ นางก็ไม่มีโอกาส
เพราะหญิงแพศยาคนนี้ ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาของนางจึงแตกร้าว
นางยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกปวดใจ
ซูเสี่ยวลู่กะพริบตาพลางเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนพูดว่า “ฮูหยิน ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดไม่มีโอกาสใดดีไปกว่านี้อีกแล้ว”
อิ่นฮูหยินชะงัก ก่อนมองซูเสี่ยวลู่ด้วยความสงสัย “ข้าไม่เข้าใจ”
ซูเสี่ยวลู่หัวเราะเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “ฮูหยิน เรื่องนี้ง่ายมาก ท่านเพียงร่วมมือกับข้าแสร้งทำเป็นถูกวางยาพิษจนเสียชีวิตก็พอ ก่อนหน้านั้น ท่านจะต้องพูดจาหว่านล้อมใต้เท้าอิ่นให้คำนึงถึงความสัมพันธ์สามีภรรยาของพวกท่าน และให้เขาแอบเฝ้าดูข้าทำการผ่าตัดรักษาท่าน ท่านเพียงบอกว่า ท่านไว้ใจเขาผู้เดียว เพียงขอร้องเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ ใต้เท้าอิ่นต้องยอมแน่”
"เมื่อถึงเวลานั้น ข้ากับอาจารย์ก็จะร่วมมือกัน ขอเพียงทำให้ถังอี๋เหนียงเชื่อว่าท่านกำลังจะสิ้นใจ ในฐานะผู้มีชัย นางย่อมต้องการลิ้มรสผลแห่งชัยชนะ หากอยู่กันเพียงลำพังกับท่าน นางจะต้องกล่าวถ้อยคำอันเหี้ยมโหดออกมาแน่นอน"
เมื่ออิ่นฮูหยินกำลังจะสิ้นใจ ถังอี๋เหนียงย่อมไม่มีเวลามาเสแสร้งอีกต่อไป
ยังไงนางก็จะต้องกล่าวบางสิ่งออกมา เพื่อให้อิ่นฮูหยินเจ็บปวดจนสิ้นใจ ขณะที่ตัวเองยืนอยู่บนจุดสูงสุดของชัยชนะ
สตรีผู้เชี่ยวชาญในการเสแสร้งและวางแผนอย่างถังอี๋เหนียง คงมีเพียงช่วงเวลานี้เท่านั้นที่นางจะเผยธาตุแท้ออกมา
อิ่นฮูหยินได้ฟังเช่นนี้ก็เกิดรู้สึกคล้อยตาม เพียงครู่เดียวนางก็ตัดสินใจโดยไม่ลังเล
“ตกลง! จัดการตามนี้เถอะ”
นี่เป็นโอกาสที่ดีอย่างแท้จริง หากใช้ให้เหมาะสมนางจะสามารถกระชากหน้ากากของถังอี๋เหนียงออกจนหมดสิ้นทำให้อิ่นฉางซุ่นได้เห็นกับตาว่า สตรีที่เขาคิดว่าอ่อนโยนและจิตใจดีนั้น แท้จริงแล้วเป็นสตรีที่มีจิตใจเยี่ยงอสรพิษ
เมื่อพูดคุยกับอิ่นฮูหยินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซูเสี่ยวลู่ก็กลับไป
นางนำขนมแป้งยาจีนที่สะอาดไปมอบให้อิ่นฮูหยินในช่วงเย็น ใช้เป็นอาหารหลักสำหรับมื้อค่ำ
ส่วนเรื่องที่เหลือ ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอิ่นฮูหยินเอง
หลังจากซูเสี่ยวลู่จากไป อิ่นฮูหยินก็นั่งครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่
เมื่อนึกถึงอิ่นฉางซุ่นนางก็รู้สึกทั้งรักทั้งแค้น ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาก็เป็นสามีภรรยากันมานาน จะบอกว่าไม่มีเยื่อใยเหลืออยู่เลยก็คงเป็นไปไม่ได้
ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังคำพูดของถังซื่อมาแล้ว จึงมีข้อสงสัยอยู่ก่อน และเมื่อเห็นว่าอิ่นฮูหยินดูมีสุขภาพดีขึ้น เขาก็เชื่อโดยอัตโนมัติว่าถังซื่อพูดถูกว่านางคงทาแป้งหรือเครื่องสำอางเพื่อหลอกเขา
นางจะล้างหน้า? ก็ดีเขาจะได้พิสูจน์ให้แน่ชัดว่านางหลอกเขาหรือไม่
เมื่อสาวใช้ต้มน้ำมาให้ อิ่นฮูหยินก็ตักน้ำขึ้นมาล้างหน้าต่อหน้าอิ่นฉางซุ่นทันที
ความรักและความผูกพันในอดีต ไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไป
บุรุษตรงหน้าคือผู้ที่นางรักมาทั้งชีวิต แม้ว่าเขาจะทำให้นางเจ็บปวดเพียงใด นางก็ยังมีความหวังเล็ก ๆ ทว่า สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความปวดร้าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อิ่นฉางซุ่นเฝ้ามองอิ่นฮูหยินล้างหน้าจนเสร็จสิ้น สีหน้าเขาค่อย ๆ คลายลงก่อนกล่าวขึ้นว่า
“ดูท่าทางเจ้าจะดีขึ้นจริง ๆ”
อิ่นฮูหยินมีสีหน้าเรียบเฉย นางค่อย ๆ บิดผ้าเช็ดหน้าให้แห้ง แล้วเช็ดน้ำออกจากใบหน้าและมือของตนเอง จากนั้นนางจึงเงยหน้ามองอิ่นฉางซุ่น แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งว่า
"ท่านพี่ วันนี้ข้าเรียกท่านมา เพราะข้ามีเรื่องอยากขอร้อง"
อิ่นฮูหยินวางผ้าเช็ดหน้าลงในอ่างน้ำ ก่อนมองอิ่นฉางซุ่นแล้วเอ่ยถามอย่างอ่อนโยนว่า
"ท่านพี่ เราสมรสกันมาได้สิบเจ็ดปีแล้วใช่หรือไม่?"
อิ่นฉางซุ่นพยักหน้า "ใช่"
อิ่นฮูหยินคือสตรีที่เขาหลงใหลในวัยหนุ่ม สำหรับเขาแล้วนางเป็นคนที่พิเศษยิ่ง นางเคยอยู่เคียงข้างเขายามลำบาก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา