“ไม่น่าเชื่อถือ” ลู่จิ้นลูบเคราพลางพูดขึ้น “หากข้าหยดเลือดหมูลงในเลือดของข้า เป็นไปได้หรือไม่ที่หมูจะเป็นลูกของข้า?”
หลังจากที่เขาพูดจบ จึงรู้สึกว่าคำเปรียบเปรยเช่นนี้ไม่เหมาะสมอีกแล้ว จึงโบกมือ “อย่างไรก็ตาม ข้าสามารถเป็นพยานได้ว่าการหยดเลือดเพื่อทดสอบความเป็นสายเลือดเป็นเรื่องไร้สาระ ถ้าข้ารู้ว่าเจ้าลูกเต่าคนไหนคิดเรื่องนี้ออกมา ข้าจะทุบตีให้จมดินแน่นอน วิธีนี้ไม่รู้ว่าทำร้ายคนไปกี่มากน้อยแล้ว?”
“ไม่ว่าจะเป็นเลือดหยดเพื่อละลายเลือด หรือเลือดหยดเพื่อระบุกระดูก ก็ล้วนไม่น่าเชื่อถือ” ลู่จิ้นกล่าว
สีพระพักตร์ของฮ่องเต้ดูไม่ดี
ฉินเหยี่ยนเย่ว์เห็นสีพระพักตร์ของพระองค์ผิดปกติ จึงเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง “ลูกสามารถยืนยันได้ว่าการหยดเลือดเพื่อทดสอบความเป็นสายเลือดนั้นไม่น่าเชื่อถือ หรือไม่มีมูลฐานใด ๆ แม้แต่น้อยเพคะ หากต้องการระบุความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูก จำต้องมีขั้นตอนที่ซับซ้อนมากขึ้นเพคะ”
“ซับซ้อนอย่างไร?” ฮ่องเต้เลิกพระขนงเล็กน้อย
“หากเทคโนโลยีมีความสมบูรณ์ เส้นผมและเลือดหยดหนึ่งก็สามารถแยกแยะได้แล้ว ทว่าปัจจุบันไม่มีเงื่อนไขที่จะทำเลย” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าว “ทำได้เพียงคาดเดาคร่าว ๆ ตามลักษณะทางกายภาพเท่านั้นเพคะ”
“โอ้?” ฮ่องเต้ขมวดพระขนง “ว่าต่อไป”
“ตัวอย่างเช่น เส้นฝ่ามือบนฝ่ามือ ตาชั้นเดียวและสองชั้น ความยาวของนิ้วมือและนิ้วเท้า เป็นต้น” นางกล่าว “จากรายละเอียดเหล่านี้ ก็สามารถอนุมานว่าหนึ่งหรือสองได้เพคะ”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง” ฮ่องเต้ลดสายพระเนตรลงเพื่อปกปิดความสับสนวุ่นวายในดวงพระเนตร “เรารู้แล้ว เจ้าออกไปเถอะ”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์รีบยอบตัวลงและกล่าวขอตัว
ลู่จิ้นเองก็อยากไปเช่นกัน
“ท่านพ่อรอง เรามีเรื่องจะคุยกับท่าน” ฮ่องเต้เรียกเขา
“คราวหน้าเถอะ” ลู่จิ้นโบกมือ “ข้ามีเรื่องจะพูดกับศิษย์น้องหญิงมากมายเลยทีเดียว”
เสียงของฮ่องเต้เนิบนาบ “จู่ ๆ เราก็นึกขึ้นมาได้ ว่าถึงเวลาควรเปิดสุราชั้นดีที่ฝังมานานสามสิบปีแล้ว"
ลู่จิ้นกลืนน้ำลาย “สุราชั้นดีที่ฝังไว้สามสิบปีน่ะหรือ?”
“สามสิบปีก่อน เราให้คนเสาะหารวบรวมหิมะแรกจากดอกเหมยแรกบาน ต้มหมักรวมสองขวด เรายังอยากจะแสดงความกตัญญูต่อท่านพ่อรอง แต่หากท่านพ่อรองยืนกรานที่จะไป เช่นนั้นเราคงทำได้เพียงดื่มตามลำพังแล้วล่ะ” ฮ่องเต้ถอนหายใจ
“ศิษย์น้องหญิง ข้ายังมีเรื่องที่ต้องทำนิดหน่อย เจ้าไปก่อนเถอะ” ลู่จิ้นกลับมานั่งอีกครั้ง
ฉินเหยี่ยนเย่ว์เห็นว่าฮ่องเต้หลอกล่อเขาด้วยสุราให้กลับไปสำเร็จ จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
กิ่งไม้ที่แห้งตายเองก็ปกคลุมไปด้วยหิมะเช่นกัน นกกางเขนโฉบบินมาเหยียบย่ำกิ่งไม้ หิมะตกจนเกิดส่งเสียงแซ่กแซ่ก
ครั้นเดินบนหิมะที่ยังไม่ได้เกลี่ยออกข้างทาง จึงได้ยินเพียงเสียงเหยียบย่ำหิมะ
“ตงฟางหลีคาดการณ์เรื่องนี้ไว้นานแล้วหรือ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ที่เดินนำหน้าพูดขึ้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
“พระนางกำลังพูดถึงเรื่องอะไร?” คิ้วของลู่ซิวขมวดคิ้วเบา ๆ
“ตงฟางหลีคาดการณ์เรื่องนี้ไว้นานแล้วหรือยังว่ามู่เหยี่ยจะมา? เขาถึงขังข้าไว้ในเรือนนวล และกำหนดวันที่ข้าจะออกมาด้วย” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ถอนหายใจ “เขาต้องคาดการณ์ได้ว่าข้าจะขัดแย้งกับมู่เหยี่ย ดังนั้นเขาจึงจัดเตรียมการต่าง ๆ ”
ยาพิษที่นางทำในเรือนนวล การที่ตู้เหิงปกป้องและช่วยเหลือพวกไป๋โค้ว วันสวดมนต์ของพระสนมเจิ้น รวมถึงการปรากฏตัวของบรรพบุรุษเฒ่าสกุลลู่ในวันนี้ และคำพูดเรื่องนักพรตเต๋าเทียนหลิง เป็นต้น...
เรื่องเหล่านี้ เกรงว่าทั้งหมดจะเป็นตงฟางหลีที่เตรียมการ
บุรุษที่เหมือนสุนัขจิ้งจอกผู้นั้น เปรียบเสมือนมือฉมังด้านหมากรุก จัดทุกหมากอย่างชาญฉลาดและเหมาะสม
“เขาคาดการณ์ไว้นานแล้วว่าฮองเฮาจะวิพากษ์วิจารณ์ตัวตนของข้า ถึงได้เชิญบรรพบุรุษสกุลลู่ออกมาใช่ไหม?” นางหันหน้าไป “ข้าเองก็เพิ่งจะรู้ ว่าเรื่องที่เชิญบรรพบุรุษสกุลลู่ออกจากเขาที่เจ้าเคยพูดเมื่อวานนี้ที่แท้ก็หมายถึงเช่นนี้เอง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้เหล่อ232 เจ้าของเว็บเช็คให้หน่อยค่ะ...
ลองเข้าใหม่แล้วก็ไม่สามารถปลดล็อคได้...
ปลดล็อคไม่ได้...
ปลดล็อคอ่านไม่ได้...