คนบางคนยึดติดอยู่กับชื่อเสียง ความมั่งคั่งและอำนาจ โดยหาได้ดึงสติกลับมาได้ไม่ ถึงแม้จักเป็นเขาเอง ก็ยังหลงใหลถึงแม้จะก้าวไปข้างหน้าก็ตาม
หากแต่นางกลับมองทุกอย่างได้ทะลุปลุโปร่ง
“หากคำพูดเหล่านี้ถูกเผยแพร่ออกไปละก็ ย่อมสามารถเป็นโทษประหารตัดหัวเจ้าได้เลยทีเดียว” เขากล่าว “อย่าริอาจเอ่ยวาจาออกมาพร่ำเพรื่ออีก”
“โลกมนุษย์มิคู่ควร” น้ำเสียงของฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันอ่อนลง
“คุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่า มีเพียงสัมผัสด้วยตนเองเท่านั้นที่รู้ดี ในฐานะคนในราชวงศ์นั้น พวกเขาหาได้มีอิสระไม่” ตงฟางหลีกล่าว “หากเจ้าเอ่ยวาจามิรู้จักกาละเทศะ อย่าว่าแต่หลายสิบปีเลย เกรงว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าคงมิอาจมีชีวิตรอดได้”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์หาได้โต้ตอบกลับไปไม่
นางเพียงแค่ถอนหายใจออกมา ก่อนจะเอนตัวไปพิงกับผนังรถม้าด้านในสุด พร้อมทั้งดึงผ้าห่มขึ้นมาปกปิดร่างกายที่กำลังสั่นเทาของตนเอง
ร่างกายของนางถึงขีดจำกัดแล้ว
นางจำเป็นต้องพักผ่อน
ตงฟางหลีที่มองเห็นฉินเหยี่ยนเย่ว์จากแสงไฟจากเต่าถ่านด้านในรถม้านั้น
ถึงจักเป็นเพียงแสงไฟสลัว ทว่า ก็สามารถเห็นใบหน้าของนางที่แดงระเรื่อ พร้อมทั้งร่างกายที่ดูคล้ายจักสั่นเทาจากความหนาวเย็น
“หนาวหรือ?” ตงฟางหลีเอ่ยถาม
“พอได้”
“ให้” ตงฟางหลีพลันยื่นเตาไฟให้นาง
ยามที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์พยายามจะเอื้อมมือออกไปรับมันมานั้น มือของนางกลับสั่นมากเสียจน ทำเอาเตาไฟหล่นลงไปบนพื้น ถ่านไม้ที่ติดไฟจึงกระจัดกระจายไปทั่วพรมบนรถม้าในทันที
เมื่อตงฟางหลีเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดีนั้น เขาจึงรีบเคลื่อนตัวเข้าไปดับถ่านไฟเหล่านั้นแทน
ภายใต้แสงไฟที่ส่องสว่าง นั่นจึงทำให้ตงฟางหลีเห็นสภาพที่ผิดปกติของฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้ในที่สุด
“เจ้าเป็นอันใดไป?” ตงฟางหลีเอ่ยถาม
“หนาวนิดหน่อย” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าว “เกรงว่าฤทธิ์ยาอาจจะหมดแล้ว ไข้ถึงกลับมาอีกเช่นนี้”
ตงฟางหลีจึงยกมือขึ้นไปทาบที่หน้าผากของนาง
เมื่อสัมผัสเย็น ๆ กระทบตัวนางนั้น ทำเอาฉินเหยี่ยนเย่ว์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันหน้าไปอีกทางหนึ่ง “หาใช่เรื่องใหญ่อันใดไม่”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน