“อะไรนะ?”
ทุกคนพากันตกตะลึง และไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เห็น
“ไม่…ไม่ตายงั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้…”
“ทำไมพลังมังกรของพวกเราถึงฆ่าเขาไม่ตาย?”
“เขากำลังใช้วิธีการอะไรอยู่กันแน่?”
“ทำไมพลังมังกรถึงทำอะไรเขาไม่ได้เลย?”
ทุกคนติดอยู่ในความสงสัยของตัวเอง
ความรุนเเรงเมื่อกี้นี้ แม้ว่าจะเป็นเทพแต่อย่างน้อยก็ต้องมีถลอกอะไรกันบ้างล่ะ
แต่นี่กลับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย!
หรือว่าเขาจะแข็งแกร่งกว่าเทพงั้นเหรอ?
“ไม่ ไม่ใช่ว่าพลังมังกรจะทำอะไรเขาไม่ได้ แต่วิธีการโจมตีของพวกนายถูกเขามองออกแล้ว!”
เย่เหยียนกัดฟันพูดแล้วพูดต่อด้วยเสียงต่ำว่า “พวกนายไม่ควรหยุดโจมตี พวกนายควรที่จะโจมตีเขาต่อไปเรื่อยๆ การโจมตีเมื่อกี้นี้มีผลอยู่ ไม่เห็นเหรอว่าเขาเองก็ได้รับบาดเจ็บอยู่?”
“แต่ทำไมมันไม่ตายล่ะ?”
มีคนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว
“นั่นก็เพราะว่าเขาหลบการโจมตีส่วนใหญ่ของพวกนายได้ยังไงล่ะ!”
เย่เหยียนพูดเสียงต่ำ “เขาเข้าใจวิธีการและเส้นทางในการโจมตีของพวกนายเเล้ว เพราะฉะนั้นเขาจึงหลบเลี่ยงมันได้!”
“หลบเลี่ยง?”
ทุกคนพากันตะลึงและไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง
การโจมตีที่รุนแรงและหนาแน่นขนาดนี้สามารถหลบเลี่ยงได้ทั้งหมดเลยเหรอ?
เป็นไปได้ยังไง?
“โจมตีต่อไป! อย่าหยุด เขาต้านไว้ได้ไม่นานหรอก!”
เย่เหยียนตะโกนออกคำสั่งอีกครั้ง
ชายรูปร่างสูงใหญ่นึกได้จึงเร่งปล่อยพลังออกไปอีกครั้ง
“โจมตีต่อไป? ตอนนี้ยังทันเหรอ?”
หลินหยางพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง จากนั้นเก็บเจี้ยนฮวาปี่และดาบมารไร้เทียมทาน และในขณะเดียวกันก็ถ่ายพลังไปที่แขนด้านขวาทั้งหมด
ในขณะที่พลังมังกรกำลังโจมตีเข้ามา แขนของเขาก็ค่อยๆยกขึ้น
จากนั้นก็เห็นแผนที่หมื่นดาบลอยอยู่ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะปรากฏอยู่ในมือของเขา
แผนที่หมื่นดาบสั่นอย่างบ้าคลั่งในขณะที่พลังมังกรนั้นโจมตีเข้ามา
เหมือนมังกรตัวยาวกำลังกระโดดและเหาะเหิน
อีกทั้งในเวลาเดียวดันนั้นเอง บนแผนที่หมื่นดาบก็ปรากฏดาบศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด และดาบทั้งหมดก็มีชีวิตขึ้นมา
“อะไรน่ะ?”
เย่เหยียนตกใจจนสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดและหันหลังถอยกลับอัตโนมัติ
ขณะนี้ ดาบทั้งหมดก็ลอยเต็มใกลางแดนมังกร
เส้นประสาทของชายร่างสูงใหญ่แทบจะขาดผึง
รับรู้ถึงความอันตรายที่รุนแรงที่คืบคลานเข้ามาจนถึงหัวใจของเขา
“ไม่! ไม่ทันแล้ว! รีบวิ่ง! วิ่ง! ”
ชายร่างสูงใหญ่ตะโกนขึ้นพร้อมกับหมุนตัวไปและคว้าหญิงสาวผมขาวที่อยู่ห่าไม่ไกล จากนั้นก็รีบหนีอย่างหัวซุกหัวซุน
ส่วนคนที่เหลือหลังจากที่เรียกสติกลับมาได้ก็พากันวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตไม่กล้าแม้แต่จะหยุดวิ่ง
ต่อมา
สึบสึบสึบสึบ...
ดาบศักดิ์สิทธิ์จำนวนนับไม่ถ้วนก็โผล่ออกมาจากแผนที่หมื่นดาบราวกับฝนที่ตกลงมาจากฟากฟ้า และพุ่งตรงไปยังกลุ่มคนผมขาวเหล่านั้น
มีอีกหลายคนที่ยังคงเร่งพลังนั่นทำให้ไม่สามารถที่จะหลบหนีได้ทันในขณะที่ฝนดาบนั้นแทงทะลุร่างกายและตายไปในที่สุด
ส่วนคนอื่นๆยังคงต้านพลังของฝนดาบ
แต่ทว่าเมื่อพวกเขาจะกระจายกำลังออกไปเพื่อป้องกันการโจมตีนั้นกลับต้องตกใจเมื่อฝนดาบนั้นต้านไม่อยู่
มันถูกพลังมังกรควบคุมการขับเคลื่อนอย่างสมบูรณ์ และพลังกระดูกมังกรนี้เป็นพลังบริสุทธิ์ ยากที่จะหาะลังอื่นมาเทียบได้อีกทั้งยังเป็นพลังที่ไร้ขีดจำกัด หากเทียบกับพลังของพวกเขาแล้วนั้นเปราะบางเกินกว่าที่จะต้านพลังกระดูกมังกรนี้ได้ แล้วจะให้พูดถึงการต้านทานพลังนี้โดยการสร้างเกราะพลังงั้นเหรอ?
และทันใดนั้น พลังของฝนดาบได้กลืนกินผู้คนไปมากมาย
ส่วนคนที่เหลือนั้นวิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมามอง
และไม่ว่าฝนดายจะเคลื่อนที่ผ่านตรงไหน ตรงนั้นก็จะกลายเป็นผุยผงในทันที
ไม่มีใครที่จะสามารถหยุดพลังที่น่ากลัวและเเข็งแกร่งของฝนดาบนี้ได้
ในมือของหลินหยางถือแผนที่หมื่นดาบเอาไว้และปล่อยให้พลังฝนดาบนั้นกวาดไปตลอดทาง
ชาวเมืองหลงซินต่างตกใจกับการกระทำของเขา
ทางฝั่งเย่เหยียนนั้นหันกลับมามองหลินหยาง ลูกศิษย์ของเขาเองก็มองตามกันเป็นตาเดียวด้วยแววตาและสีหน้าที่ขุ่นเคืองในตัวของหลินหยาง
“เย่เหยียน! ไอ้สารเลว!”
“เชี่ยเอ้ย ฉันจะฆ่าแก!”
ทุกคนโกรธจัด จากนั้นเริ่มโจมตีบาเรียสีดำนั้นอย่างบ้าคลั่ง
แต่เย่เหยียนก็ได้หนีไปแล้ว
เย่เหยียนไม่มีทางที่จะตกลงกับข้อเสนอที่ว่าจะให้ยกทางกันหลบหนีหรอก
เพราะว่าถ้าหากแยกกันหลบหนีล่ะก็ หลินหยางจะไม่ตามคนอื่นๆเลย แต่จะไล่ตามเพียงแค่เขา
และด้วยความสามารถของหลินหยางในตอนนี้ที่สามารถดูดซับพลังของชีพจรมังกรได้ไว้ทั้งหมด เเน่นอนว่าตัวเขาเองไม่สามารถที่จะต่อกรกับหลินหยางได้ ถ้าหากว่าโดนตามทันล่ะก็แต่มีแต่จะตายสถานเดียว
ด้วยเหตุนี้ เย่เหยียนจึงยอมสละคนเหล่านั้นไว้ข้างหลัง เย่เหยียนเองก็ไม่มีวิธีอื่นนอกจากวิธีนี้แล้ว
ถึงแม้ว่าบาเรียของเย่เหยียนจะแน่นหนา แต่ทุกคนก็มีพลังมังกร พวกเขารวมพลังกันพร้อมกับดจมตีบาเรียนั้น ไม่นานบาเรียสีดำก็แตกสลาย
แต่หลังจากที่บาเรียสลายไป นั่นก็ทำให้หลินหยางที่ไล่ตามหลังมานั้นตามทัน
เขาทิ้งตัวลงที่ด้านหลังของทุกคน และมองพวกเขาด้วยเเววตาที่ราบเรียบ
ชายร่างสูงใหญ่ได้เห็นสถานการณ์ดังนั้น จึงรึบวางหญิงสาวผมขาวลงทันทีเพื่อที่จะเตรียมตัวสู้กับหลินหยางโดยไม่คิดหวงชีวิต
“กลิ่นของพลังชั่วร้ายนั้นแรงจริงๆ”
หลินหยางมองไปที่เศษซากของบาเรียที่กระจายเป็นเสี่ยงๆที่กำลังลอยตามสายลมไป จากนั้นก็ละสายตามามองกลุ่มคนนั้นแทน และพบว่าเย่เหยียนไม่อยู่แล้ว เขาพอจะคาดเดาอะไรออกแล้ว
“ดูท่าแล้วเย่เหยียนคงทิ้งพวกนายเอาไว้สินะ”
หลินหยางหัวเราะในลำคอ
“ถ้าจะฆ่ากันให้ตายจริงๆ ฉันก็ไม่กลัวหรอก อย่างมากก็แค่ตายกันไปข้างนึง!”
ชายร่างสูงใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงเย็น
“ไม่ต้องตระหนกไปหรอกน่า อันที่จริงอล้วฉันก็ไม่ได้มีความแค้นอะไรกับพวกนาย คนที่ฉันจะฆ่าก็คือเย่เหยียนเเค่คนเดียวเท่านั้น และแน่นอนถ้าหากว่าพวกนายอยากจะสู้กับฉันจนตัวตาย ฉันก็ไม่ได้ขัดอะไร!”
หลินหยางกล่าว
หลังสิ้นคำพูดนั้น ชายร่างสูงใหญ่และทุกคนก็ชะงักเพราะตกใจอยู่เหมือนกันที่หลินหยางพูดออกมาแบบนั้น
“นายหมายความว่ายังไง?”
ชายคนหนึ่งถามขึ้น
“ฉันจะปล่อยพวกนายไป!”
หลินหยางพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...