เข้าสู่ระบบผ่าน

สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา นิยาย บท 3750

ฮูลา!

เสียงผิวหนังถูกฉีกออกดังขึ้น

จากนั้นก็เห็นแขนข้างหนึ่งถูกโยนมาทางค่ายกลเลือดเนื้อ ตามด้วยเสียง ‘ปัง’ดังออกมา

ค่ายกลเลือดเนื้อเพิ่มระดับความแข็งแกร่งขึ้นอีก

บริเวณใจกลางค่ายกลเลือดเนื้อ หลินหยางเป็นเหมือนรังไหมอันหนึ่ง ขดรัดตัวขึ้นมา และใต้ร่างกายของเขา มีรอยแตกอยู่เส้นหนึ่ง

นั่นคือรอยแตกของค่ายกลเลือดเนื้อ

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ไม่ได้เติมรอยแตกเส้นนี้ เขาเว้นรอยแตกไว้เพื่อให้พลังโบกสะบัดออกมา และเข้าสู่ร่างกายของหลินหยาง

หลินหยางดูดรับรอยแตกเหล่านี้ทีละนิดๆ

ร่างกายของเขาค่อยๆมีออร่าขึ้น แสงสีน้ำเงินแผ่ซ่านออกมามากขึ้นเรื่อยๆ

ในที่สุด

ปัง!

เสียงระเบิดดังออกมา

แสงสีน้ำเงินกระจายออก

หลินหยางลืมตาขึ้นช้าๆ

“ระดับที่เก้า!”

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ที่แขนขาดสองข้างมองอย่างไม่อยากจะเชื่อ

ถึงแม้ว่าความเจ็บปวดที่แขนขาดออกไปจะทำให้เขาหน้าซีดเผือดเหงื่อแตก แต่เขาในเวลานี้เหมือนลืมความเจ็บปวดของแขนสองข้างไปเลย เขาจ้องมองหลินหยางอย่างตะลึง

บนใบหน้าของหลินหยางไม่แสดงออกสีหน้าท่าทีเท่าไหร่ เขามองแขนของตัวเองอยู่สักพักหนึ่ง จากนั้นเอ่ยปากพูดว่า: “ตอนนี้กี่วันแล้ว?”

“หกวันแล้ว!”

“หกวัน? ยัง….ช้ามาก….”

“ยังช้า?”

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้คิ้วขมวดเป็นปม: “เด็กหนุ่ม ไม่ต้องเร่งรีบ เวลาแค่หกวันคุณได้รับการถ่ายทอดจากผมถึงระดับที่เก้า มันเหลือเชื่อมาก! คุณจะเอายังไงอีก?”

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้เชื่ออย่างชัดเจนแล้ว ว่าพรสวรรค์ของเด็กหนุ่มคนนี้แข็งแกร่งกว่าตัวเองหลายเท่า

“ตอนนี้เวลาคือชีวิต แม้ว่าผมจะได้รับการถ่ายทอดความรู้จากคุณ แต่อยากมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ยังยากอยู่ และถ้าความเร็วยังอยู่ระดับนี้ เวลาสามสิบวันไม่พอแน่นอน”

หลินหยางพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ตะลึงอยู่สักพักหนึ่ง จากนั้นเข้าสู่ความเงียบไม่พูดไม่จา

ชัดเจน

ตอนนี้เขาเหลือขาแค่สองข้าง ถ้าเอาสองขามาเสริมความแข็งแรงของวงเวทย์ มากที่สุดก็สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้ไม่ถึงครึ่งเดือนหรอก

และถ้าเอาเลือดเนื้อล็อตสุดท้ายออกมา เขาก็ไม่สามารถชี้แนะหลินหยางได้อีก

ดังนั้นเวลาที่เขาจะสามารถถ่ายทอดความรู้ทักษะให้หลินหยางได้ มีแค่สิบกว่าวันเอง…

“เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ เปิดรอยแตกเส้นนี้ให้กว้างขึ้นอีก”

หลินหยางครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่ง จากนั้นชี้รอยแตกใต้ร่างกายของตัวเองทันที

“คุณบ้าไปแล้วเหรอ? เปิดให้กว้างขึ้นอีก เนื้อหนังมังสาของคุณจะถูกพลังกัดกร่อนได้ ถึงเวลานั้นอย่าว่าแต่ฝึกฝนเลย คุณจะปกป้องชีวิตได้ไหมนั่นละคือปัญหา!”

“คุณวางใจ พลังแค่นี้ฆ่าผมไม่ตายหรอก เปิดออกให้กว้าง!”

“คุณ….ดี! ดีมาก! ในเมื่อคุณรนหาที่ตาย ผมก็จะสนับสนุนคุณเอง!”

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้พยักหน้าไปมา แววตากลับเต็มไปด้วยความชื่นชม

เด็กหนุ่มบ้าคลั่งแบบนี้ ถูกจริตกับเขามาก

ในเมื่อคุณคิดจะสู้สุดความสามารถ งั้นผมก็จะช่วยคุณ!

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้หายใจเข้าลึกๆ ตะโกนขึ้นว่า: “เปิด!”

ตึง!

ทั้งวงเวทย์สั่นไหว

รอยแตกที่อยู่ใต้เท้าหลินหยางเปิดกว้างขึ้น

แม้ว่าบริเวณที่เปิดจะไม่มาก แต่พลังกลับเหมือนน้ำพุทะลักออกมา

หลินหยางรีบนั่งขัดสมาธิ ให้ตัวอยู่ท่ามกลางพลัง จากนั้นก็เริ่มดูดรับ

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้มองด้วยสายตาตึงเครียด

แต่วินาทีต่อมา หลินหยางก็ตะโกนพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทันทีว่า: “ใหญ่อีกหน่อย!”

“อะไรนะ?”

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ชะงักงัน

“ใหญ่อีกหน่อย อย่ายุ่งเยอะ!”

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้สีหน้าแข็งทื่ออึมครึม เงียบอยู่สักพักหนึ่ง จากนั้นตะโกนขึ้นอีกครั้ง

“เปิด!”

ตึง!

วงเวทย์สั่นไหวอีกครั้ง

พลังกระจายพุ่งอย่างรุนแรง

ช่วงเวลานี้ แม้แต่เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ยังสามารถรู้สึกได้ถึงพลังอันน่ากลัวที่ประทุแตกออก…

หลินหยางถูกพลังล้างหมดแล้ว

บริเวณที่เขานั่งสมาธิเหมือนถูกพลังเติมเต็มทั้งหมด

โชคดีที่เวลานี้หลินหยางดูดรับพลังไม่หยุด พลังจึงเติมเต็มภายในวงเวทย์ไม่ได้

ไม่อย่างนั้นนะเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ตายแน่

เพราะเขาเผาพลังต้นกำเนิด วรยุทธ์จึงลดลงมากกว่าครึ่ง ถึงแม้เวลานี้การเผาพลังต้นกำเนิดจะถูกหยุดแล้ว แต่เขาก็ไม่สามารถต้านทานพลังนี้ได้อย่างแน่นอน บวกกับสภาพตอนนี้ ถ้าเขาถูกพลังพันรอบเนื้อหนังมังสา ไม่ถึงหนึ่งนาทีเขาก็ถูกพลังเหล่านี้จัดการราบคาบแล้ว

แต่คิดไม่ถึงว่าหลินหยางจะสามารถคละเคล้าอยู่ท่ามกลางพลังได้ แถมยังรวมเขาเข้าด้วย

“เพราะกระดูกเทพสูงสุดเหรอ?”

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้จ้องมองหลินหยาง แล้วพูดบ่นพึมพำขึ้นมา

“กระดูกเทพสูงสุดที่เล่าขานกัน ไม่ธรรมดาจริงๆคิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะแย่งชิงกระดูกเทพสูงสุดกับดวงตาเทพสูงสุดมาได้ หลักแหลมมาก!”

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้หายใจเข้าลึกๆ ปากก็ท่องคาถาอย่างต่อเนื่อง เหมือนอธิบายการสืบทอดของตัวเองให้หลินหยางฟัง

แต่แล้วเวลานี้ หลินหยางที่กำลังดูดรับอยู่เหมือนรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงพูดขึ้นอีกครั้ง

“ท่านเจิ้นอวี้ เปิดรอยแตกอีกหน่อย!”

“อะไรนะ?”

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้อึ้งกิมกี่แล้วตอนนี้

“เหล่านี้….ยังไม่พอ….”

“คุณจะรีบส่งผมไปตายเหรอ?”

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ตกตะลึงพูดขึ้น

“วางใจ ท่านเจิ้นอวี้ ไม่เป็นอะไรหรอก!”

หลินหยางหลับตาสองข้าง พูดด้วยน้ำเสียงอึมครึมว่า: “ผมเชื่อว่าจะดูดรับพลังเหล่านี้ได้เพียงพอ คุณใจกล้าเปิดก็พอ!”

แต่พลังรอบกายหลินหยางเข้มข้นขึ้นมาอีกครั้ง เขาเข้าใกล้หลินหยางแค่สองเมตร ก็ถูกพลังเหล่านี้ดันบังคับถอยหลังแล้ว

ทำไมเป็นแบบนี้?

ตอนนี้ควรทำยังไงดี?

“ตกม้าตายเหรอ?”

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้กัดฟันแน่น รู้สึกไม่โอเค

แต่แล้วเวลานี้ หลินหยางได้นั่งสมาธิและอ้าปากสูดหายใจเข้าทันที

พลังที่อยู่บริเวณโดยรอบทะลักเข้าไปในปากเขา…

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ตลึงตาค้าง

หมายความว่ายังไง?

ทำไมกลืนอีกแล้ว?

หรือว่า…พลังก่อนหน้านี้ ถูกเขาย่อยสลายแล้ว?

เป็นไปไม่ได้!

พลังเหล่านั้นมีความเข้มข้นเหลือเกิน อีกทั้งปริมาณยังมาก แม้ว่าจะได้รับการช่วยเหลือจากกระดูกเทพสูงสุด ก็ไม่สามารถย่อยสลายได้อย่างง่ายดายหรอก

มีปัญหา!

มีปัญหาแน่นอน!

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้หยุดบาดแผลบริเวณแขนของตัวเอง และสังเกตการณ์อย่างอดทน

สิ่งที่เห็นคือหลินหยางกลืนพลังเข้าไปทุกห้านาที

เขากลืนอยู่อย่างนี้ไม่หยุด ทุกครั้งที่กลืนพลังยิ่งเพิ่มมากขึ้น ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

เวลาผ่านไปช้าๆ คิดไม่ถึงว่าพลังที่ไหลล้นออกมาจากรอยแตกจะตามไม่ทันระดับการกลืนของหลินหยาง

ฉากนี้ทำให้เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ตลึงตาค้าง

“คุณ…ทำได้ยังไง?”

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้บ่นพึมพำและถามขึ้น

“พรสวรรค์ วรยุทธ์ ทำไม่ถึงจุดนี้ ผมทำได้เพียงอาศัยทักษะการแพทย์ไปแก้ไขสิ่งเหล่านี้!”

หลินหยางหลับตาสองข้างลง พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า: “ผมแค่เสริมความแข็งแรงเนื้อหนังมังสาของผมนิดหน่อย ถึงได้ทำให้ร่างกายของผมดูดรับพลังเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว!”

“เสริมความแข็งแรงเนื้อหนังมังสา?”

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ตกตะลึงชั่วขณะ พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า: “เว้นแต่อวัยวะของคุณจะทำด้วยเหล็กกล้า ไม่อย่างนั้นนะไม่ว่าคุณจะเสริมความแข็งแรงยังไง ก็ไม่สามารถต้านทานพลังเหล่านี้ได้หรอก! คุณหลอกผม!”

“ผมไม่มีเวลามาหลอกคุณ!”

หลินหยางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า:”ถ้าผมสามารถทำให้ระดับเนื้อหนังมังสาลอยสูงขึ้นถึงระดับเทพยุทธ์สูงสุดล่ะ?”

“ทำให้ระดับเนื้อหนังมังสาลอยสูงขึ้นถึงระดับเทพยุทธ์สูงสุดเหรอ?”

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้หายใจติดขัด: “หรือว่า…เนื้อหนังมังสาของผมถึงระดับขอบเขตนี้เหรอ?”

“ไม่ใช่!”

หลินหยางลืมตาสองข้างขึ้นช้าๆ และมองพลังที่พันอยู่รอบกายตัวเอง จากนั้นพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า: “ผมพูดถึงเทพยุทธ์สูงสุด นั่นก็คือแข็งแกร่งกว่าคุณ และมันคือขีดจำกัดเทพยุทธ์!”

“ขีดจำกัดเทพยุทธ์เหรอ?”

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ตกตะลึงอ้าปากค้าง

แต่ไม่นานเขาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ: “คุณรู้ขีดจำกัดของเทพยุทธ์ได้ยังไงเหรอ? แล้วคุณมาถึงจุดนี้ได้ยังไง? คุณ….คุณไม่ใช่เทพยุทธ์ ทำไมถึงเข้าใจขอบเขตนั้นได้?”

“แน่นอนว่าผมไม่ใช่เทพยุทธ์ แต่ผมเคยศึกษาเนื้อหนังมังสาของเทพยุทธ์ อีกอย่างผมไม่ได้ศึกษาเนื้อหนังมังสาเทพยุทธ์องค์เดียว แล้วผมจะไม่รู้ได้ยังไงว่าขีดจำกัดของเทพยุทธ์เป็นแบบไหน ระดับไหน?”

หลินหยางพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา