คนตระกูลดาบโลหิตเริ่มถอยทัพ
แต่ชัดเจนว่ามู่หรงซงไม่ยอมปล่อยคนเหล่านี้ไป
แม้ว่าคนเหล่านี้จะไม่มีความสำคัญหรือมีค่าอะไรกับอาคารมอบรางวัลนำจับก็ตาม
แต่สำหรับนักธุรกิจ ไม่ว่าอะไรที่จะก่อเป็นภัยคุกคามในอนาคต จำเป็นจะต้องป้องกันและกำจัดทิ้งเสีย
“ไล่โจมตี! ไล่โจมตี! หลี่ขวงเริ่น! เถาเฉิง! พวกคุณยังงงอะไรอยู่เหรอ? ไล่โจมตีให้ผมเร็ว!”
มู่หรงซงตะโกนเสียงดัง เขาจ้องมองคนที่อยู่ทางด้านนั้นด้วยสายตาเย็นชา
หลี่ขวงเริ่นไม่พูดอะไรออกมาสักคำ และยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ไหวติง
เถาเฉิงเองก็ลำบากใจ
“ท่านประธาน…ทำไมทำแบบนี้? พวกเรากับพวกเขาไม่ได้เป็นศัตรูคู่แค้นกันเลย…และท่านหลินช่วยเหลือพวกผมหลายครั้ง….เพราะอะไรถึงต้องทำแบบนี้….”
เถาเฉิงพูดขึ้นด้วยความเจ็บปวดทรมานใจ
“พวกเราคือนักธุรกิจ นักธุรกิจให้ความสำคัญกับผลกำไร ไม่สนใจผิดชอบชั่วดีอะไรทั้งนั้น คุณคิดแบบนี้ พิสูจน์ได้ว่าคุณไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะกับการเป็นนักธุรกิจ! เถาเฉิง ผมผิดหวังในตัวคุณมาก”
มู่หรงซงพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ สายตาจ้องมองเถาเฉิงอย่างอำมหิต
“ตัวตลกกลุ่มนี้ ให้หนีไปเถอะ รอผมจัดการเจิ้นอวี้กับหลินหยางเสร็จ พวกมันก็เป็นแค่เนื้อบนเขียงของผมเท่านั้นแหละ”
เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนไม่สนใจอยู่แล้ว
พอได้ฟังคำพูดนี้ มู่หรงซงจึงพยักหน้าไปมา
ทั้งสองคนยังไม่ละความพยายาม เพราะท่านย่าดาบโลหิตไม่ได้หนีไป ท่านย่ายังคงโจมตีทั้งสองคนอยู่เหมือนเดิม เหมือนท่านย่ายังอยากจะทำการต่อสู้ดิ้นรนสุดท้ายอยู่
“ท่านย่า!”
เม่ยเมิ่งตะโกนเสียงดังลั่น
“พวกคุณหนีไป! ฉันจะอยู่ต่อ!”
ท่านย่าดาบโลหิตกัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงอึมครึมว่า: “ท่านหลินเป็นคนช่วยชีวิตให้ฉันรอดมา วันนี้ ฉันก็จะคืนให้เขา!”
“ท่านย่า ทำแบบนี้ทำไม?”
หลินหยางที่อยู่ด้านในกำแพงเนื้อลืมตาขึ้น จ้องมองท่านย่าดาบโลหิตแล้วพูดว่า: “คุณหนีไปก็จบ ผมจะหาหนทางหนีเอง!”
“ท่านหลิน ท่านมีพระคุณ ช่วยตระกูลดาบโลหิตไว้หลายครั้ง บุณคุณแบบนี้ ยากที่จะตอบแทน วันนี้ฉันไม่สามารถช่วยเหลือท่านหลินได้ แล้วถ้าหนีออกไป ต่อให้รอดก็ไม่มีหน้ามีเกียรติที่จะใช้ชีวิตต่อไปหรอก มีเพียงทางเดียวคือตายเพื่อตอบแทนบุญท่าน!”
ท่านย่าดาบโลหิตยกดาบโลหิตขึ้นทันที และแทงลงไปบริเวณหน้าอกตัวเอง
เฮือก!
ดาบโลหิตแทงทะลุลำตัวที่หลังค่อมของเธอในเวลานี้
“ท่านย่า!”
เม่ยเมิ่งตะโกนเสียงแหลมออกมา เธอเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ คนทั้งคนนั่งคุกเข่าลงบนด้วยจิตใจที่แตกสลาย น้ำตาไหลอาบแก้มร่วงหล่นลงบนพื้น
ทุกคนประหลาดใจเป็นอย่างมาก
ท่านย่าดาบโลหิตทำอะไรเหรอ?
ยังดีๆอยู่เลย นี่คือต้องการฆ่าตัวตายเหรอ?
“นังแก่ฉลาดจริงๆ!”
มู่หรงซงพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า: “ในเมื่อไม่กล้ามีชีวิตต่อไป งั้นก็รีบตายไปซะตาย!”
“ไม่ชอบมาพากล…”
เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนเหมือนสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงพูดด้วยสีหน้าดูไม่ได้ว่า: “นังแก่ผู้นี้….น่าจะมีทางหนีทีไล่!”
“ทางหนีทีไล่เหรอ?”
มู่หรงซงชะงักงัน
“อา!”
สิ่งที่เห็นคือท่านย่าดาบโลหิตที่เอาดาบโลหิตแทงทะลุร่างลืมตาขึ้นและร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดออกมา คนทั้งคนวิ่งกระโจนเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง
วินาทีที่กระโจนเข้ามา ร่างของเธอมีแสงเลือดกระจายออก คิดไม่ถึงว่าดาบโลหิตที่แทงทะลุร่างของเธอนั้น จะมีพลังที่น่ากลัวกระเพื้อมกระจายออกทั่วบริเวณโดยรอบ
“แย่แล้ว!”
มู่หรงซงตกตะลึงพรึงเพริด
“ป้องกัน
เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนเองก็ตกใจ เขารีบขับเคลื่อนพลังแห่งสวรรค์ มาคลุมร่างกายอย่างรวดเร็ว
แต่การป้องกันของพวกเขายังไม่กระจายออกมาไม่เสร็จสมบูรณ์
ครืน!
เลือดอันน่ากลัวระเบิดออกมาอยู่ตรงด้านหน้าอาคารมอบรางวัลนำจับ
“เสร็จแล้ว สำเร็จแล้ว! พวกเขาถูกขังในสนามพลังใต้ดินแล้ว ใช้เวลาไม่นาน พวกเขาก็จะถูกพลังเหล่านี้ฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย สูญหายตายไป ฮ่าๆๆ….”
“พลังสนามชั้นใต้ดินเหรอ?”
เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนมองกรงเล็บมังกรด้านล่าง จากนั้นยิ้มและพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า: “ประธานมู่หรง ดูเหมือนว่าอาคารมอบรางวัลนำจับของคุณมีความลับไม่น้อยเลยนะ”
“ยังไงสุดท้ายผลลัพธ์ก็คือดี!”
มู่หรงซงยักไหล่
เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนพยักหน้า และเขาก็ไม่เยิ่นเย้อ ยกมือโบกสะบัดไปทางนั้นทันที
ครืน…
เศษก้อนหินจำนวนมากลอยขึ้นมา ปกคลุมวงเวทย์เลือดเนื้อไว้
ชั่วพริบตาเดียว อุโมงค์ใหญ่ที่วงเวทย์เลือดเนื้อทะลุผ่านก็ถูกอัดแน่นเต็มแล้ว
หลินหยางกับเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ถูกฝังลึกอยู่ใต้ดิน
“ไอ้สารเลว! ไอ้สารเลว!”
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ยังคงโจมตีวงเวทย์เลือดเนื้ออย่างสุดชีวิต
กำแพงเลือดเนื้อที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้แตกกระจายละเอียดแล้ว
ตามอัตราความเร็วนี้ ให้เวลาเขาอีกแค่ไม่กี่นาที เขาก็จะสามารถโจมตีวงเวทย์เลือดเนื้อได้แล้ว
แต่เวลานี้วงเวทย์ได้จมเข้าสู่ใจกลางพลังสนามแล้ว เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ที่ต้องการถล่มค่ายกลชั่วร้ายจึงต้องหยุดลงมือ
ตอนนี้จะมาถล่มค่ายกลชั่วร้ายมันสายเกินไปแล้ว
พอค่ายกลชั่วร้ายแตกสลาย ตรงกันข้ามพวกเขาเองต่างหากที่จะถูกพลังแปลกพิลิกที่อยู่บริเวณโดยรอบกัดกร่อน ยิ่งจะต้องตาย
“มู่หรงซง เสี้ยวเทียน! ถ้าชาติหน้ามีจริง ฉันจะต้องหั่นศพพวกแกเป็นหมื่นชิ้นแน่นอน!”
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้นัยน์ตาแดงก่ำ ตะโกนด่าด้วยน้ำเสียงดุร้าย
“ชาติหน้าเหรอ? พูดไม่เลวเลย!”
หลินหยางลืมตาขึ้น มองไปทางเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกพูดว่า: “คุณมีพลังแข็งแกร่งแบบนี้ แต่กลับมองการณ์ตื้นเขิน ภูมิใจจนเกินไป ต้องล้มและตายอยู่ในนี้ก็พอเข้าใจได้!”
“คุณพูดอะไร?”
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้มองด้วยสายตาอำมหิต

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...