การสูญเสียพลังแห่งสวรรค์ในการซ่อมแซมร่างกาย มันสัมพันธ์กับระดับความเสียหายของเนื้อหนังมังสาด้วย
ยิ่งเนื้อหนังมังสาเสียหายอย่างรุนแรง พลังแห่งสวรรค์ก็จะยิ่งสูญเสียไปมาก
และระดับในการสูญเสียของหลินหยางนี้ แค่ห้าครั้งก็ถึงขีดจำกัดแล้ว
แต่ตอนนี้ คาดไม่ถึงว่าเขาจะรักษาตัวเองได้ถึงสิบครั้งแล้ว!
จำนวนสิบครั้ง!
การสูญเสียพลังแห่งสวรรค์เช่นนี้แม้แต่เทพยุทธ์อย่างเขาก็ไม่สามารถทำได้!
แต่หลินหยางยังคงรักษาแผลจนหายสนิท ไม่มีเค้าลางว่าจะหมดเรี่ยวแรงเลยแม้แต่น้อย!
เป็นไปไม่ได้!
คนคนนี้จะต้องใช้กลอุบายพิเศษอะไรบางอย่าง! เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!
แววตาของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้เย็นชา สายตาจับจ้องไปที่หลินหยาง เหมือนกำลังมองหาความผิดแปลกบนร่างกายของเขา
เป็นไปอย่างที่คิดเอาไว้ เขาสังเกตเห็นถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง
นอกจากจะเห็นพลังแห่งสวรรค์รอบๆ ตัวเขาแล้ว เขายังมีพลังพิเศษอย่างมากอีกด้วย
พละกำลังนี้ มันดูเหมือนพลังเวทย์!
"หรือว่า คนคนนี้จะกระตุ้นพลังเวทย์มาฟื้นฟูร่างกาย และเดิมทีเขาไม่ได้ใช้พลังแห่งสวรรค์เลย?"
"เป็นไปได้.....บริเวณโดยรอบนี้ไม่มีคาถาเวทย์ใดๆ เขาจะนำพลังเวทย์มาจากไหน?"
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ขมวดคิ้วแน่น คิดอย่างไรก็ยังไม่เข้าใจ
แต่ทว่าในช่วงเวลานี้เขาก็ต้องตกตะลึง
ชิ้ง!
เสียงก้อนหินถูกฟันจนขาดดังทอดออกมา
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ตะลึงงัน เขาเงยหน้าขึ้นไปมอง และเห็นฉากที่น่าตื่นตะลึง
หลินหยางถือดาบมารไร้เทียมทานด้วยมือทั้งสอง สายตาดุร้ายน่ากลัว และแยกโซ่หินตรงหน้าเขาออกอย่างดุเดือด
ดาบมารไร้เทียมทานปลดปล่อยพลังอันน่าตกตะลึงออกมา อยู่ต่อหน้าพลังนี้ โซ่หินที่แข็งแกร่งก็เปราะบางราวกับกระดาษ.....
ไม่นาน โซ่หินทั้งหมดก็ถูกฟันจนขาด
หลังจากฟันโซ่หินขาดแล้ว หลินหยางก็พุ่งตรงเข้ามาทางด้านนี้ทันที
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้มีสีหน้าเคร่งขรึม และผลักดันโซ่หินไปทางหลินหยางอีกครั้ง
แต่หลินหยางเหมือนกับมองโซ่หินออกอย่างทะลุปรุโปร่ง เขายกดาบขึ้นฟาดฟัน ล้าก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ
ชิ้ง!
ชิ้ง!
ชิ้ง!
ในเวลาชั่วพริบตา โซ่หินที่แข็งแกร่งทั้งสามเส้นก็ถูกสับเป็นชิ้นๆ
ทักษะเทพยุทธ์นี้ คาดไม่ถึงว่าจะถูกทำลายได้?
ผู้คนต่างตกตะลึง
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้กลับสงบนิ่ง
อันที่จริงในมุมมองของเขา ไม่ใช่ว่าหลินหยางทำลายกลยุทธ์ของตนเองได้ เพียงแต่ว่าตนเองไม่อยากเสียพลังไปโดยเปล่าประโยชน์อีกแล้ว
กลยุทธ์นี้จะต้องสูญเสียพลังไปอย่างมาก หากยังกระตุ้นพลังต่อไป เกรงว่ามันจะทำให้พลังแห่งสวรรค์ของเขาต้องแตกสลายไปอย่างรวดเร็ว
คนของอาคารมอบรางวัลนำจับยังไม่ได้จัดการ เทพยุทธ์เจิ้นอวี้จึงไม่อยากสูญเสียพลังไปกับหลินหยางมากนัก
เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เขาค่อนข้างกังวลใจ ว่าทักษะเทพยุทธ์ของตนเองที่พยายามฝึกฝนมาอย่างหนัก จะถูกคนคนนี้ทำลายได้
หรือว่าคนคนนี้จะมองออกถึงกระบวนท่าของตนเองจริงๆ?
ไม่สนใจแล้ว!
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ส่งเสียงเย็นชา เขาเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน พุ่งตรงมาที่หลินหยาง คิดที่จะเข้าไปประจัญบานอีกครั้ง!
เนื้อหนังมังสาของหลินหยางแข็งแกร่งกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้
ถ้าเป็นเทพยุทธ์คนอื่นๆ ถูกโซ่หินจู่โจมเข้าไป เนื้อหนังก็คงจะถูกฉีกขาดออกเป็นชิ้นๆ และตายไปในทันที
แต่หลินหยางไม่เป็นเช่นนั้น
ทุกๆ ครั้งที่บุบสลาย กระดูกและเส้นเอ็นจะเชื่อมต่อกันอีกครั้ง
ดังนั้นเทพยุทธ์เจิ้นอวี้จึงคิดที่จะลงมือด้วยตนเอง โดยไม่ให้โอกาสหลินหยางได้รักษาตัว และทำให้เลือดเนื้อที่แข็งแกร่งของเขาแหลกเหลวเป็นชิ้นๆ!
ร่างกายของหลินหยางขึงตึง จ้องมองเงาร่างที่กำลังใกล้เข้ามา ไม่กล้าหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขาชักมีดเทียนเซิงออกมาทันที ถือมีดหนึ่งมือถือดาบหนึ่งมือ และเริ่มต่อสู้กัน
ทั้งสองคนต่อสู้กันอย่างดุเดือนที่ด้านนอกอาคารมอบรางวัลนำจับ ทุกการปะทะกันทุกครั้งราวกับระเบิดC4ก็ไม่ปาน เกิดระลอกคลื่นแห่งการทำลายล้างจำนวนมาก
แต่มาต้องสงสัยเลยว่า หลังจากที่ปะทะกันแล้ว หลินหยางก็เป็นคนเสียเปรียบ
ไม่ว่าจะเป็นพละกำลัง ความเร็วหรือทักษะต่างๆ หลินหยางกับเทพยุทธ์มีระยะความต่างค่อนข้างมาก!
ปัง!
เสียงอื้ออึงดังทอดออกมา
ระลอกคลื่นแห่งการทำลายล้างแผ่ซ่านไปทุกทิศทุกทาง
สิ่งปลูกสร้างโดยรอบถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลอง
อาคารมอบรางวัลนำจับเปิดม่านพลังอีกครั้ง เพื่อรักษาเสถียรภาพของอาคารเอาไว้
ในเวลานี้ ไม่ว่าจะอยู่ในที่สว่างหรือที่มืด ทุกๆ คนต่างกลั้นหายใจมองดูสองร่างเงานั้นต่อสู้กัน
ถึงแม้ว่าหลินหยางจะต้านทานเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ได้ แต่เขาก็แทบจะถูกปราบปรามและโจมตีอยู่ตลอดเวลา และได้รับบาดเจ็บมากมายบนร่างกาย ดูน่าเวทนาอย่างมาก
การจู่โจมของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้รวดเร็วจนน่าประหลาดใจ ในระหว่างที่ต่อสู้กัน และหลายครั้งที่เกือบจะเด็ดหัวหลินหยางออก หากหลินหยางไม่โต้ตอบกลับได้ทันเวลา เกรงว่าจะต้องจบสิ้นแล้ว
เพียงแต่โชคดีว่าการรักษาตัวเองของหลินหยางนั้นน่าทึ่งอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะถูกเทพยุทธ์เจิ้นอวี้โจมตี แต่ตราบใดที่มันไม่ร้ายแรงมาก เขาสามารถรักษาให้หายสนิทได้อย่างรวดเร็ว
ด้วยเหตุนี้หลินหยางยังคงฝืนใจประคับประคองต่อไป
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป หลินหยางจะถูกสังหารไม่ช้าก็เร็ว
"ทำอย่างไรดี?"
หลินหยางรีบกวัดแกว่งดาบมารไร้เทียมทานและมีดเทียนเซิง แววตาเคร่งขรึม สมองของเขาหมุนเคว้ง
"ทำไม? รู้สึกหมดหวังแล้วเหรอ? ฉันเคยบอกแล้วไง ว่าแกไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉัน! เพียงแต่แกไม่ต้องกังวลใจไปหรอก เพราะฉันได้พบว่าหัวและการสืบทอดของแก ก็มีมูลค่าอย่างมากเช่นกัน ฉะนั้นอีกสักครู่ฉันจะนำหัวของแกกับพวกเขามาวางไว้ด้วยกัน แกคิดว่ายังไงล่ะ?"
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้หัวเราะเบาๆ ในแววตาเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ไม่ได้มีความเมตตาปรานีใดๆ
ตูม!
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ใช้หมัดอีกครั้ง โดยไม่สนใจคมดาบของดาบมารไร้เทียมทาน เขาทุบลงไปที่ตัวดาบอย่างรุนแรง
หลินหยางถูกสั่นสะเทือนจนถอยหลัง และล้มลงบนพื้นอย่างแรง
"ตอนนี้ ฉันควรจะถลกหนังดึงกระดูก และหั่นร่างกายของแกออกเป็นชิ้นๆ ซะ!"
ดวงตาคู่นั้นของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้เย็นชา มือทั้งสองสร้างผนึกอย่างรวดเร็ว และแสดงกลอุบายออกมา
หลินหยางลุกขึ้นยืนอีกครั้ง และจ้องมองไปยังเทพยุทธ์ที่ต้องการจะลงมือ
แต่ในช่วงเวลาที่สำคัญนี้
"ปราบปรามเหล่าปีศาจ!"
"ขยับไม่ได้เหรอ? เจ้าหนุ่ม ศักยภาพของแกยังคงต่ำเกินไปจริงๆ แกยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของพลังในโลกใบนี้ และแกก็ยังไม่เข้าใจถึงความลึกซึ้งของสิ่งมีชีวิตมากมายเหล่านี้ด้วย!"
"ในสายตาของฉัน แกก็เป็นเพียงแค่ตัวตลก ที่ไม่ต่างไปจากพวกเขาเลย หากว่าฉันไม่สนใจ แกคิดว่าแกจะมีชีวิตจนถึงตอนนี้ได้เหรอ? แกคิดว่าจะสามารถต่อสู้กับฉันได้จริงๆ เหรอ?"
"แกเข้าใจผิดแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพราะว่าฉันมีจิตใจที่ดีก็เท่านั้น"
"หากฉันจะฆ่าแก บนสวรรค์หรือในโลกใบนี้ ก็ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือแกได้ และไม่มีใครเกื้อกูลแกได้ทั้งนั้น!"
"เหมือนกันกับตอนนี้ยังไงล่ะ!"
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้เดินมาอยู่ตรงหน้าหลินหยาง ในแววตาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าอันโหดเหี้ยม
"ตอนนี้ฉันจะถลกหนังเลาะกระดูกแกออก ดูสิว่าแกจะต่อต้านยังไง?"
พูดจบ มือข้างหนึ่งก็คว้าเข้าไปที่ศีรษะของหลินหยาง
เมื่อมองเห็นถึงสถานการณ์นี้ ก็คือเขาวางแผนที่จะทำเหมือนกับเทพยุทธ์เสว่ถูกกับเทพยุทธ์เปินเหลย โดยการเด็ดหัวของหลินหยางและดึงกระดูกสันหลังออกมา
แต่ในช่วงเวลาสำคัญนี้
"คุณทำได้เหรอ?"
จู่ๆ หลินหยางก็กล่าวออกมา
"หื๊ม?"
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ตกตะลึง ยังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาตอบกลับ
ฟรึ่บๆๆๆ .....
ฉับพลันก็มีเสียงมากมายทะลุผ่านอากาศ
"อะไรกัน?"
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้หายใจกระชั้น และหันไปมอง
แต่เขากลับพบว่าด้านซ้ายด้านขวาไม่รู้เมื่อไหร่กัน ได้ปรากฏดาบเหินเวหาจำนวนมาก
ดาบเหินเวหาเหล่านี้แปลกประหลาดมาก เหมือนว่ามันโผล่มาจากอากาศ เมื่อมองดูดีๆ มันมีมากถึงนับหมื่นนับพันเล่มเลย
พวกมันรวมกลุ่มกัน และพุ่งเข้ามาอย่างโหดเหี้ยม
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ขมวดคิ้ว เขากระตุ้นพละกำลังทันที กลายเป็นม่านพลัง ปิดกั้นดาบเหล่านี้ที่จู่โจมเข้ามา
แต่ดาบเหล่านี้ราวกับว่าไม่มีหมด ไม่มีที่สิ้นสุด และจู่โจมม่านพลังอย่างต่อเนื่อง
เพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น ม่านพลังก็ปรากฏรอยร้าวขึ้นมา
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้มีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดี
น่าแปลกจริงๆ
ชิ้ง!
ทันใดนั้น ก็มีเสียงดาบดังขึ้นมา
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงเงยหน้าขึ้นทันที
เขาพบว่าด้านบนจู่ๆ ก็มีดาบเทพตกลงมา
ดาบเทพราวกับเล็งมาที่เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ มันตกลงมาจากท้องฟ้า และฟาดฟันตรงมาที่ศีรษะของเขา
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ตกตะลึง และรีบหลบหลีกทันที
ดาบเทพฟาดฟันอยู่ในอากาศ
แต่ในขณะที่เขากำลังหลบหลีก พลังในการจู่โจมของหินศิลานี้ราวกับว่ามันจะคลายลง
หลินหยางใช้โอกาสนี้ในการผลักดันพละกำลังทั้งหมด และผลักหินศิลาออกไปอย่างแรง เข้าไปทางเทพยุทธ์เจิ้นอวี้.....

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...