เข้าสู่ระบบผ่าน

สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา นิยาย บท 3565

ด้านในห้องชุด กระดาษสีขาวจำนวนมากลอยว่อน

หลินหยางผมขาวโพลน มือหนึ่งถือดาบ อีกมือหนึ่งถือดินสอ ยืนอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ และเขียนอย่างเร่งรีบอยู่บริเวณหน้าจอใหญ่

เนื้อหาในหน้าจอที่แสดงอยู่ เป็นเนื้อหาทั้งหมดในห้องจักรกล

หลวนเฟิงกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับหุ่นจักรกลจำนวนมาก

หลินหยางจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของหลวนเฟิง พร้อมกับเขียนอะไรบางอย่าง และฝึกทักษะอะไรบางอย่างไม่หยุดหย่อน

ช่วงเวลาที่เขียน มือข้างซ้ายก็กุมฮวาเจี้ยนปี่ไว้ พร้อมกับโบกสะบัดไปมาไม่หยุด…..

เหมือนทำทุกอย่างได้ในคราเดียวกัน

อวี่ปี้หงกับจิ่วอวี้สบตากันอย่างไม่เข้าใจ

“ผู้นำพันธมิตร?”

อวี่ปี้หงสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าหาญตะโกนขึ้น

แต่หลินหยางไม่มีการตอบสนองกลับมาแม้แต่น้อย

“ผู้นำพันธมิตร?”

อวี่ปี้หงอดไม่ได้ตะโกนขึ้นอีกครั้ง

หลินหยางยังคงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา

อวี่ปี้หงทนไม่ไหว อยากจะเดินไปตบหลินหยาง แต่ถูกจิ่วอวี้ห้ามไว้

“ผู้บัญชาการอวี่ อย่ารบกวนดีกว่า ผู้นำพันธมิตรเหมือนเข้าสู่ห้วงสถานการณ์บางอย่าง! ถ้าถูกรบกวน เกรงว่าผู้นำพันธมิตรจะหัวเสียเอานะ!”

“งั้น…”

“พวกเรารออีกหน่อยละกัน”

จิ่วอวี้ส่งสายตาบอก

ทั้งสองคนก็เลยยืนอยู่ที่เดิม

หลวนเฟิงที่อยู่ในหน้าจอจะเข้าใกล้ประตูใหญ่แล้ว

แต่ชัดเจนว่าเขาประเมินค่าความแข็งแกร่งของห้องจักรกลต่ำเกินไป คนทั้งคนเหนื่อยหอบแฮ่กๆ แทบหมดพลัง

เขาตามหาพื้นว่าง จากนั้นหลบเข้าไปทันที เขาคิดจะพักผ่อนปรับสภาพร่างกายอยู่ตรงนั้นสักพักหนึ่ง แล้วค่อยโจมตีครั้งสุดท้าย

ว่าตามอัตราความเร็วแบบนี้ อย่างมากหนึ่งชั่วโมง หลวนเฟิงจะต้องออกจากห้องจักรกลนี้

และเวลานี้ ในที่สุดหลินหยางก็หยุดลง

เขามองหน้าจอ และมองกระดาษบนมือ มือกวัดแกว่งไปมา จากนั้นเก็บฮวาเจี้ยนปี่ไว้

จิ่วอวี้เห็นสถานการณ์นี้ จึงรีบส่งสายตาให้อวี่ปี้หง

อวี่ปี้หงทนไม่ไหวตั้งนานแล้ว เธอเดินไปข้างหน้าแล้วตะโกนพูดว่า: “ผู้นำพันธมิตร!”

“หืม?”

หลินหยางเพิ่งจะตอบสนองกลับมา หันตัวมองมาทางทั้งสองคนทันที

“พวกคุณมาได้ยังไง?”

“ผู้นำพันธมิตร พวกเราจะไม่มาได้ยังไง? คนผู้นั้นจะหนีออกไปจากห้องจักรกลแล้ว!”

อวี่ปี้หงกัดฟันกรอดพูดว่า: “ไม่ง่ายที่ท่านจะจับเขามาได้ หรือจะปล่อยเขาหนีไปแบบดื้อๆอย่างนี้เหรอ?”

“ปล่อยไปเถอะ ไม่เป็นไร เขาไม่มีราคาเท่าไหร่หรอก อีกอย่าง ผมก็ขังเขาไม่ได้หรอก”

หลินหยางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ทั้งสองคนชะงักงัน

“ราคา?”

จิ่วอวี้มึนงงนิดหน่อย

“ผู้นำพันธมิตร ท่านพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงเหรอ? อะไรคือขังเขาไม่ได้?”

“เขาเป็นใครเหรอ?”

“คนของเทพยุทธ์อั้นเทียน”

“งั้นใครส่งเขามา?”

“เทพยุทธ์อั้นเทียน….ผู้นำพันธมิตร จำเป็นต้องถามเรื่องเหล่านี้เหรอ?”

“ทำไมจะไม่จำเป็น? แค่เรื่องพวกนี้พวกคุณยังไม่เข้าใจเหรอ? เขาฆ่าผมล้มเหลว เทพยุทธ์อั้นเทียนจะต้องส่งคนมาอีกแน่นอน! ถ้ารู้ว่าผมไม่ฆ่าคนผู้นี้ ทำแค่กักขังเขาไว้ คุณคิดว่าเทพยุทธ์อั้นเทียนจะบังคับให้พวกเราปล่อยคนไหม?”

“พวกเราจะปล่อยได้ยังไง?”

“แต่นี่คืออาคารมอบรางวัลนำจับ! ต่อให้ผมไม่ยอม อาคารมอบรางวัลนำจับจะเพิกเฉยเหรอ? คนของอาคารมอบรางวัลนำจับทำธุรกิจ และผมเองก็เคยทำธุรกิจ สิ่งที่นักธุรกิจสนใจที่สุดคืออะไร คือทรัพย์สินงอกเงย พวกเขาไม่มีทางฉีกหน้าเทพยุทธ์อั้นเทียนหรอก!”

“เพราะฉะนั้น ผู้นำพันธมิตรคิดว่าอาคารมอบรางวัลนำจับจะต้องบังคับให้ท่านปล่อยคนเหรอ?”

จิ่วอวี้รีบถามขึ้น

“ใช่”

หลินหยางพยักหน้า

“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ไม่สู้ทำแล้ว ก็ทำให้ถึงที่สุดหรอก เราฆ่าไอ้แม่งเย็ดนั่นเถอะ!”

นัยน์ตาของอวี่ปี้หงกระเพื้อมอย่างดุร้าย

หลินหยางคิดอยู่สักพักหนึ่ง จากนั้นสายหน้าไปมาพูดว่า: “ผมก็เคยคิด แต่พอพิจารณาดูแล้ว ก็ช่างมันเถอะ ถึงยังไงตอนนี้ผมกับเทพยุทธ์อั้นเทียนก็ยังไม่ได้อาฆาตอะไรกัน ถือซะว่าซื้อใจเขาก็แล้วกัน!

เทพยุทธ์ไท่เทียนกับเทพยุทธ์ฉางหลานล้วนเป็นคนที่รับมือด้วยได้ยาก เอาคนคนนี้สงบจิตใจของเทพยุทธ์อั้นเทียนก่อนละกัน”

หลินหยางพยักหน้า

ไม่นาน ทั้งสามคนก็มาถึงห้องประชุมชั้นที่สิบสี่ ภายใต้การนำทางของเถาเฉิง

ตอนนี้ ในห้องประชุมมีคนจำนวนหนึ่งยืนอยู่

แต่บนโซฟาอีกฟากหนึ่ง กลับมีผู้ชายสวมเสื้อคลุมสีดำคนหนึ่งนั่งอยู่

ผู้ชายคนหนึ่งดูเหมือนอายุประมาณสามสิบปี แต่ดูจากกระดูก อย่างน้อยที่สุดก็มีอายุราวๆเจ็ดสิบกว่าปีแล้ว

เวลานี้ผู้ชายคนนั้นกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ ในปากของเขาคาบบุหรี่ กวาดสายตามองหลินหยางที่เดินมาด้วยสายตาเย็นชา

เหมือนในสายตาของผู้ชายคนนี้ ทุกคนดูเล็กเท่าเม็ดทราย ไม่มีค่าราคาแม้แต่น้อย

และด้านบน ก็ยังมีชายวัยกลางคนหนึ่งไว้จอนผมขาวทั้งสองข้างสวมเสื้อผ้าชุดจงซานยืนอยู่

ผู้ชายคนนี้มีใบหน้ารูปลักษณ์เยี่ยงแมนดาริน ดูมาดขรึม กลิ่นอายรังสีซ่อนลึก ไม่สามารถสัมผัสถึงทักษะของเขาได้

เถาเฉิงรีบสาวเท้าก้าวเดินไปตรงหน้าฝ่ายชาย และโค้งคำนับเล็กน้อย

“ท่านเสวีย ผมได้พาคนมาแล้ว”

“ลำบากแล้วผู้จัดการเถา!”

ชายวัยกลางคนพยักหน้า จากนั้นเดินไปทางหลินหยาง พร้อมยื่นมือออกมา และพูดว่า: “สวัสดีคุณหลิน ผมชื่อเสวียฉงมิ่ง เป็นผู้ดูแลอาคารของอาคารมอบรางวัลนำจับ! กรุณาโปรดชี้แนะด้วยนะครับ”

“สวัสดีครับคุณเสวีย”

หลินหยางจับมือกับเขา

“ใช่แล้ว ผมจะแนะนำให้คุณรู้จักกับอีกท่านด้วย ท่านนี้คือผู้ติดตามของเทพยุทธ์อั้นเทียน ท่านชิงไห่!”

เสวียฉงมิ่งพูดกับชายบนโซฟาที่สูบบุหรี่อยู่

หลินหยางกวาดสายตามองฝ่ายตรงข้าม แต่ไม่ได้พูดอะไร

ชิงไห่ขมวดคิ้วเล็กน้อย และก็ไม่มีท่าทีอะไร

“เรื่องนี้ผมได้ฟังเถาเฉิงอธิบายแล้ว คุณหลิน เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ผมขอโทษจริงๆ ผมในฐานะตัวแทนของอาคารมอบรางวัลนำจับ ขอแสดงความเสียใจกับทางคุณอย่างสุดซึ้งด้วย!”

เสวียฉงมิ่งพูดจบ คิดไม่ถึงว่าจะโค้งคำนับหลินหยาง

“คุณเสวียไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้หรอก เรื่องมันผ่านไปแล้ว ผมจะคิดเล็กคิดน้อยที่ไหนกัน?”

หลินหยางยิ้มเล็กน้อย จากนั้นจึงประคองทำเสวียฉงมิ่ง

แต่ไม่รอให้เสวียฉงมิ่งพูด จู่ๆชิงไห่ที่อยู่ทางด้านนั้นก็พูดขึ้น

เขาพ่นควันออกมา พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า: “ในเมื่อคุณไม่คิดเล็กคิดน้อย งั้นก็ส่งคนมาเถอะ!”

พอได้ยินคำพูดเหล่านี้ ด้านในห้องประชุมก็เงียบสงัดโดยฉับพลัน…

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา