เมื่อกลับถึงสถาบัน หลินหยางพักผ่อนคืนหนึ่ง วันต่อมาก็คิดจะเตรียมกลั่นยาอายุวัฒนะด้วยตัวเอง จากนั้นมุ่งหน้าไปดินแดนความเงียบและความตาย เพื่อช่วยชวี่เจิ้งทำวิจัย
แต่ว่าเช้าวันรุ่งขึ้น เขาก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์
หลินหยางลืมตาขึ้นมาด้วยความสะลืมสะลือ จากหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
จู่ๆซูเหยียนก็โทรมา
เขารีบกดปุ่มรับทันที
“คุณอยู่ไหนคะ?”
เสียงของซูเหยียนดังมาจากด้านในโทรศัพท์
ดูเหมือนว่ามีเรื่องร้อนใจ
หลินหยางชะงักงัน อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า: “เสี่ยวเหยียน เกิดอะไรขึ้น?”
“เสี่ยวหยูเกิดเรื่องแล้ว! ฉันเตรียมตัวจะไปโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมเธอ! คุณรีบไปกับฉันเร็วเถอะ”
ซูเหยียนรีบพูดขึ้น
“อะไรนะ?”
หลินหยางหายใจถี่ยิบ นั่งตัวตรงขึ้นทันที
เขาเร่งรีบออกมาบริเวณถนน ซูเหยียนก็มารออยู่ที่นี่นานแล้ว
เธอโบกมือให้หลินหยาง จากนั้นขึ้นนั่งที่คนขับ
หลินหยางรีบเข้าไปนั่งในรถของซูเหยียน และทั้งสองก็มุ่งหน้าไปโรงพยาบาล
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ?”
หลินหยางถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
เมื่อวานตอนเย็นยังคุยโทรศัพท์กับซูหยูดีๆอยู่เลย ทำไมผ่านไปคืนเดียว ซูหยูก็เข้าโรงพยาบาลเสียแล้วล่ะ?
“ได้ยินว่าเกิดทะเลาะวิวาทกับคนอื่น และลงไม้ลงมือกัน!”
ซูเหยียนสีหน้าลำบากใจ พูดด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้ม
“เกิดทะเลาะวิวาทเหรอ?”
หลินหยางตกตะลึง หลังจากนั้นก็เข้าสู่ความเงียบ
ตอนนี้ซูหยูเป็นนักแสดงดังโด่งดังอันยิ่งใหญ่ในประเทศแล้ว เมื่อวานไปหาซูเสี่ยวชิงที่บาร์เหล้า แสดงว่าแต่งหน้าปลอมตัวเวอร์เกินไปแน่นอน
ไม่มีสาเหตุ เธอไม่กล้าทะเลาะวิวาทกับคนอื่นหรอก!
มันต้องมีอะไรแน่นอน…
ทั้งสองคนรีบมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
หลังจากจอดรถบริเวณลานจอดรถเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคนจึงลงจากรถอย่างเร่งรีบ และวิ่งเข้าไปตึกโรงพยาบาล
หน้าห้องผู้ป่วยชั้นสาม
ซูไท่กำลังยืนเดินสูบบุหรี่ทีละม้วนอยู่บริเวณหน้าต่างกระจก
แม้ว่าเป็นคำสั่งของโรงพยาบาลว่าห้ามสูบบุหรี่แต่สุดท้ายเขาก็ยังอดไม่ได้อยู่ดี
ที่นั่งข้างๆ มีซูเสี่ยวชิงนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ ดวงตาสุกสกาวบวมเป่ง แต่น้ำตายังไหลลงไม่หยุด
“คุณลุง!”
ซูเหยียนพูดขึ้นและเดินมุ่งไปข้างหน้าอย่างเร็ว
ซูไท่ตกตะลึง รีบดับบุหรี่และเอาหลบจากสายตาคน เมื่อซูเหยียนเดินมาใกล้ จึงยิ้มแหยๆออกมาแล้วพูดขึ้นว่า : “ซูเหยียนเองเหรอ? มาแล้วเหรอ?”
“อาการของเสี่ยวหยูเป็นยังไงบ้างคะ?”
ซูเหยียนถามขึ้น
ซูไท่มองไปที่ห้องผู้ป่วย อ้าปากเผยอขึ้น สุดท้ายก็ทอดถอนหายใจ ไม่พูดอะไรสักคำ
ซูเหยียนเม้มริมฝีปากล่าง เดินไปตรงหน้าประตูกับหลินหยาง
สิ่งที่เห็นคือบนเตียงด้านในห้องผู้ป่วย มีซูหยูนอนอยู่อย่างสงบ แขนกับศีรษะของเธอถูกผ้าพันแผลพันรอบ จมูกมีสายสอดอยู่
เพียงแค่มองดูอย่างนี้ ก็รู้เลยว่าเธอบาดเจ็บไม่น้อย
หลิวหม่านซานที่อยู่ข้างเตียงร้องไห้สะอื้น ใบหน้าคละเคล้าไปด้วยน้ำตา
“ป้าสะใภ้ใหญ่!”
ซูเหยียนหิ้วผลไม้เดินเข้าไป แล้วพูดขึ้น
หลิวหม่านซานเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง หลังจากนั้นใบหน้าก็บูดเบี้ยวเผลอร้องไห้ออกมา
“ลูกสาวของฉันช่างอาภัพนัก! ฮือๆๆๆ….”
เมื่อเห็นหลิวหม่านซานเศร้าโศก ซูเหยียนจึงทำได้เพียงปลอบโยนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาขึ้นมา
แต่ซูเสี่ยวชิงตะโกนเรียกซูหยูว่า ‘พี่สาว‘ และซูเสี่ยวชิงก็มีพี่สาวแค่คนเดียว เธอคือใคร เพื่อนร่วมชั้นของซูเสี่ยวชิงจะไม่รู้ได้อย่างไร?
แต่พวกเขากลับแสร้งเป็นไม่รู้ ไม่อนุญาตให้ซูหยูพาซูเสี่ยวชิงออกไปจากบาร์ ด้วยเหตุนี้ทั้งสองฝ่ายจึงปะทะทะเลาะวิวาทกัน
แม้ว่าซูหยูจะอายุมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของชายหญิงวัยรุ่นกลุ่มนี้ หลังจากยุ่งเหยิงพัวพันกันอยู่สักพัก เธอก็ถูกจินซ่าวหลงเอาขวดเบียร์ตีที่แขนกับหัวจนจมอยู่ในกองเลือด คนของบาร์เหล้ากดจึงกดเรียก120พาเธอส่งโรงพยาบาล
เมื่อเห็นพี่สาวได้รับบาดเจ็บเข้าโรงพยาบาล ซูเสี่ยวชิงก็สร่างเมา ร้องไห้ตลอดจนถึงตอนนี้
ส่วนเพื่อนร่วมชั้นเหล่านั้นของเธอ ตอนนี้ไม่รู้ไปไหนกัน
“ไม่เห็นกฎหมายจริงๆ!”
ซูเหยียนที่อยู่ในห้องได้ยินซูไท่พูดทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้หลินหยาง จึงกัดฟันกรอดด้วยความโมโห
“จะโทษก็ต้องโทษเด็กเลวนี่! ทั้งหมดเป็นเพราะเด็กเลวนี่!”
หลิวหม่านซานโกรธเคือง ร่ำไห้ถลาจะเข้าไปตีกับซูเสี่ยวชิงทันที
หลินหยางรีบขวางหลิวหม่านซานไว้ และพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า: “เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว คุณตำหนิเสี่ยวชิงไปก็ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้สิ่งที่ควรทำคือจะจัดการเรื่องนี้ยังไง เรื่องสอนเสี่ยวหยู ก็ต้องใจเย็นๆ!”
หลิวหม่านซานสะอึกสะอื้น ร้องไห้ทรมานใจขึ้นมาอีกครั้ง
ซูเสี่ยวชิงหันหลังพิงห้อง น้ำตาก็ไหลรินไม่หยุด
และในเวลานี้ จู่ๆคนจำนวนหนึ่งก็มาหน้าห้องผู้ป่วย
“ขอถามหน่อย พวกคุณคือผู้ปกครองของซูเสี่ยวชิงใช่ไหม?”
น้ำเสียงเข้มงวดดังมา
ทุกคนตกตะลึง พากันทยอยมองไป
สิ่งที่เห็นคือชายหญิงวัยกลางคนพาเด็กวัยรุ่นอายุสิบแปดสิบเก้าปีมาที่หน้าห้องผู้ป่วย
ซูเสี่ยวชิงเห็นคนเหล่านี้ ถึงกับตกใจใบหน้าซีดขาว ถอยหลังกรูทันที
“พวกคุณคือ?”
ซูไท่มองคนเหล่านี้ด้วยความประหลาดใจ
“อ่อ คุณน่าจะเป็นพ่อของซูเสี่ยวชิงใช่ไหม? ผมชื่อจินเฉียง เป็นอาของจินซ่าวหลง และทุกท่านเหล่านี้คือผู้ปกครองและเพื่อนร่วมชั้นซูเสี่ยวชิงครับ!”
ชายวัยกลางคนที่สวมเสื้อสูทพูดแนะนำขึ้นอย่างราบเรียบ
พอได้ยินคำพูดนี้ ซูไท่โกรธขึ้นมาทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...